ผู้แทน คสช. ยันกับ กสม. ไม่มีการเข้าเยี่ยมที่บ้าน ‘14ประชาธิปไตยใหม่’ เลย

8 ก.ค. 2558  การประชุมของคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)  โดยมี อมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กสม. เป็นประธานการประชุม เพื่อตรวจสอบกรณีการจับกุมนักศึกษานักกิจกรรม 14 คน สมาชิกกลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ หลังรวมตัวต่อต้านการรัฐประหาร โดยมี พ.อ.นุรัช กองแก้ว รอง ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญ เป็นผู้แทนจาก คสช. สมพร มูสิก ผู้แทนจากสภาทนายความ ศูนย์ทนายความ และ กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพยานผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ เข้าร่วมประชุม ขณะที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 6 มีหนังสือแจ้งมายังอนุกรรมการฯ ว่าติดภารกิจ จึงไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมตามคำเชิญแต่อย่างใด

โดย iLaw รายงานด้วยว่า กระบวนการการตรวจสอบดังกล่าวมาจากข้อร้องเรียนของกลุ่มญาติผู้ต้องหา 'กลุ่มประชาธิปไตยใหม่' ให้ตรวจสอบกรณีการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดว่ามีข้อเท็จจริงอย่างไร

ผู้แทน คสช. ยันไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารร่วมจับกุม

ผู้แทน คสช. กล่าวต่อคณะอนุกรรมการฯ ว่า ในขณะเข้าจับกุมมีแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ทหาร แม้ว่าจะมีการสอบถามว่า มีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่ในพื้นที่หรือไม่ และมีส่วนร่วมในการจับกุมหรือไม่ แต่ผู้แทนจาก คสช. ก็ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆเลย

แม้คณะอนุกรรมการฯ ชี้แจ้งว่าเด็กสามารถจดจำใบหน้าของเจ้าหน้าที่ทหารได้ แต่ผู้แทน คสช. ก็ยังยืนยันตามเดิม อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความชัดเจนว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่ร่วมด้วยหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาจับกุมเป็นนอกเครื่องแบบ และผู้แทน คสช. ไม่ได้ชี้แจ้งในประเด็นนี้ ว่าจะแยกผู้เข้าจับกุมได้อย่างไร

ยันไม่มีการเข้าเยี่ยมที่บ้านเลย

ส่วนกรณีที่มีการขมขู่ คุกคามที่บ้านของสมาชิกกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบ ผู้แทน คสช. ยืนยันว่า ไม่มีการเข้าไปเยี่ยมที่บ้านเลย แม้ว่าทางผู้ปกครองและเด็กยืนยันว่า มีการแจ้งยศและชื่อไว้ก็ตาม

ผู้แทน คสช. กล่าวแต่เพียงว่า ตนไม่ทราบ และไม่แน่ใจว่าผู้ที่เข้าไปคุกคามใช่เจ้าหน้าที่หรือไม่ ดังนั้น ให้ผู้เสียหายรวบรวมพยานหลักฐานและแจ้งความดำเนินคดีแทน

แจงหากมีใครเคลื่อนแบบ 14 ประชาธิปไตยใหม่ คสช. จะปฏิบัติเช่นเดิม

ผู้แทน คสช. ชี้แจ้งอีกว่า หากมีการเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกันกับกลุ่ม 14 ผู้ต้องหา กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ทาง คสช. ก็คงจะปฏิบัติเช่นเดิม คือ ดูว่าเข้าข่ายการทำผิดตามที่ คสช. ได้ประกาศไว้หรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นก็จะจับกุม ดำเนินคดี

ผู้แทนจากสภาทนายฯ ชี้หากค้นรถทนายโดยมิชอบถือเป็นการล่วงละเมิดต่อวิชาชีพ และจะดำเนินคดี

ส่วนกรณี การค้นรถของทนายความ และการจัดสอบตั๋วทนายความของหนึ่งในผู้ต้องหากลุ่มประชาธิปไตยใหม่นั้น ผู้แทนจากสภาทนายความกล่าวว่า การเข้าไปตรวจค้นรถของทนายความของผู้ต้องหาต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ทั้งนี้ หากเอกสารบางอย่างของทนายความในรถเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องเก็บเป็นความลับ หากเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นโดยไม่ชอบ สภาทนายความก็เห็นว่าเป็นการล่วงละเมิดต่อวิชาชีพทนายความ และสามารถดำเนินคดีได้ตามกฎหมาย

ส่วนการที่ หนึ่งในผู้ต้องหาไม่สามารถไปสอบตั๋วทนายความได้นั้น สภาทนายความกล่าวว่า ไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ในตอนนั้น เพราะอยู่ระหว่างการดำเนินคดีอยู่ จึงไม่สามารถขอตัวผู้ต้องหามาทำการสอบเป็นกรณีพิเศษ และทั้งนี้ ผู้แทนสภาทนายความกล่าวว่า ยังไม่ได้ติดต่อไปยังเรือนจำเพื่อจัดสอบในเรือนจำหรือขอตัวผู้ต้องหามาสอบเป็นกรณีพิเศษที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

และประเด็นเรื่องความเป็นธรรมต่อผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำเรื่อง 'ขอแรง' จากสภาทนายความเข้าร่วมสอบสวน

ผู้แทนจากสภาทนายความบอกว่ามันเป็นนโยบายโดยปกติของสภาทนายความอยู่แล้ว แต่ว่าต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ คือ หากผู้ต้องหารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและต้องการขอทนาย เราก็จะจัดคนไปให้ และหากผู้ต้องหามีทนายความอยู่แล้วถ้ามีสภาทนายความไปเพิ่มก็อาจจะเป็นการผิดมารยาท ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับตัวผู้ต้องหาเป็นหลัก

กสม.วอนคสช. ทบทวนการนำพลเมืองขึ้นศาลทหาร

ทั้งนี้ ทางคณะอนุกรรมการฯ ขอให้ คสช. ทบทวนการจับกุมกลุ่มประชาธิปไตยใหม่อีกครั้ง ว่านั้นเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพที่ควรได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งกลุ่มประชาธิปไตยใหม่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญปี 50 เรื่องเสรีภาพในการชุมนุมและการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ จึงไม่ยอมรับอำนาจของคณะรัฐประหาร

ดังนั้น คสช. ควรทบทวนเพื่อคลี่คลายปัญหาหรือไม่ ซึ่งหากมองว่าการใช้สิทธิเสรีภาพของกลุ่มดังกล่าวเป็นสิทธิที่ต้องได้รับการคุ้มครองยิ่งไม่ต้องดำเนินคดีใดๆ รวมถึงขอให้ คสช. ทบทวนกฎหมายที่ให้พลเมืองขึ้นศาลทหารอีกด้วย

เรื่องสุดท้ายคือให้ คสช. ทบทวนพฤติการณ์การจับกุม อย่าง กรณี ชลธิชา แจ้งเร็ว ที่มีอาการบาดเจ็ด โดยแพทย์จากโรงพยาบาลราชทัณฑ์ระบุว่า กระดูกสันหลังทับเส้นประสาททำให้เกิดอาการชา และเดินไม่ค่อยได้ ซึ่งอาการบาดเจ็บนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดจากการฉุดกระชากระหว่างจับกุมของเจ้าหน้าที่ นพ.นิรันดร์ คณะอนุกรรมการฯ จึงขอให้ คสช. ทบทวนประเด็นนี้ด้วย

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์