คนนับร้อยแห่เยี่ยม 13 ผู้ต้องหา(ชาย)ออก จม.‘ด้วยแรงอธิษฐาน’ ถึงพล.อ.ประยุทธ์

ประชาชน น.ศ. อาจารย์ เกือบร้อยแห่เยี่ยม ‘ขบวนประชาธิปไตยใหม่’ แน่นคุก 13 ผู้ต้องหาออกจดหมายยังมีกำลังใจ ปิยบุตรระบุเป็นการใช้วิชาที่เรียนในชีวิตจริง ขณะที่มารดาเผยผู้อยู่เบื้องหลังลูกชายคือ สังคมไทยในช่วงสิบปีที่ผ่านมา


ภาพสเก็ตช์บรรยากาศในห้องเยี่ยมผู้ต้องขัง โดยยุติ มุกดาวิจิตร
เจ้าของภาพระบุว่าภาพนี้ยังไม่เสร็จเพราะขาด "กำปั้นที่ชูขึ้นของผู้มาเยี่ยมทั้งหลาย" 

ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

29 มิ.ย.2558 เวลาประมาณ 11.00 น. มวลชนนับร้อยทั้ง นักศึกษา นักกิจกรรม ประชาชน อาจารย์ เดินทางมายังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อเข้าเยี่ยม 13 นักศึกษานักกิจกรรมที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ โดนเจ้าหน้าที่เรือนจำอนุโลมให้ได้เยี่ยมพร้อมกันทุกคนทั้งผู้เยี่ยมและผู้ต้องหา จนห้องเยี่ยมมีสภาพแน่นและร้อนมาก เป็นเวลา 20นาที ผู้มาเยี่ยมต่างผลัดกันชูกำปั้นให้กำลังใจ

ขณะที่รายงานข่าวจากทัณฑสถานหญิงกลางแจ้งว่า ผู้ที่เข้ายี่ยม ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกดได้ มีเพียง เพื่อน ญาติ รวม 4 ราย เนื่องจากทางเรือนจำมีกฎการระเบียบการเยี่ยมที่เข้มงวด

นอกจากนี้ผู้ต้องหาชายทั้งหมดยังได้เขียนจดหมายของ 13 ผู้ต้องหาถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สรุปความได้ว่า พวกเขายังมีกำลังใจที่เข้มแข็งเมื่อนึกถึงการต่อสู้ของขบวนประชาธิปไตยใหม่ที่ยึดหลักการ 5 ข้อ คือ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การมีส่วนร่วม และสันติวิธี พวกเขาอธิษฐานให้ พล.อ.ประยุทธ์ ตระหนักและเข้าใจหลักการดังกล่าว (อ่านรายละเอียดในล้อมกรอบ)


ปิยบุตร แสงกนกกุล ให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมนักศึกษา นักกิจกรรม

 


ตัวแทนขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ให้สัมภาษณ์หลังเข้าเยี่ยมเพื่อน

 

ภายหลังการเข้าเยี่ยม ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเดินทางมาเยี่ยมของคณาจารย์ในวันนี้เพื่อมาให้กำลังใจเป็นหลัก ส่วนเรื่องการต่อสู้คดีต้องสอบถามจากทนายความ หากให้พิจารณาจากกรณีที่เกิดขึ้นก็เห็นว่า นักศึกษาและน้องกลุ่มนี้ส่วนใหญ่เรียนนิติศาสตร์ แล้วนำสิ่งที่เขาเรียนมาใช้ในชีวิตจริง เขาเห็นว่ามีคณะบุคคลคณะหนึ่งมายึดอำนาจ ผิดป.อาญามาตรา 113 ฐานกบฏแล้วก็ออกประกาศคำสั่งต่างๆ แล้วให้เป็นกฎหมายใครไม่เชื่อฟังก็ลงโทษ มันคือการสู้กันระหว่างสองวิธีคิด พวกเขามองว่ากฎหมายต้องมีที่มาโดยชอบธรรมขณะที่คสช.เขาประเมินว่าเขายึดอำนาจได้แล้วเขาเป็นรัฐฏาธิปัตย์

“มันเป็นการต่อสู้ที่สันติและมันส่วนงาม เขาใช้ civil disobedience การดื้อแพ่งต่อกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมอย่างสันติ ยอมอยู่ในเรือนจำ ในด้านนี้เราคงต้องเคารพความกล้าหาญเขา” ปิยบุตรกล่าวและว่าได้พยายามหาช่องทางช่วยเหลือนายรัฐพล ศุภโสภณ หรือบาส ซึ่งสอบวิชาสุดท้ายเสร็จสิ้นแล้วและกำลังจะต้องสอบตั๋วทนายความว่าจะสามารถขอเลื่อนสอบต่อสภาทนายความหรือนำข้อสอบมาให้ทำในเรือนจำได้หรือไม่

ด้านตัวแทนกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ กล่าวว่า หลังจากนี้ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมได้ทางเพจ ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ NDM New Democracy Movement โดยเฉพาะในวันศุกร์นี้

“ถึงเพื่อนเราทั้ง 14 คนจะอยู่ข้างใน แต่คนที่อยู่ข้างนอกก็จะสู้ต่อ เราจะเปลี่ยนการต่อต้านให้เป็นการต่อสู้ เราจะล้มอำนาจเผด็จการ เราจะทำให้เผด็จการที่มีอยู่มันหายไปและไม่มีเผด็จการเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นการรัฐประหารหรือเผด็จการรูปแบบไหนก็แล้วแต่” ตัวแทนกลุ่มกล่าว

“พวกมันแค่ 14 คน ถึงไม่มีพวกมัน ขบวนการก็ยังเดินต่อ” ตัวแทนกลุ่มกล่าว

เรวดี แม่ของรัฐพล ศุภโสพล ให้สัมภาษณ์ว่า มาเยี่ยมลูกชายและพูดคุยกันเฉพาะเรื่องส่วนตัว เรื่องประกันตัวไม่ได้คุยกันเพราะเป็นเรื่องการต่อสู้ของเขา ตอนนี้ที่ห่วงคือเรื่องเรียนที่ยังเรียนไม่จบ

เมื่อถามว่าในฐานะผู้ปกครองมองกระบวนการตรงนี้อย่างไร เธอกล่าวว่า “มันไม่ยุติธรรมอยู่แล้ว มันเกินกว่าเหตุอยู่แล้ว สิ่งที่เด็กทำถ้าผู้ใหญ่รับฟังความคิดเห็นของเด็กๆ แล้วเปิดโอกาสให้เด็กแสดงออก เขาก็แสดงออกโดยสันติอยู่แล้ว ไม่ได้ก่อความวุ่นวายอะไร เขาไม่ได้ประกาศชักจูงใครให้มาชุมนุม เขาก็แสดงออกตามวาระ ตามหลักการประชาธิปไตยที่เขายึดกัน ลูกพี่ไม่ใช่กบฏแน่นอน และลูกพี่ก็รักชาติไม่น้อยไปกว่าทหารใหญ่ๆ”

“อย่าว่าแต่ใครจะมาชักจูงเลย แม่ชักจูงยังไม่ได้เลย พ่อชักจูงยังไม่ได้เลย เขามีความคิดเป็นของตัวเอง ถามว่าคนที่ชักจูงเขาคือใคร พี่จะตอบให้ชัดๆ ว่าสังคมไทยไง สังคมไทยสิบปีมานี้หล่อหลอมให้ลูกชายพี่ตั้งแต่นักเรียนมัธยมจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย กลายเป็นคนแบบนี้ เพราะสังคมไทย เพราะผู้ใหญ่ไทย ที่สร้างปัญหาทิ้งไว้ให้เด็กต้องรับปัญหาไว้อยู่” เรวดีกล่าว

 

จดหมายจาก 13 เชลย ถึงพลเอกประยุทธ จันทรโอชา

 

นับเป็นวันที่ สามแล้ว ที่เสรีภาพของพวกเราถูกคุมขังภายใต้คำสั่งของหัวหน้าคสช ที่ 3/2558 ภายในเรือนจำแห่งนี้ 
แม้ว่าเราจะมีอาหารให้กินครบสามมื้อ แต่ทุกๆมื้อ ก็เป็นการกินที่ปราศจากเพื่อน และคนที่เรารู้จักที่เคยร่วมโต๊ะอาหาร เราไม่เห็นแววตาพวกเขา และแน่นอนว่าพวกเราคิดถึงพวกเขา

แม้ว่าพวกเราจะมีที่หลับนอน มีชายคากันแดดและฝน แต่มันจะไม่เป็นเหมือนบ้าน ไม่มีรอยยิ้มของพ่อแม่ ไม่มีอ้อมกอดอบอุ่นจากคนที่เรารัก แม้ว่าเรายังมีลมหายใจแต่ก็เป็นลมหายใจที่ไกลห่างจากหนทางของความฝัน 

ลมหายใจที่เรามีอยู่ในวันนี้ เป็นลมหายใจที่รอคอยการพบกับเสรีภาพในวันข้างหน้า โดยที่เราไม่รู้ว่า เมื่อวันนั้นมาถึง เราจะยังมีความฝันอยู่หรือไม่ แม้เรามีกำลังใจที่เต็มเปี่ยม เมื่อนึกถึงการต่อสู้ของเพื่อน ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ โดยหวังหลักการห้าข้อ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ความยุติธรรม การมีส่วนร่วม และสันติวิธี 

เราอธิษฐานให้ พลเอกประยุทธ จันทรโอชา ผู้ออกคำสั่งในการจองจำเราได้ตระหนัก และเข้าใจถึงความสำคัญของหลักการดังกล่าว

เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ 

ลงชื่อ
13 เชลย ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 

29 มิย 58 เรือนจำพิเศษกรุงเทพ

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์