ทหารจังหวัดเลย สั่งห้ามจัดค่ายเยาวชน (ป.4-ม.3) หวั่นสร้างความแตกแยก

ทหารค่ายศรีสองรัก อ้างไม่สบายใจ เนื่องจากสถานการณ์ไม่ปกติ สั่งห้ามจัดค่าย “เยาวชนฮักบ้านเจ้าของ” ที่อำเภอวังสะพุง หวั่นปลุกปั่นเยาวชนต่อต้านอำนาจรัฐ และพยายามเชื่อมโยงกับ 7 ดาวดิน

28 มิ.ย. 2558 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารจากค่ายศรีสองรัก จังหวัดเลย สั่งห้าม เจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม จัดค่ายเยาวชน “เยาวชนฮักบ้านเจ้าของ” เหตุเพราะสถานการณ์ในพื้นที่ ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ไม่ปกติ โดยให้เหตุผลว่ามีการเข้ามาของนักศึกษากลุ่มดาวดิน เกรงว่าจะมีการปลุกปั่นเยาวชนให้ต่อต้านอำนาจรัฐ และยุยงให้ชาวบ้านแตกแยกกัน

วงศกร สารปรัง เจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม ให้ข้อมูลว่า ค่ายเยาวชนที่จะมีการจัดขึ้นเป็นการการออกค่ายของกลุ่มคนรุ่นใหม่รุ่นที่ 1 ของมูลนิธิอาสามสมัครเพื่อสังคม ชื่อค่ายว่า “เยาวชนฮักบ้านเจ้าของ” โดยมีกลุ่มเป้าหมายในการจัดกิจกรรมคือ เยาวชน นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในพื้นที่ บ้านห้วยผุก และบ้านภูทับฟ้า ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย โดยมีลักษณะกิจกรรมเป็นค่ายเรียนรู้ของเยาวชนในประเด็นเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น สร้างสำนึกรักบ้านเกิด และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งมีกำหนดจัดกิจกรรมในวันแรกคือวันที่ 27 มิ.ย. 2558 แต่ไม่สามารถจัดได้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทหาร สั่งห้ามจัดกิจกรรมในช่วงนี้ เนื่องจากสถานการณ์ไม่ปกติ

วงศกร เล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่เข้าไปในพื้นที่เพื่อที่จะประสานงานกับผู้ใหญ่บ้าน โรงเรียน และหน่วยราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องว่า ในวันที่ 23 มิ.ย. เป็นวันแรกที่ทีมเตรียมค่ายได้เดินทางไปถึง โดยในคืนนั้นได้เข้าไปหาผู้ใหญ่บ้าน 2 หมู่บ้านคือ บ้านห้วยผุก และบ้านภูทับฟ้า เพื่อที่จะเข้าไปประสานชี้แจงเรื่องการมาทำกิจกรรมให้ทราบ ด้านผู้ใหญ่บ้านห้วยผุกได้ปฏิเสธที่จะรับรู้เรื่องการจัดค่ายกิจกรรมใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมให้เหตุผลว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่มีนักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะกลุ่มดาวดิน เกรงว่าจะเข้ามาเพื่อสร้างความสถานการณ์ และปลุกปั่นเยาวชนให้ต่อต้านอำนาจหน่วยงานปกครองของรัฐ พร้อมระบุว่า ถ้าจัดจะค่ายก็สามารถจัดได้ แต่ตนไม่ขอรับรู้ด้วย

ด้าน ภูมิสิทธิ์ ศิระศุภฤกษ์ชัย เจ้าหน้าที่โครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม เล่าถึงเหตุการณ์ในวันถัดมาคือวันที่ 24 มิ.ย. ในช่วงเช้าขณะเข้าไปจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับจัดกิจกรรม ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภอ.วังสะพุง เข้ามาสอบถามถึงการจัดค่ายกิจกรรม และข้อดูบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมชี้แจงถึงการเข้ามาว่า จะเข้ามาดูแลความปลอดภัยเนื่องจากสถานการณ์ในพื้นที่ไม่ปกติ นอกจากนั้นยังได้สอบถามข้อมูลของทีมงานแต่ละคนว่า เป็นใครมาจากไหน มหาวิทยาลัยอะไร และนำเอาข้อมูลไปค้นหาเฟซบุ๊ก จากนั้นไม่นานผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยผุก ได้เข้ามาบอกว่าไม่อนุญาติให้ใช้พื้นที่ในการจัดกรรมแล้ว

ภูมิสิทธิ์ เล่าต่อไปว่า ต่อมา ผู้ใหญ่บ้านห้วยภูทับฟ้าเข้ามาในโรงเรียน พร้อมกับทหารจำนวน 4 นาย นำโดย พันตรีคำผล ติวเฮือง โดยได้สอบถามในลักษณะเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และถามถึงความสัมพันธ์กับกลุ่มดาวดิน และได้ชี้แจงถึงความเข้าใจของตนว่า กลุ่มที่จะมาทำกิจกรรมครั้งนี้ อาจจะเป็นกลุ่มเดียวกันหรือเชื่อมโยงกับกลุ่มดาวดิน ซึ่งอาจจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ และปลุกปั่นให้เยาวชนต่อต้านอำนาจหน่วยงานปกครองของรัฐ จึงไม่มีความสบายใจที่จะให้มีการจัดค่ายในช่วงนี้ พร้อมระบุว่า หากต้องการจะจัดค่ายกิจกรรมต้องทำหนังสือส่งไปให้นายรับทราบก่อน

ภูมิสิทธิ์ เล่าว่า ตนได้อธิบายลักษณะกิจกรรม จุดประสงค์ของการทำกิจกรรมให้กับทางด้านเจ้าหน้าที่ฟัง พร้อมทั้งบอกว่าการจัดค่ายกิจกรรมครั้งนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มดาวดิน แต่เจ้าหน้าที่ไม่รับฟัง พร้อมกับต่อสายให้คุยกับนาย ซึ่งได้รับการยืนยันว่าไม่ให้มีการจัดค่ายในช่วงนี้ พร้อมขอเชิญทีมงานทั้งหมดไปคุยที่ค่ายศรีสองรัก โดยจะให้เจ้าหน้าที่ทหารที่อยู่ในพื้นที่ขับรถตามไป

เมื่อทีมงานทั้งหมดไปถึงที่ค่ายศรีสองรัก กลับถูกปฏิเสธที่จะให้เข้าไปได้ด้านใน เนื่องจากยังไม่มีคำสั่งว่าให้มีคนเข้าไปด้านในได้ วงศกร เล่าว่า อาจเป็นเพราะเจ้าหน้าที่ทหารยังไปได้ประสานงานกัน และเป็นช่วงที่รถของทีมงาน กับรถของเจ้าหน้าที่ที่ขับตามมาทิ้งระยะห่างกัน ตนจึงขับรถเข้าไปในตัวเมืองเพื่อรับประทานอาหาร พร้อมกับโทรแจงแหล่งทุนว่า ประสบปัญหาในการจัดค่าย ด้านแหล่งทุนจึงได้ประสานคุยกับเจ้าหน้าที่ทหารในค่ายศรีสองรัก จนได้ข้อสรุปว่า ให้การจัดค่ายเลือนออกไปก่อน และทีมงานทั้งหมดไม่ต้องเข้าไปพบในค่ายทหารแล้ว จากนั้นทีมงานได้ติดต่อพูดคุยกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งเพื่อเข้าใจตรงกันว่าไม่ต้องเข้าไปในค่ายแล้ว พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะเข้าไปในพื้นที่เพื่อเก็บของ ด้านเจ้าหน้าที่ก็ตกลงยินยอม แต่เมื่อกลับเข้ามาในพื้นที่ ก็พบว่ามีรถคันเดิมขับตามมา เมื่อมาถึงที่โรงเรียน ก็มีเจ้าหน้าที่หน้าอีกคน ซึ่งไม่ใช่คนที่มาครั้งแรก พยายามตั้งคำถาม เพื่อที่จะเชื่อมโยงทีมงานกับกลุ่มดาวดินอีก

วงศกร ให้ข้อมูลอีกว่า ในวันถัดมา เจ้าหน้าที่ยังคงโทรมาถามว่า ออกจากพื้นที่หรือยัง อยู่ไหนแล้ว เป็นห่วงความปลอดภัย กลัวว่าจะกลับไม่ถึงบ้าน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์