หนุ่มเชียงใหม่รอดเมอร์สแค่ไข้หวัด ตามต่อสงสัยหนุ่มบุรีรัมย์ คุมเข้มทุกสนามบินแล้ว

ผลตรวจผู้ป่วยต้องสงสัยเสี่ยงติดเชื้อเมอร์สรายที่ 4 ใน จ.เชียงใหม่ เป็นแค่ไข้หวัด ได้เบาะแสเบื้องต้นแล้วชายชาวบุรีรัมย์นั่งใกล้ผู้ป่วยเมอร์สชาวโอมานบินจากตะวันออกกลางมาไทย เช็คข้อมูลพบบ้านอยู่ อ.เฉลิมพระเกียรติ แต่ยังไม่พบตัว สาธารณสุขบุรีรัมย์สั่งเร่งติดตามตัวเพื่อสอบสวนโรคตามขั้นตอน สนามบินทุกแห่งยกระดับเฝ้าระวังเข้มข้นไวรัสเมอร์ส
 
 
สนามบินทุกแห่งเฝ้าระวังเข้มข้นไวรัสเมอร์ส หลังพบผู้ป่วยแล้ว 1 ราย โดยเฉพาะหาดใหญ่แม้ไม่มีเที่ยวบินตรงไปประเทศเสี่ยง แต่ต้องเพิ่มความเข้มช่วงไปฮัจญ์ ขณะที่ตรังพบ 3 ผู้โดยสารกลับจากเที่ยวเกาหลี (ภาพจากสำนักข่าวไทย)
 
20 มิ.ย. 2558 ดร.นพ.สุรสิงห์ วิศรุตรัตน์ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีพบผู้ป่วยต้องสงสัยเสี่ยงติดเชื้อเมอร์สรายที่ 4 ใน จ.เชียงใหม่ เป็นชายอายุ 20 ปี มีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอมีเสมหะ เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ เข้ารักษาอาการป่วยที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ว่าทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างเชื้อไปตรวจพิสูจน์ซ้ำ 2 ครั้ง ยืนยันแล้วว่าไม่พบเชื้อไวรัสเมอร์ส เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา และคนไข้มีอาการดีขึ้นจึงให้กลับบ้านได้ อย่างไรก็ตาม ได้ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังคลินิกและร้านขายยาต่าง ๆ เพื่อขอให้ช่วยคัดกรองถามประวัติผู้ป่วย หากมีอาการเสี่ยงหรือมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เนื่องจากผู้ป่วยอาจไปซื้อยามากินเอง แทนที่จะไปโรงพยาบาล
 
 
ได้เบาะแสแล้วหนุ่มบุรีรัมย์ต้องสงสัยติดเมอร์สแต่ยังไม่พบตัว
 
นพ.สมพงษ์ จรุงจิตตานุสนธิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวถึงกรณีกระทรวงสาธารณสุขเร่งติดตามตัวชายชาวบุรีรัมย์ที่นั่งมาในเครื่องบินลำเดียวกับชายชาวโอมานวัย 75 ปี ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเมอร์สรายแรกในไทย ที่เดินทางมาจากตะวันออกกลาง ว่า จากการตรวจสอบพบเบื้องต้นทราบเพียงว่า ชายคนดังกล่าวมีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามตัว เพื่อทำการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคตามขั้นตอนแล้ว
 
พร้อมกันนี้ ยังได้สั่งการให้โรงพยาบาลทุกแห่งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งโรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล(รพ.สต.) รวมถึงสาธารณสุขอำเภอ ดำเนินการตามมาตรการเฝ้าระวังโรคเมอร์ส โดยให้เน้นการตรวจคัดกรองผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการตรวจรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆ ให้ทำการซักประวัติอย่างละเอียดว่า มีอาการไข้หวัด  เจ็บคอ หรือมีประวัติเดินทางกลับจากต่างประเทศหรือไม่ โดยเฉพาะ 10 ประเทศในตะวันออกกลาง และเกาหลีใต้ ที่กำลังมีการระบาดของโรคดังกล่าวอยู่ในขณะนี้
 
นอกจากนั้น ยังได้สั่งการให้สาธารณสุขทุกอำเภอ รวมถึง รพ.สต. และ อสม.ออกติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน พร้อมทั้งแนะนำให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันโรคเมอร์สแก่ประชาชนในหมู่บ้าน ตำบลต่างๆ เพื่อให้เกิดการตื่นตัวในการเฝ้าระวังและป้องกันตนเองด้วย
 
สนามบินคุมเข้มเมอร์ส-หาดใหญ่เน้นพิเศษไปฮัจญ์
 
นายเจษฎา เพชรเม็ดใหญ่ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผยกรณีพบชาวโอมานติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012 หรือเมอร์ส รักษาตัวอยู่ในประเทศไทยว่า แม้ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อการระบาดของโรคน้อยมาก อีกทั้งท่าอากาศยานฯ หาดใหญ่ไม่มีเที่ยวบินตรงไปยังประเทศกลุ่มเสี่ยง โดยจะมีเที่ยวบินตรงไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์เท่านั้น แต่เพื่อความไม่ประมาทได้มีมาตรการเฝ้าระวังโรคเพิ่มขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะช่วงของการเดินทางไปประกอบพิธิฮัจญ์ในเดือนสิงหาคมเป็นต้นไปจะมีมาตรการร่วมกับหลายหน่วยงานเฝ้าระวังโรคทั้งก่อนและหลังการเดินทาง ซึ่งถือเป็นความพร้อมในการป้องกันโรค
 
ด้าน นพ.วิฑูร เหลืองดิลก นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดตรัง นำแพทย์และเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขติดตามมาตรการตรวจเข้มของท่าอากาศยานจังหวัด ซึ่งมีผู้โดยสารเดินทางกลับจากประเทศเกาหลี เบื้องต้นพบผู้โดยสารมากับเที่ยวบินจากการเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลีจำนวน 3 ราย  โดยแพทย์จึงขอหมายเลขโทรศัพท์ไว้แล้ว เพื่อติดตามอาการหลังเดินทางกลับเป็นเวลา 30 วัน พร้อมแจกแผ่นพับให้คำแนะนำและการปฎิบัติตนที่ถูกต้อง หากพบว่าเริ่มมีอาการไข้ มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอและอาเจียน ให้รีบเดินทางไปพบแพทย์ทันที
 
ส่วนทันตแพทย์ ดร.สุรสิงห์ วิศรุตรัตน รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ประสานความร่วมมือไปยังท่าอากาศยานเชียงใหม่ เพื่อเพิ่มมาตรการตรวจคัดกรองเช่นกัน นอกเหนือจากเครื่องสแกนที่ท่าอากาศยานมีอยู่ เพราะจังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญ มีเที่ยวบินตรงจากเกาหลีใต้ 4 เที่ยวบินในทุกสัปดาห์ โอกาสเสี่ยงจึงมีมาก การพบผู้ป่วยชาวโอมานที่เป็นรายแรกในประเทศไทย จึงเป็นสัญญาณเตือนว่าไม่ควรประมาท ทุกโรงพยาบาลต้องเตรียมพร้อมเต็มที่ และวันนี้จะมีการประชุมคณะทำงานด้านการเฝ้าระวังโรคอุบัติใหม่ เพื่อเร่งประสานความร่วมมือกับทุกฝ่ายให้เตรียมพร้อมอย่างเป็นระบบ
 
 
 
 
ที่มาข่าวเรียบเรียงจากสำนักข่าวไทย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์