ภราดรภาพดาวดินเป็นเพียงจุดเล็กๆ ของประชาธิปไตยเท่านั้น

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เป็นเรื่องน่ายินดีที่การเคลื่อนไหวของนักศึกษาผู้เปี่ยมด้วยอุดมการณ์นำเราไปสู่ภาพพจน์อันอุดมคติของคำขวัญแห่งประชาธิปไตย อย่าง “ภราดรภาพ” (Fraternity) กระนั้นก็ดี การก่อรูปของภราดรภาพดาวดิน (The Fraternity of Dao-Din) เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสำนึกที่ว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของพลเมือง” เพราะในขณะนี้ รัฑไทยยังถูกปกครองด้วยแนวคิดที่มีสารัตถะไม่ใช่ประชาธิปไตย แม้จะสะกดด้วยรูปสัญญะ “ประชาธิปไตย” มาเนิ่นนานอย่างน้อย 83 ปี โดยที่ไม่ต้องนึกไกลไปถึงความเป็นเทวสิทธิ์อย่างที่มักถูกใช้เป็นเครื่องมือ ภราดรภาพดาวดินและบรรดาผู้ที่ฝันถึงประชาธิปไตยค่อยๆทราบแล้วว่า ใครเป็นใครในโลกแห่งการต่อสู้ให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย ซึ่งความทุกข์ยากลำบากต่างๆที่ได้รับ การต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว จะต้องไม่ถูก “สัตว์การเมือง” (Political Animal) ฉกฉวยผลประโยชน์ด้านความนิยมตามสูตรของนักเลือกตั้งระบอบประชาธิปไตยแบบตัวแทน เหตุว่า ภราดรภาพดาวดินได้พิสูจน์แล้วว่า “ความเป็นเพื่อน” ก็ย่อมนำไปสู่สำนึกแบบประชาธิปไตยได้ และความเป็นเพื่อนช่วยเราทุกคนให้เป็น “สิ่งมีชีวิตทางการเมือง” (Political Being) ผู้ตระหนักรู้ในสิทธิของความเป็นคน ความมีเลือดเนื้อ มีพ่อแม่ ครอบครัว และมิตรสหาย ภายใต้รัฐที่ไม่ใช่รัฑ [1][2]

ชัยชนะที่ภราดรภาพดาวดินได้รับหรือจะได้รับ ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของกาลเวลา หากแต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น “ใหม่”  ซึ่งถ้าเรามีความคิดเรื่องประชาธิปไตย “ใหม่” เราก็ควรจะทำให้การต่อสู้แห่งภราดรภาพดาวดินเป็นอะไรที่ใหม่ กล่าวคือ เป็นความสดใหม่ที่ไม่ซ้ำรอยประวัติศาสตร์อันพลาดพลั้งของนักศึกษาผู้ฝันถึงประชาธิปไตยในรุ่นก่อนหน้า และถ้าปรารถนาจะเห็นชัยชนะอย่างถาวรแห่งอำนาจอธิปไตยของปวงชน (Sovereignty) ภราดรภาพแห่งดาวดินน่าจะต้องพิจารณาดังต่อไปนี้คือ

1.ไปไกลกว่าความเป็นเพื่อนดาวดิน แต่ผู้ฝันถึงประชาธิปไตยทุกคน คือ ดาวดิน (#Je suis Dao Din)

จะทำอย่างไรให้ผู้ฝันถึงประชาธิปไตยหรืออ้างว่าฝันถึงก็ตาม เป็น “ดาวดิน”? จะทำอย่างไรให้ “ดาวดิน” เลยจากความเป็นกลุ่มนักศึกษาเล็กๆ แต่เป็นวาทกรรมแห่งอุดมการณ์ประชาธิปไตยใหม่ จะทำอย่างไรให้ผู้คนเหล่านั้น เข้าใจว่าประชาธิปไตยไม่ใช่เรื่องของอำนาจ(เสียงข้างมาก)นิยม เพราะประชาธิปไตย แม้จะตัดสินนโยบายด้วยการลงมติของเสียงข้างมาก แต่ในขณะหนึ่งก็พยายามรับฟังด้วยท่าทีที่เปิดกว้าง รอบคอบต่อความคิดเห็นของเสียงข้างน้อย นั่นหมายถึง ประชาธิปไตยคุ้มครองสิทธิของเสียงข้างน้อยในทุกระดับ ดังนั้น สำเนียงแบบอนุรักษนิยมย่อมได้รับความคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกันภายใต้อุดมการณ์ประชาธิปไตยด้วย โดยทฤษฎีแล้ว ผู้มีสำนึกประชาธิปไตยถูกเชื่อมโยงเข้ากับความเป็นอารยะ ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า ท่าทีแบบอำนาจนิยมมีแนวโน้มสูงกว่าที่จะลุแก่อำนาจและกระทำอย่างอนารยะ จึงกลายเป็นว่า “ผู้รักประชาธิปไตย” ต้องเป็นแบบอย่างของสิ่งที่เรียกว่า สันติวิธี หรือแม้กระทั่งเรื่องของอารยะขัดขืน

ในที่นี้ “ดาวดิน” เป็นเสียงข้างน้อย แม้จะนับภราดรภาพดาวดินแล้วก็ตาม ก็ยังนับว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับทหารทั้งกองทัพ หรือผู้ฝักใฝ่อำนาจนิยม ดังนั้น จะตีให้ตรงประเด็นอย่างไร? เพื่อปลุกสำนึกของพวกเขาเหล่านั้น จะโน้มน้าวให้เขาเห็นด้วยกับอุดมการณ์ประชาธิปไตยอย่างไร? จะทำอย่างไรให้เราไปไกลกว่าพวกอำนาจนิยมที่หมกมุ่นแต่เรื่องของตัวเองและอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง และถ้าหนึ่งในพวกเราก้าวไม่ข้ามประเด็นนี้ สักวันหนึ่งจะมีอดีตสมาชิกดาวดินฝักใฝ่อำนาจนิยมอย่างที่หลายคนเป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ได้

2.สถาปนาวาทกรรมประชาธิปไตยเพื่อเบียดแทรกวาทกรรมอำนาจนิยม

ที่ว่า “คนเท่ากัน” หรือ “หนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง” เป็นวาทกรรมที่สะท้อนภาพพจน์อันอุดมคติของคำขวัญแห่งประชาธิปไตยอย่าง “ความเสมอภาค” (Equality) ได้ดีในแง่ปรากฎการณ์ ซึ่งวาทกรรมกลุ่มนี้สร้างผลตอบรับหรือปลุกประชาชนให้ตื่นจากหลับใหลได้ดีประมาณหนึ่ง ทว่า การจะขจัดหรือทำให้ “อำนาจนิยม” หมดสภาพไปโดยปริยายนั้น นักวิชาการต่างทราบดีว่าอาจทำได้หลายวิธี คำถามอยู่ที่ “วิธีการใดเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย” แน่นอนที่สุด วิธีการบางอย่างใช้ได้ผลกับนานาอารยประเทศ เช่น การยั่วล้อ หรือทำให้อำนาจที่เข้มข้นกลายเป็นเรื่องตลก แต่นั่นก็มิได้รับประกันว่าจะใช้ได้ผลในประเทศไทย และ/หรือ ประเทศที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดตะวันออกด้วย ตัวอย่างเรียบง่ายเช่น วิถีคิดแบบตะวันตกมักใส่ใจเรื่องที่มาของอำนาจ เช่น การจัดจำแนกระบอบการปกครองตามที่มาของอำนาจ แต่วิถีคิดแบบตะวันออกนั้น ให้น้ำหนักกับการใช้อำนาจเมื่อได้รับมามากกว่า เห็นได้ชัดในรัฑไทยว่า เสียงสนับสนุนอำนาจนิยมพยายามสถาปนาวาทกรรมที่ว่า “แม้ที่มาจะไม่ถูกต้อง แต่ก็ปกครองด้วยคุณธรรมจริยธรรม” ซึ่งต้องยอมรับความจริงว่า อำนาจของวาทกรรมที่ยืนอยู่บนวิถีคิดตะวันออกนั้นทรงพลังมากพอที่จะไม่ทำให้ชนชั้นต่างๆ ลุกขึ้นมาทำอะไรต่อมิอะไรอย่างที่ประวัติศาสตร์ต่างประเทศเป็น ดังนั้น โจทย์ของประชาธิปไตยจึงมีว่า จะชี้ให้เห็นความบกพร่องเรื่องคุณธรรมอย่างไร? ซึ่งคำว่าคุณธรรมในที่นี้ ไม่ใช่เรื่องการโจมตีส่วนตัว (Ad hominem) แบบที่ฝ่ายอำนาจนิยมพลาดพลั้งทำกับดาวดิน แต่เป็นเรื่องของผลประโยชน์แห่งปวงชน เช่น การทำเหมืองซึ่งดาวดินเองได้เคลื่อนไหว, การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน/นิวเคลียร์, การปกปิดซ่อนเร้นเรื่องระบบการจัดการพลังงานของรัฐ, การใช้งบประมาณที่ขัดแย้งกับสภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ

 เพราะประชาธิปไตยเป็นอำนาจของปวงชน สำคัญว่า พลเมืองต้องมีส่วนร่วมในประเด็นสำคัญเหล่านี้ จุดยืนที่ร่วมกันแบบนี้ อาจช่วยให้ได้แนวร่วมแห่งประชาธิปไตย ซึ่งการสถาปนาวาทกรรมที่ตรงจุดและสอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยจะทำให้การเบียดแทรกเป็นไปได้ง่ายขึ้น

3.สลายความเป็นอื่นด้วยชั้นเชิงทางการทูตทางอ้อมและต่อยอดไปสู่การสานเสวนา

อย่าประเมินชั้นเชิงทางการทูตโดยอ้อมต่ำไป ในวิกฤตการณ์นิวเคลียร์ช่วงสงครามเย็น หลายปัญหาแก้ได้จากวงสนทนาแบบวงเหล้า เพราะในวงเหล้าอาศัยว่ามีเหล้าเป็นศูนย์กลางทำให้เราได้สลายความเป็นอื่น (other & Other) ดังนั้น ชั้นเชิงทางการทูตแบบนี้เป็นสิ่งที่อุดมการณ์ประชาธิปไตยมิได้ละเลย เพราะความไม่เป็นทางการ ความถือว่าเป็นญาติมิตรพี่น้องกัน ช่วยทำให้ “อำนาจนิยม” เกิดขึ้นได้ยาก กลับกัน ความนิยมในอะไรก็ตามที่เป็นทางการ, เป็นพิธีการ ช่วยส่งเสริม “อำนาจนิยม” ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และความเป็นมิตรนี้เข้ากับวัฒนธรรมของคนไทย อาจเรียกได้ว่า อยู่ในสายเลือดก็ว่าได้ ถ้าพิจารณาจากเหตุการณ์รุนแรงในประวัติศาสตร์ทางการเมือง จะพบว่า ผู้มีอำนาจสั่งการโดยเฉพาะผู้สั่งให้ประหารหรือปราบปรามมักเป็นบุคคลที่ถูกรายล้อมด้วยข้อมูลผิดๆ เสียจนไม่อาจจะสวมบทบาทอย่างไม่เป็นทางการได้ ดังนั้น การที่จะสลายความเป็นอื่น หรือที่เรียกกันว่า “ปรองดองสมานฉันท์” ควรเริ่มจาก “ความกล้าหาญของท่านผู้นำ” ไม่ว่าจะเป็นผู้นำในระดับใด เพราะว่าสำหรับคนไทยนั้น “ทุกอย่างคุยกันได้” และสภาพอำนาจนิยมที่เป็นอยู่ในรัฑไทยนี้ เชื่อว่าผู้นำมีความกล้าหาญพอและมีความเป็นกันเองมากพอที่จะเข้ามาพูดคุยกัน “แบบไม่เป็นทางการ”  เช่น ทำไมลุงจะคุยกับหลานไม่ได้? แล้วทำไมเจ้าหน้าที่แต่ละคนต้องทำตัวเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ญาติขาดมิตร นั่นไม่จริง เพราะทุกคนล้วนมีเลือดเนื้อ เข้าใจภาษาคน เพียงแต่อาจมีบางคนที่แฝงตัวอย่างหวาดกลัวด้วยอาการทางจิต ซึ่งคนเหล่านี้อันตรายต่อทุกฝ่าย โดยที่เราไม่ต้องชี้เป้าเลยว่าคนเหล่านี้เป็นใคร เพราะในทุกองค์การมันจะมี “คนที่คุณก็รู้ว่าใคร” สร้างปัญหาอยู่เสมอ และทุกคนทุกฝ่ายก็มีความใฝ่ฝันเดียวกันไม่ใช่หรือ คือการทำให้คนเหล่านี้เลิกก่อปัญหา

สุดท้าย ในเมื่อเราหวังไม่ได้กับพวกนักสานเสวนา (Dialogue) หรือพวกสันติวิธีเชิงวิชามาร [3]  หรือพวกนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนที่มักปล่อยให้การละเมิดเกิดขึ้นก่อนเสมอ เราควรสร้างวิถีแห่งการสานเสวนาขึ้นมาเอง พัฒนารูปแบบที่เฉพาะอันเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย เพื่อกระตุ้นและเชิญชวนให้เกิดแนวร่วมในอุดมการณ์ประชาธิปไตย และเมื่อพูดแบบนี้ เราอาจต้องทิ้งภาพไฮปาร์ค เฮทสปีช (Hate Speech) หรือลีลาแบบดุเด็ดเผ็ดมันเอาไว้ก่อน แต่ก็ไม่ต้องถึงกับโลกสวย อ่อนหวาน เป็นที่น่าสังเกต ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย เรานิยมขับเคลื่อนมวลชนด้วย Hate Speech คำถามอยู่ที่ว่า มันประสบความสำเร็จบ้างหรือไม่ คำตอบคือไม่ เพราะในปี 2015 นี้เอง เรากำลังอยู่ในระบอบอำนาจนิยมเข้มข้น การเคลื่อนไหวในอดีตไม่ได้ทำให้มันอ่อนแอลงเลย ซ้ำร้าย หลายคนแปรพักตร์ไปเข้ากับพวกอำนาจนิยมแล้วด้วยจนเป็นเรื่องน่าขันขื่น หากเราไม่เลิกที่จะทำแบบเดิมๆ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นผลแบบเดิมๆ ซึ่งทำให้การสร้างประชาธิปไตยใหม่เป็นเรื่องไร้สาระ เลิกพูดไปได้เลย เพราะมันจะถูกลดทอนเป็นเพียงคำปราศรัยของคนที่โกรธแค้นเท่านั้น เราต้องเห็นว่า คำปราศัยแบบนี้ ประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสสอนเราว่า มันต้องแลกมาด้วยอะไรบ้างหลังจากนั้น

4.พลังเงียบแห่งฉันทามติเพื่อการหยุดยั้งอำนาจนิยมแบบสมบูรณ์

ถ้าเราคือดาวดิน และเราคิดว่าเราเป็นอย่างนั้น เราควรนึกถึงความเป็นดาว นั่นคือ ดวงดาวทั้งหลายย่อมส่องแสงระยิบระยับในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด กล่าวคือ ยิ่งมืดมิดเท่าไรเราก็ยิ่งจะพบว่า มีดวงดาวอยู่เต็มฟ้า ซึ่งถ้าเราเป็นดาวดินก็อุ่นใจเถิดว่า เรามีเพื่อนอยู่มากมาย และถ้าเปรียบอำนาจนิยมเป็นความมืด ช่วงเวลาที่อำนาจนิยมรุ่งเรืองที่สุด ก็เป็นช่วงเวลาที่ฟ้าค่อยๆมืดขึ้นเรื่อยๆจนถึงที่สุดเช่นกัน เวลานั้นเองที่เราจะเห็นดาวเต็มฟ้า แต่เมื่อครั้นอำนาจนิยมเสื่อมลงเพราะทำลายตัวมันเองแล้ว ดวงดาวเหล่านั้นก็ค่อยๆจางหายไปจากการสังเกต ซึ่งที่แท้ ดวงดาวก็มิได้หายไป หากแต่ยังคงอยู่ที่เดิมเสมอ เราคือกันและกัน ก็ย่อมอยู่เคียงข้างกันเสมอ เหมือนเช่นอุดมการณ์แห่งประชาธิปไตยที่ไม่เคยแปรเปลี่ยน

ดาวดินก็เช่นนั้น เป็นแสงสว่างแห่งธาตุดิน เป็นแสงสว่างของมนุษยธรรมในจิตใจมนุษย์ เวลานี้แสงสว่างของภราดรภาพดาวดินร้องเรียกกันและกันท่ามกลางความมืดมิดของเหตุการณ์ ขอให้มองออกไปกว้างๆ มองข้ามความมืดมนของจิตใจแห่งอำนาจนิยม เราจะเห็นแสงระยิบระยับของดาวดินดวงเดียวกัน ผุดพรายสว่างไสวอบอุ่น เป็นพลังเงียบแห่งฉันทามติที่จะหยุดยั้งอำนาจนิยมแบบสมบูรณ์ ภาพเช่นนี้เป็นภาพอุดมคติเช่นเดียวกับคำขวัญแห่งประชาธิปไตยที่ว่า “เสรีภาพ, เสมอภาพ, ภราดรภาพ” (Liberté, Égalité, Fraternité ) และอำนาจอธิปไตยจะเป็นคืนกลับสู่มือของปวงประชาหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับดาวแต่ดวงที่จะก้าวข้ามเรื่องส่วนตัวและผลักดันเรื่องส่วนรวมให้สำเร็จไปตามบทบาทและหน้าที่ของตน  ไม่เช่นนั้น มันอาจคืนกลับสู่มือนักเลือกตั้งที่หากินอยู่บนเลือดเนื้อและน้ำตาของเรา หรือไม่ก็คืนกลับไปสู่นักกิจกรรมที่อยากได้อำนาจ หรือไม่ก็คืนกลับไปสู่อำนาจนิยมแบบเข้ม ที่ดูเหมือนจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆตลอดมาในประวัติศาสตร์

ในเมื่อพันธกิจนี้สำคัญ ก็จงอย่าปล่อยให้ความมืดเข้าท้าทายแสงสว่างแห่งดาวดิน อย่าปล่อยให้ความโกรธแค้น ความชิงชัง ความเกลียด เข้าครอบงำดวงดาวแห่งความสว่าง จงทำจิตใจให้ร่าเริง  (Do you hear people sing?)  จงผลักดันอำนาจนิยมซึ่งคือความมืดออกไปจากจิตใจของปวงประชา เพราะที่สุดแล้ว เผด็จการ ก็คือคนเช่นเดียวกับเรา เขาจะได้รับผลตอบแทนในราคาที่เขาจ่าย แม้ว่าจะยากลำบากเพียงใด ดาวดินทุกคนต้องจำไว้ว่า ไม่ว่าสถานการณ์จะยั่วยุเพียงใด ไม่ว่าสงครามจิตวิทยาจะเข้มข้นแค่ไหน ถ้าเราตกอยู่ในความโกรธแค้น ความชิงชัง และความเกลียด เราก็คือเผด็จการคนใหม่ เราคืออำนาจนิยม และเราจะไม่ได้มอบประชาธิปไตยคืนกลับให้ปวงประชา อย่างที่เราไม่เคยได้รับมาตลอด 83 ปี ถ้าไม่เชื่อจงดู อดีตนักศึกษา อดีตปัญญาชน ที่เคยเรียกร้องประชาธิปไตยสิ พวกเขาหมดแสงสว่างในตัวเองไปตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่มีใครรู้

เชิงอรรถ
[1] “รัฐศาสตร์ 101” สู่ “รัฑศาสตร์ 010”

[2] ถอดเล่น “ประชาธิปไตย” ในรัฑโรแมนติก

[3] คนไทยกับสันติวิธีเชิงวิชามาร

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์