ครม.เศรษฐกิจอนุมัติ ขุดเจาะบาดาลแก้ภัยแล้ง

24 มิ.ย.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ครม.เศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งกรณีฉุกเฉิน และแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งจะเป็นการปรับโครงสร้างระบบชลประทาน เพื่อให้มีน้ำใช้เพียงพอ

นอกจากนี้ที่ประชุมจะพิจารณามาตรการให้กับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการปลูกข้าว ทั้งที่ปลูกและไม่ปลูก ไร่ละ 1,000 บาท รวมถึงการขออนุมัติโครงการจัดหาและพัฒนาแหล่งบาดาลเพื่อการเกษตรในพื้นที่ภัยแล้งระยะเร่งด่วนด้วย

โดยหลังประชุม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  พร้อมด้วย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปิติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน ร่วมเปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพื่อพิจารณาแก้ปัญหาภัยแล้งกรณีฉุกเฉิน และแนวทางการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบทั้งระยะสั้นและระยะยาว ว่า รัฐบาลยืนยันจะดูแลให้ประชาชนมีน้ำอุปโภค บริโภค ได้เพียงพอ ไปจนถึงเดือนเมษายน 2559 พร้อมยอมรับว่าไม่สามารถดูแลภาคการเกษตรได้ทั้งหมด

โดยพื้นที่ที่มีการเพาะปลูกไปแล้วจำนวน 3.45 ล้านไร่ พบว่ามีพื้นที่ดอนเสี่ยงต่อน้ำไปไม่ถึง กว่า 850,000 ไร่ โดยทางกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ของบประมาณ อีก 84 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขุดเจาะบ่อบาดาลใหม่ อีก 500 บ่อทั่วประเทศ คาดว่าจะมีน้ำเพิ่มขึ้น 200,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยเกษตรกรในพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งจากเดิมที่มีบ่อบาดาลอยู่ 380 บ่อ แต่ไม่มีเครื่องปั้ม จะใช้งบของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล มาใช้ติดตั้งเครื่องปั้มน้ำ จำนวน 80ปั๊มได้ทันที ทั้งนี้หากขุดเจาะได้ตามแผนที่วางไว้ จะสามารถช่วยพื้นที่เกษตรได้ 100,000 – 130,000 ไร่ โดยจะทำงามร่วมกันระหว่างกองทัพบก กองทัพไทย และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมทั้งมีประชาชนในพื้นที่เข้ามาร่วมดำเนินงานกว่า 2,000 คน ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในกลางเดือนก.ค.นี้ ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เตรียมปรับพื้นที่บินทำฝนหลวงเพื่อเพิ่มเติมน้ำในพื้นที่ภาคกลางมากขึ้น

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัดและขอให้เกษตรกรหันมาปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อยแทน พร้อมทั้งให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำความเข้าใจกับเกษตรกรและประชาชน

ปิติพงศ์ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะมีการหารือร่วมกับรมว.คลัง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง เพื่อปรับโครงสร้างการผลิตหรือปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกช่วง ก.ค. – ส.ค. เพื่อรอฝน

เลิศวิโรจน์ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 4แห่งของประเทศ มีน้ำอยู่ 1,067 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 6 ของปริมาณน้ำทั้งหมด ซึ่งถ้าระบายน้ำวันละ 33 ล้านลูกบาศก์เมตรจะมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรเพียง 32 วัน หรือถึงเดือนก.ค. จึงได้ปรับให้มีการระบายน้ำวันละ 28 ล้านลูกบาศก์เมตรแทนโดยคาดว่าจะมีน้ำใช้เพื่อการเกษตรถึงเดือนสิงหาคม

ที่มา สำนักข่าวไทย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์