คดีฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. - ผบช.น. มั่นใจจะออกหมายจับได้เพิ่มแน่ๆ ผิดถึงใครจับคนนั้น

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกล่าวถึงการค้นรถทนายจากศูนย์ทนายความฯ ที่ศาลทหาร ว่ามีการค้นรถจริง แต่ไม่ทราบว่าเป็นรถทนาย เพราะตอนสอบปากคำ 14 ผู้ต้องหาบอกว่าไม่มีทนาย ส่วนสิ่งของที่ยึดได้ ถ้านำมาออกหมายจับได้จะดำเนินการต่อ ยืนยันว่าผิดถึงใครก็จะจับคนนั้น

พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ที่มา: มติชนทีวี)

28 มิ.ย. 2558 - พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ยืนยันกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นรถของ น.ส.ศศิกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนที่จอดอยู่บริเวณศาลทหารเมื่อวานนี้ (27 มิ.ย.) โดยในคลิปรายงานข่าวของมติชนทีวี พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า "มีการค้นรถ แต่มีทนายหรือเปล่าไม่ทราบ เพราะตอนนี้ยังไม่เห็นเขาแจ้งว่ามีทนายเลย อันดับแรกต้องเข้าใจก่อนว่าทนายยังไม่มี เราไปสอบปากคำเขายังไม่ให้สอบเพราะเขาอ้างว่าไม่มีทนาย" สำหรับเหตุผลที่ต้องค้นรถนั้น พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า เพราะมีหลักฐานสำคัญ มีของเข้าข่ายต้องยึด มีไว้ได้มาเพื่อใช้ในการกระทำความผิด

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า "ทราบอยู่แล้วว่ามี?" พล.ต.ท.ศรีวราห์กล่าวว่า "มีผู้แจ้ง" สำหรับสิ่งที่ยึดได้เป็นของกลาง พล.ต.ท.ศรีวราห์ตอบว่า "อยู่ในสำนวน" โดยระบุว่าจะยึดไว้ก่อนเพราะยังไม่สิ้นสุดการพิจารณากระบวนการ โดยจากหลักฐานที่ได้มานั้น พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า "ถ้าออกหมายจับได้สำหรับผู้สนับสนุนคนร้ายก็จะออกหมายจับต่อ"

กรณีที่เจ้าของรถโต้แย้งว่า ตำรวจนำวัตถุพยานบางอย่างไปแล้วนำกลับเข้ามา พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า "ไม่ทราบ ก็เป็นสิทธิที่จะโต้แย้ง" นอกจากนี้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวด้วยว่า การค้นรถเป็นอำนาจเจ้าพนักงานอยู่แล้วในการค้นตามกฎหมาย ไม่ต้องขอหมายค้น แต่กรณีได้ขอหมาย

ส่วนการทำกิจกรรมต่อเนื่องของนักศึกษา พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ทำได้ภายในขอบเขตของกฎหมาย ถ้าทำนอกขอบเขตจะดำเนินการทางกฎหมาย ส่วนพยานหลักฐานที่ได้มา จะนำไปดำเนินการออกหมายจับต่อ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า พยานหลักฐานได้มาจะนำไปออกหมายจับคนสั่งการหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า "ตอบได้เท่านี้ตามสำนวน แต่ยืนยันว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ เพราะยังไม่สิ้นกระแส"

เมื่อถามว่าจะออกหมายจับได้เพิ่มหรือว่า พล.ต.ท.ศรีวราห์ ตอบว่า "ผมเชื่อว่าได้แน่ ต้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ยังไม่จำเป็นต้องผู้บัญชาการตำรวจนครบาลต้องลงไปดูแลเอง ยืนยันว่าผิดถึงใครก็จะจับคนนั้น ทุกข้อหา" พล.ต.ท.ศรีวราห์ ระบุด้วยว่า "หน้าที่ของ ผบช.น. คือทำสำนวนคดีอาญา ไม่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง"

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้กลางดึกของคืนวันที่ 26 มิ.ย. ที่ศาลทหาร กระทรวงกลาโหม เขตพระนคร พนักงานสอบสวน สน.สำราญราษฎร์ ขอค้นรถของทนายความ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ภายหลังศาลทหารอนุมัติฝากขัง 14 ผู้ต้องหาที่เป็นนักศึกษาและเยาวชน ในความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. 3/2558 ข้อ 12 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116

ทั้งนี้ตำรวจอ้างว่าต้องการตามหาโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำความผิด แต่ทนายความไม่ยอมเพราะตำรวจไม่มีหมายค้น โดยตำรวจได้ใช้กระดาษติดเทปกาว ติดบริเวณที่เปิดประตูรถยนต์ทุกด้าน ล็อกล้อรถยนต์ และใช้แผงกั้นล้อมรถ ขณะที่ทีมทนายความได้เฝ้ารถยนต์ไว้ตลอดทั้งคืน และนำหมายค้นมาในวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 27 มิ.ย.

ทั้งนี้ทนายความเห็นว่าตำรวจไม่มีอำนาจในการกักรถ จึงจะแจ้งความกลับฐานปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบ มาตรา 157 และ กักขังหน่วงเหนี่ยว ตามมาตรา 309 นอกจากนี้ ขณะที่ตำรวจตรวจยึดโทรศัพท์มือถือไป 5 เครื่อง ไม่ได้ทำตามขั้นตอนที่ต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานปิดผนึกเครื่องและให้ทุกฝ่ายลงชื่อกำกับ แต่ตำรวจเอามือถือวิ่งขึ้นรถมอเตอร์ไซค์หายไป โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า การกระทำเช่นนี้เป็นการกระทำความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ หลังจากผ่านไปประมาณสิบกว่านาทีตำรวจรู้ว่าทำผิดจึงวนรถเอามาคืนแต่เป็นรถคนละคัน (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

ขณะเดียวกันที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อเวลา 17.00 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน อาทิ กฤษฎางค์ นุตจรัส และเยาวลักษณ์ อนุพันธ์ ได้แถลงข่าวกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจค้นรถยนต์ทนายด้วย โดยผู้สื่อข่าวจะรายงานรายละเอียดของการแถลงข่าวต่อไป

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์