ประมวลภาพ+คลิป พรรคมันสูญ อ่านกวี รำลึก 83 ปี เปลี่ยนแปลงการปกครอง

ในเวลาย่ำรุ่ง นักเขียน กวี และประชาชน รวมตัวหน้าหมุดคณะราษฏร อ่านกวี รำลึก 83 ปี ประชาธิปไตย...ที่ผ่านกาลเวลาและการหยุดนิ่ง

24 มิ.ย. 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 06.00 น. พรรคมันสูญ เตรียมจัดวางดอกไม้และอ่านบทกวีเพื่อระลึกถึงคณะราษฎรและการก่อตั้งระบอบประชาธิปไตย  ที่หมุดคณะราษฎร ลานพระบรมรูปทรงม้า บริเวณหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม และในเวลา 06.10 น. ได้เริ่มกิจกรรมวางดอกไม้และอ่านบทกวีเพื่อระลึกถึงคณะราษฎรและการก่อตั้งระบอบประชาธิปไตย โดยระบุว่า เพื่อรำลึกถึงผู้ก่อตั้งประชาธิปไตยผู้ล่วงลับซึ่งมีคุณูปการต่อสังคมไทยอเนกประการ

ภาพโดย รัชตะ ทองรวยปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ภาพโดย รัชตะ ทองรวย

หลากหลายบทกวี แด่ผู้มาก่อนกาล

 

กฤช เหลือลมัย อ่านบทกวี การเปลี่ยนผลัดอยู่ที่เราฯ ณ หมุดคณะราษฎร+++ กฤช เหลือลมัย: การเปลี่ยนผลัดอยู่ในเราฯ +++เคยมีคนพูดว่า “...ดอกไม้นี้ย่อมดีกว่ากระสุนปืนของท่าน...”แล้วเขากลับล่วงลับดับชีวันด้วยกระสุนเหล่านั้นเนิ่นนานมาค่ำคืนโดดเดี่ยวและเหน็บหนาวและเรารู้ว่าแดดเช้าจะอุ่นกว่าดังนั้นเราได้แต่รอเวลาการเปลี่ยนผ่านสนธยาสู่รุ่งอรุณเราวนเวียนสิ้นหวัง ในวังวนสับสนสภาวะอณูฝุ่นโมงยามคล้ายผ่านล่วงอย่างง่วงงุนเราหมกมุ่นขีดเขียนความเปลี่ยนแปลงทั้งร่วมกันต่อต้าน - อ่านหนังสือลุกขึ้นชูนิ้วมือทุกหนแห่งเจตน์จำนงเราส่งผ่านการแสดงเราโต้แย้ง ต่อต้านการประหารรัฐ !ใครกระซิบเบาๆ เราเปล่งเสียง ใครเอนเอียงจุดยืน เรายืนหยัดใครเหยียดหยาม ตามใจเขา เราแจ่มชัด เราคือการเปลี่ยนผลัดของครั้งนี้และข้าฯ รู้ ว่ามันจะผ่านไปเหมือนครั้งก่อน ครั้งไหนๆ ในทุกที่เมื่อเราสู้สุดแรงเราเท่าที่มีประวัติศาสตร์บ่งชี้ ไว้เช่นนั้น...ว่า เมื่อรุ่งอรุณแจ่มกระจ่างสว่างตายามนั้น สนธยาจะแสนสั้นทุกเรื่องราวที่เราสู้มาด้วยกันเราจะลืมเลือนมันในไม่ช้าคนที่ตายจะไม่มีที่รำลึก คนที่อยู่ไม่สำนึกรู้สึกรู้สานาฏกรรมเศร้าโศกของโชคชะตาจะเริ่มขึ้นต่อหน้าเราอีกครั้งมา เพื่อนเอ๋ย..ดื่มชิมลิ้มรส ‘ชาติ’ความกล้าหาญ ความผิดพลาดแต่หนหลังผู้เปล่งเสียง ย่อมยินเสียงเพียงลำพัง กับความหวัง ความใฝ่ฝัน นิรันดร์ไปฯ00000

Posted by Prachatai on Tuesday, June 23, 2015

 

กฤช เหลือลมัย: การเปลี่ยนผลัดอยู่ในเราฯ

เคยมีคนพูดว่า “...ดอกไม้นี้ย่อมดีกว่ากระสุนปืนของท่าน...”
แล้วเขากลับล่วงลับดับชีวันด้วยกระสุนเหล่านั้นเนิ่นนานมา

ค่ำคืนโดดเดี่ยวและเหน็บหนาวและเรารู้ว่าแดดเช้าจะอุ่นกว่า
ดังนั้นเราได้แต่รอเวลาการเปลี่ยนผ่านสนธยาสู่รุ่งอรุณ
เราวนเวียนสิ้นหวัง ในวังวนสับสนสภาวะอณูฝุ่น
โมงยามคล้ายผ่านล่วงอย่างง่วงงุนเราหมกมุ่นขีดเขียนความเปลี่ยนแปลง
ทั้งร่วมกันต่อต้าน - อ่านหนังสือลุกขึ้นชูนิ้วมือทุกหนแห่ง
เจตน์จำนงเราส่งผ่านการแสดงเราโต้แย้ง ต่อต้านการประหารรัฐ !
ใครกระซิบเบาๆ เราเปล่งเสียง ใครเอนเอียงจุดยืน เรายืนหยัด
ใครเหยียดหยาม ตามใจเขา เราแจ่มชัด เราคือการเปลี่ยนผลัดของครั้งนี้

และข้าฯ รู้ ว่ามันจะผ่านไปเหมือนครั้งก่อน ครั้งไหนๆ ในทุกที่
เมื่อเราสู้สุดแรงเราเท่าที่มีประวัติศาสตร์บ่งชี้ ไว้เช่นนั้น...
ว่า เมื่อรุ่งอรุณแจ่มกระจ่างสว่างตายามนั้น สนธยาจะแสนสั้น
ทุกเรื่องราวที่เราสู้มาด้วยกันเราจะลืมเลือนมันในไม่ช้า
คนที่ตายจะไม่มีที่รำลึก คนที่อยู่ไม่สำนึกรู้สึกรู้สา
นาฏกรรมเศร้าโศกของโชคชะตาจะเริ่มขึ้นต่อหน้าเราอีกครั้ง

มา เพื่อนเอ๋ย..ดื่มชิมลิ้มรส ‘ชาติ’ความกล้าหาญ ความผิดพลาดแต่หนหลัง
ผู้เปล่งเสียง ย่อมยินเสียงเพียงลำพัง กับความหวัง ความใฝ่ฝัน นิรันดร์ไปฯ

 

บทกวีโดย ซะการีย์ยา อมตยา ณ หมุดคณราษฏร

Posted by Prachatai on Tuesday, June 23, 2015

 

บทกวีโดย ซะการีย์ยา อมตยา

 

บทกวีโดย เพียงคำ ประดับความ ณ หมุดคณะราษฏร

Posted by Prachatai on Tuesday, June 23, 2015

 

บทกวีโดย เพียงคำ ประดับความ

 

อนันต์ เกษตรสินสมบัติ อ่านกวี ณ หมุดคณะราษฎร 24 มิถุนายน 2558

Posted by Prachatai on Tuesday, June 23, 2015

 

 

บทกวีโดย อนันต์ เกษตรสินสมบัติ

 

Prim Red อ่านบทกวี 'เพาะพันธุ์กล้า' ณ หมุดคณะราษฎร 24 มิถุนายน 25580000Prim Red'เพาะพันธุ์กล้า'๐ เมล็ดพันธุ์หว่านไว้__โดยหวังผลิช่อชูดอกดัง__ประดับหล้าแลคืนร่มดินยัง__เย็นชุ่มเพาะบ่มแรงลึกกล้า__เติบก้าวเสียดทะยาน๐ ทานลมทานคลั่งฟ้า__แดดฝนกรำ,กี่แรงมือคน__ขุดคว้างลิดใบกิ่งปานจน__จักว่าหมายแค่รานแหลกล้าง__เหล่าไม้มวลชน๐ หากใจมิไร้แรง__คงกำแหงจะฝ่าด้นใยสิ้นเพราะรากคน__มิยอมดับกับแรงใด๐ เพราะกล้าและเพาะกล้า__จนกว่าฟ้าจะอำไพชูก้านกิ่งดอกใบ__สูงเสียดฟ้าสักครา..คืน๐ ยืนเยี่ยงท้า__ทวนหาญมิกราบกราน__สยบให้สักรอนราน__รุมย่ำยังรากไซร้__สิสานฝัน ฯ

Posted by Prachatai on Tuesday, June 23, 2015

 

บทกวีโดย Prim Red

 

Homo Erectus อ่านบทกวี 'ตอกหมุด' ณ หมุดคณะราษฎร 24 มิถุนายน 2558 Homo Erectus: ตอกหมุดหมุดของท่านนั้นคงเล็กเกินไปเมื่อท่านใช้ตอกลงในแผ่นดินนี้จึงมิอาจพลิกฟ้าคว่ำปฐพีเรายังคงอยู่กับที่ ณ ที่เดิม หมุดของท่านนั้นคงตื้นเกินไประบอบประชาธิปไตยจึงไม่เริ่มมีแต่คำโฆษณาหวานหยาดเยิ้มให้เราเคลิ้มว่ามันเป็นแบบไทยๆ ตอกไม่ลึกลงกลางความเปลี่ยนแปลงเผด็จการจึงสำแดงความเป็นใหญ่หมุดสองสี่เจ็ดห้าประชาไทต้องตอกลงกลางใจประชาชน ตอกลงในความเท่าเทียมเสมอภาคปลดปล่อยรากหญ้าระบัดทุกแห่งหนตอกลงในเสรีภาพ – ความเป็นคนไม่จำนน ทนเป็นทาสทุกชาติไป ตอกหมุดลงเพื่อสังคมยุติธรรมความเหลื่อมล้ำมากล้นคนสิ้นไร้ถึงฟ้าสูงแผ่นดิน กว้างห่างเพียงใดต้องตอกย้ำอธิปไตยของปวงชน ตอกฝาโลงซากเดนเผด็จการต้องขจัดรัฐประหารสานดอกผลตอกหมุดใหม่แน่นในดวงกมลเทิดปณิธานสากลคนเหมือนกัน ราษฎรก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญประชาราษฎร์เจิดจำรูญความสุขสันต์เราจึงมีความสุขทุกคืนวันก่อนพณฯท่านคืนสุขนั้นให้เธอ...ประชาชน หมุดของท่านอาจโดนปล้นชิงไปแต่ก็กลับคืนมาใหม่ได้ทุกหน๘๓ ปี เผด็จการยังเวียนวนต้องตอกหมุดหยุดการปล้นประชาธิปไตย. คณะราษฎรจงเจริญ ประชาชนจงเจริญ!!! 0000

Posted by Prachatai on Tuesday, June 23, 2015

 

 

บทกวีโดย Homo Erectus

 

รชา พรมภวังค์ อ่านกวี 'ย่ำรุ่งอันยาวนาน' ณ หมุดคณะราษฎร 24 มิถุนายน 2558รชา พรมภวังค์: ย่ำรุ่งอันยาวนานย่ำรุ่งยังมาไม่เคยถึงหมุดที่ตอกยังตรึงไม่ถึงฝันคณะราษฎรสะดุ้งตื่นกลางเงียบงันรัตติกาลไม่ผ่านผันไปไหนเลยคำประกาศขาดช่วงและแผ่วเบาอธิปไตยใช่ของเราอย่างที่เอ่ยเป็นอำนาจของเขาเหมือนเช่นเคยเสรีภาพไม่งอกเงยบนแผ่นดินจากทุ่งข้าวถึงตึกสูงป่าคอนกรีตอาณาจักรแห่งจารีตไม่สุดสิ้นกลั่นเลือดคนเป็นฝนเทียมเพื่อรดรินให้พืชพันธุ์ดูดกินระบัดใบเหมือนย่ำเท้าก้าวเดินอยู่ในฝันคนจักต้องเท่ากันเช้าวันใหม่ต้องสะดุ้งกลางดึกแล้วถอนใจเมื่อย่ำรุ่งยังยาวไกลเหมือนไม่มีล้อเกวียนเวียนกลับทับทางเก่าหมุดยังคร่ำกรำเศร้าอยู่ที่นี่ตัวอักษรพร่าเลือนกี่เดือนปียังรอคอยวันพรุ่งนี้อยู่ที่เดิม ประชาธิปไตยไม่เปลี่ยนแปลงยังวนเวียนอ่อนแรงที่จุดเริ่มอำนาจของประชาชนไม่ถูกเติมเสรีภาพไม่เคยเพิ่มเขาเอาคืน ยังหวังว่าย่ำรุ่งจะมาถึง แม้ต้องกลับมานับหนึ่งอย่างขมขื่นหมุดที่ตอกยังบอกย้ำในจุดยืน ว่ากงล้อมิอาจฝืนต้องหมุนไป เมื่อชั้นชนข้นแค้นถูกเหยียดหยันถูกกดขี่กีดกันเป็นชั้นไพร่คำประกาศคณะราษฎรจึงยาวไกลแว่วดังในหัวใจอีกครั้งครา รัตติกาลอันยาวนานต้องผ่านพ้นคนจักต้องเท่าคนเสมอหน้าจากตึกสูงเมืองกรุงถึงทุ่งนาสู่ย่ำรุ่งแห่งประชาอันเท่าเทียม 0000

Posted by Prachatai on Tuesday, June 23, 2015

 

บทกวีโดย รชา พรมภวังค์

 

วาด รวี ประมุขพรรคมันสูญ อ่านแถลงการณ์มันสูญ ฉบับที่ 1/2558

วาด รวี หรือ รวี ศิริอิสรนันท์ นักเขียนและกวี อ่านแถลงการณ์มันสูญ ฉบับที่ 1/2558 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 ณ หมุดคณะราษฎร0000แถลงการณ์มันสูญ ฉบับที่ 124 มิถุนายน 2558 เวลา 06.00 นาฬิกา พี่น้องประชาชน เพื่อนกวี นักเขียน นักข่าว สื่อมวลชน พลทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้าราชการ และพลเมืองที่รักทั้งหลายวันนี้ ณ สถานที่แห่งนี้ ในเวลานี้ เมื่อ 83 ปีก่อน ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในสังคมของเรา มีการโค่นล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช และมีการสถาปนารัฐธรรมนูญขึ้นเป็นครั้งแรก ดังที่มีความจารึกไว้บนหมุดนี้ว่า“ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ”ความเปลี่ยนแปลงนี้มีความหมายต่อเราทุกคน ต่อความเป็นคนของเราทุกคน เพราะมันหมายความว่า นับจากนี้ไปจะไม่มีไพร่และเจ้านาย แต่ทุกคนเป็นคนเสมอกันต่อหน้ากฎหมาย คนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันภายใต้รัฐธรรมนูญ มีสิทธิรับราชการ เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ตามความสามารถ ไม่ใช่ชาติกำเนิด เราเป็นคนเพราะเราเกิดมาเป็นคน ไม่ใช่เป็นคนเพราะนามสกุลของบรรพบุรุษ ตระกูล ฐานันดรไม่มีอีกต่อไปการเปลี่ยนแปลงนั้นคือ นับแต่นี้ จะไม่มีใครมีความเป็นคนอยู่เหนือใคร จะไม่มีใครมีอภิสิทธิ์เหนือใครเพราะชาติกำเนิดอีกต่อไป และนับจากนั้นมาจนถึงวันนี้ เราไม่เคยย้อนกลับไปปกครองด้วยระบอบเดิมอีก และในวันต่อ ๆ ไปข้างหน้า เราจะไม่มีวันย้อนกลับไปเป็นไพร่อีก เพราะเราเป็นคน เป็นมนุษย์ที่มี สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาคกัน และเราคือเจ้าของอำนาจดังที่เขียนไว้ในมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญ 27 มิถุนายน 2475 ว่า“อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย”ในวันนี้ เรามาเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์และผู้ก่อการเปลี่ยนแปลง เรามีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับประชาธิปไตยที่อยากจะบอกเล่าแก่คณะราษฎรผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงในวั้นนั้นประชาธิปไตย...ที่ผ่านกาลเวลาและการหยุดนิ่ง ผ่านการเรียนรู้และไม่เรียนรู้ ผ่านความสำนึกและความไม่สำนึก จากช่วงเวลาสู่ช่วงเวลา จากสมัยสู่สมัย จากรุ่นสู่รุ่น เราไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดในเวลาอันสั้น แต่เรามาเพื่อยืนยันว่า จิตวิญญาณของประชาธิปไตยยังอยู่ กำลังหายใจอยู่ ที่นี่ ตรงนี้ และจะมีชีวิต เติบโตต่อไป เพราะประชาธิปไตยคือแสงที่เดินทางไม่สิ้นสุด และจะไม่มีวันดับตราบที่ความเป็นคนยังคงอยู่เพราะคณะราษฎรไม่ใช่คนแรกและเราไม่ใช่คนสุดท้าย ที่จะมายืนอยู่ตรงจุดนี้และประกาศจิตวิญญาณนี้ แต่มันคือภารกิจที่ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะประชาธิปไตยไม่เคยสมบูรณ์ประชาธิปไตยไม่เคยสมบูรณ์และจะไม่มีวันสมบูรณ์ เพราะประชาธิปไตยคืออารยธรรมของมนุษย์ และมนุษย์ต้องเรียนรู้ ต่อสู้และปรับปรุงตัวเองไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังมีมนุษย์ จะต้องมีอารยธรรม จนกระทั่งคืนวันสุดท้ายของของมนุษยชาติ ตราบจนกระทั่งมนุษย์คนสุดท้ายที่หายใจดอกไม้และบทกวี ที่นี่ ในวันนี้ จะขอมอบแด่คณะราษฎรและจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ที่มีเสรีภาพเสมอกัน พรรคกวีมันสูญ

Posted by Prachatai on Tuesday, June 23, 2015

 

แถลงการณ์มันสูญ ฉบับที่ 1

24 มิถุนายน 2558 เวลา 06.00 นาฬิกา

พี่น้องประชาชน เพื่อนกวี นักเขียน นักข่าว สื่อมวลชน พลทหาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ ข้าราชการ และพลเมืองที่รักทั้งหลาย

วันนี้ ณ สถานที่แห่งนี้ ในเวลานี้ เมื่อ 83 ปีก่อน ได้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในสังคมของเรา มีการโค่นล้มระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช และมีการสถาปนารัฐธรรมนูญขึ้นเป็นครั้งแรก ดังที่มีความจารึกไว้บนหมุดนี้ว่า

“ณ ที่นี้ 24 มิถุนายน 2475 เวลาย่ำรุ่ง คณะราษฎรได้ก่อกำเนิดรัฐธรรมนูญเพื่อความเจริญของชาติ”

ความเปลี่ยนแปลงนี้มีความหมายต่อเราทุกคน ต่อความเป็นคนของเราทุกคน เพราะมันหมายความว่า นับจากนี้ไปจะไม่มีไพร่และเจ้านาย แต่ทุกคนเป็นคนเสมอกันต่อหน้ากฎหมาย คนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันภายใต้รัฐธรรมนูญ มีสิทธิรับราชการ เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ตามความสามารถ ไม่ใช่ชาติกำเนิด เราเป็นคนเพราะเราเกิดมาเป็นคน ไม่ใช่เป็นคนเพราะนามสกุลของบรรพบุรุษ ตระกูล ฐานันดรไม่มีอีกต่อไป

การเปลี่ยนแปลงนั้นคือ นับแต่นี้ จะไม่มีใครมีความเป็นคนอยู่เหนือใคร จะไม่มีใครมีอภิสิทธิ์เหนือใครเพราะชาติกำเนิดอีกต่อไป และนับจากนั้นมาจนถึงวันนี้ เราไม่เคยย้อนกลับไปปกครองด้วยระบอบเดิมอีก และในวันต่อ ๆ ไปข้างหน้า เราจะไม่มีวันย้อนกลับไปเป็นไพร่อีก เพราะเราเป็นคน เป็นมนุษย์ที่มี สิทธิ เสรีภาพ เสมอภาคกัน และเราคือเจ้าของอำนาจดังที่เขียนไว้ในมาตราหนึ่งของรัฐธรรมนูญ 27 มิถุนายน 2475 ว่า

“อำนาจสูงสุดของประเทศนั้นเป็นของราษฎรทั้งหลาย”

ในวันนี้ เรามาเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์และผู้ก่อการเปลี่ยนแปลง เรามีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับประชาธิปไตยที่อยากจะบอกเล่าแก่คณะราษฎรผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงในวั้นนั้น

ประชาธิปไตย...ที่ผ่านกาลเวลาและการหยุดนิ่ง ผ่านการเรียนรู้และไม่เรียนรู้ ผ่านความสำนึกและความไม่สำนึก จากช่วงเวลาสู่ช่วงเวลา จากสมัยสู่สมัย จากรุ่นสู่รุ่น เราไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดในเวลาอันสั้น แต่เรามาเพื่อยืนยันว่า จิตวิญญาณของประชาธิปไตยยังอยู่ กำลังหายใจอยู่ ที่นี่ ตรงนี้ และจะมีชีวิต เติบโตต่อไป เพราะประชาธิปไตยคือแสงที่เดินทางไม่สิ้นสุด และจะไม่มีวันดับตราบที่ความเป็นคนยังคงอยู่

เพราะคณะราษฎรไม่ใช่คนแรกและเราไม่ใช่คนสุดท้าย ที่จะมายืนอยู่ตรงจุดนี้และประกาศจิตวิญญาณนี้ แต่มันคือภารกิจที่ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะประชาธิปไตยไม่เคยสมบูรณ์

ประชาธิปไตยไม่เคยสมบูรณ์และจะไม่มีวันสมบูรณ์ เพราะประชาธิปไตยคืออารยธรรมของมนุษย์ และมนุษย์ต้องเรียนรู้ ต่อสู้และปรับปรุงตัวเองไปเรื่อย ๆ ตราบใดที่ยังมีมนุษย์ จะต้องมีอารยธรรม จนกระทั่งคืนวันสุดท้ายของของมนุษยชาติ ตราบจนกระทั่งมนุษย์คนสุดท้ายที่หายใจ

ดอกไม้และบทกวี ที่นี่ ในวันนี้ จะขอมอบแด่คณะราษฎรและจิตวิญญาณความเป็นมนุษย์ที่มีเสรีภาพเสมอกัน

 

พรรคมันสูญ

 

พระมหาไพรวัลย์ วรรณฺโณ กล่าวอวยพร
 

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ร่วมกล่าวอวยพร ที่หมุดคณะราษฎร เมื่อ 6.50 น ที่ผ่านมา

Posted by Prachatai on Tuesday, June 23, 2015

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์