เสนอตัดสิทธิ 5 ปี หาก 'นายก-รมต.' ถือหุ้นเกิน กม.กำหนด

28 มิ.ย. 2558 คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) โดย นาย คณิต ณ นคร ประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย จัดทำบันทึกความเห็นและข้อเสนอแนะเรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ เสนอต่อนายกรัฐมนตรี ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยคปก.มีความเห็นว่า การทุจริตคอรัปชั่นเป็นปัญหาที่อยู่ในสังคมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทุจริตคอรัปชั่นที่เกิดขึ้นในภาครัฐที่เกิดการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ (Conflict of Interest) นั้น เป็นสาเหตุสำคัญที่จะนำไปสู่ปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น จึงควรมีการกำหนดบทบัญญัติที่เกี่ยวกับการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ให้มีความชัดเจนและมีการกำหนดโทษของการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนไว้ด้วย เพื่อให้มาตรการทางกฎหมายมีสภาพบังคับได้จริงและเกิดประสิทธิภาพ คปก.จึงเสนอแนะให้มีการแก้ไขกฎหมายในส่วนที่เป็นข้อห้ามของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภาและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับท้องถิ่น โดยให้แก้ไขบทบัญญัติกฎหมายในมาตรา 265 (2) (3) และ (4) ที่เคยกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ให้ใช้กับสมาชิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา โดยให้ใช้บังคับกับกรณีบุตรของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในระดับท้องถิ่นที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะเท่านั้น เนื่องจากการไม่บัญญัติลักษณะของบุตรให้ชัดเจนทำให้เกิดการตีความที่ครอบคลุมทั้งบุตรที่บรรลุนิติภาวะและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ อันทำให้เกิดการจำกัดสิทธิของบุตรที่บรรลุนิติภาวะในลักษณะเป็นการกีดกันการประกอบอาชีพที่เป็นการรับสัมปทานหรือเป็นคู่สัญญากับรัฐ
 
นอกจากนี้ คปก.ยังเสนอให้มีการกำหนดโทษของการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามที่กำหนดให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือเป็นผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือต้องไม่คงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทต่อไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 269 ให้มีความชัดเจนเพื่อให้มาตรการทางกฎหมายดังกล่าวสามารถบังคับใช้ได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพโดยคปก.เสนอให้มีการกำหนดโทษโดยการตัดสิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่กระทำการฝ่าฝืนบทบัญญัติตามมาตรา 269 เป็นเวลา 5 ปี และเห็นควรให้มีการกำหนดโทษสำหรับกรณีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหลีกเลี่ยงข้อห้ามดังกล่าวโดยการโอนหุ้นให้กับบุตรก่อนการเข้ารับตำแหน่งหรืออาจเพิ่มเติมมาตรการทางภาษีให้มีความเข้มงวดมากขึ้น

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์