ศาลทหารเลื่อนนัดตรวจพยานคดี 112 ‘บัณฑิต อานียา’ ยันไม่รับสารภาพ

เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 58 – ศาลทหารเลื่อนนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีมาตรา 112 ที่ ‘บัณฑิต อานียา’ นักเขียนและนักแปลวัย 73 ปีตกเป็นจำเลย โดยนัดหมายอีกครั้งในวันที่ 23 ก.ย. 58 ด้านจำเลยยืนยันไม่รับสารภาพข้อกล่าวหา

บัณฑิต กล่าวถึงความรู้สึกหลังจากศาลเลื่อนนัดหมายว่า รู้สึกดีที่อย่างน้อยก็ได้ยืดเวลาการตัดสินคดีออกไป ส่วนผลการพิพากษา เขากล่าวว่าไม่มั่นใจนักว่าจะออกมาเช่นไรเพราะคดีนี้อยู่ในศาลทหารไม่ใช่ศาลพลเรือน แต่อย่างไรก็ตามจะต่อสู้คดีถึงที่สุด

บัณฑิต ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 27 พ.ย.57 หลังจากไปร่วมงานเสวนาที่จัดขึ้นโดยพรรคนวัตกรรม ซึ่งเป็นพรรคตั้งใหม่ยังไม่ได้จดทะเบียน การเสวนานี้เป็นการระดมความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปในประเด็นต่างๆ เช่น อำนาจ กกต., ที่มา ส.ส., สถาบันกษัตริย์ ฯลฯ เพื่อรวบรวมความเห็นส่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีผู้เข้าร่วมประมาณ 15 คน โดยขณะที่บัณฑิตกำลังแสดงความคิดเห็นอยู่ก็โดนรวบตัวทันทีโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สังเกตการณ์อยู่ในงานโดยที่ยังพูดไม่จบประโยค หลังจากนำตัวมาสอบปากคำที่ สน.สุทธิสารและถูกควบคุมตัวไว้หนึ่งคืน วันที่ 28 พ.ย. ตำรวจนำตัวเขาไปขออำนาจฝากขังต่อศาลทหาร ศาลอนุญาตให้บัณฑิตประกันตัวโดยมี 'วาด รวี' เพื่อนร่วมอาชีพเป็นนายประกัน และใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 400,000 บาท ขณะที่ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเขียนคำร้องประกอบระบุถึงปัญหาสุขภาพที่ผู้ต้องหาเหลือไตเพียงข้างเดียวและต้องมีถุงปัสสาวะติดลำตัวมาตลอดหลายปี จากนั้นบัณฑิตเข้ารายงานตัวต่อศาลในทุกนัดฝากขังจนครบ 7 ผลัด และมีการสั่งฟ้องในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 โดยในคำฟ้องระบุคำพูดของจำเลยเพียง 2 ประโยค ประโยคแรกกล่าวถึงความแตกแยกของสังคมไทยและสถานะของสถาบันกษัตริย์กับกฎหมาย ประโยคที่สองกล่าวถึงระบอบการปกครองว่าจะเลือกแบบใด

ถัดมาในเดือน มีนาคม 2558 เป็นการสอบคำให้การจำเลยว่ายอมรับตามฟ้องโจทก์หรือไม่ ซึ่งบัณฑิตให้การปฏิเสธ จากนั้นศาลถามว่าจำเลยได้เคยกระทำความผิดคดีลักษณะเดียวกันนี้จนศาลฎีกาเคยพิพากษาจำคุก 4 ปีแต่รอลงอาญาไว้ 3 ปี เมื่อวันที่ 17 ก.พ.57 จริงหรือไม่ จำเลยกล่าวยอมรับว่าเป็นความจริง

คดีนี้นับเป็นคดีที่ 2 ที่เขาตกเป็นจำเลยหมิ่นประมาทกษัตริย์ ในครั้งแรกนั้นเขาถูกขังในเรือนจำอยู่นาน 98 วัน รวมทั้งถูกส่งตัวไปรักษอาการจิตเภทด้วยก่อนได้รับการประกันตัว ต่อมาศาลอาญาลงโทษจำคุก 4 ปีแต่ให้รอการลงโทษไว้เนื่องจากจำเลยป่วยเป็นโรคจิตเภท จากนั้นศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี 8 เดือนโดยไม่รอการลงโทษเพราะเห็นว่าจำเลยควบคุมตนเองได้ กระทั่งเมื่อต้นปี 2557 ศาลฏีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น 

 

 

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์