มูลนิธิผสานวัฒนธรรมระบุส่งชาวอุยกูร์กลับจีน ขัด พ.ร.บ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมระบุการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน ขัด พ.ร.บ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการทางศาลในประเทศไทยโดยวิถีทางการทูตของทั้งกระทรวงต่างประเทศและสำนักงานอัยการสูงสุดของทั้งสองประเทศ

10 ก.ค. 2558 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมออกแถลงการณ์ด่วน เรื่อง รัฐบาลไม่ปฏิบัติกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของไทย ขัดกฎหมายในประเทศ หลักสิทธิมนุษยชนพื้นฐานและเป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

แถลงการณ์ด่วน
รัฐบาลไม่ปฏิบัติกฎหมายว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนของไทย
ขัดกฎหมายในประเทศ หลักสิทธิมนุษยชนพื้นฐานและเป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

 จากการที่รัฐบาลโดยการนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ดำเนินการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ โดยการจำแนกหญิงและเด็กจำนวน 173 คนส่งไปยังประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน และส่งผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ส่วนใหญ่เป็นชายจำนวน 109 รายเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมส่งไปยังประเทศจีน โดยการบังคับและไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ต่อมามีการแถลงการณ์จากกระทรวงต่างประเทศว่าเป็นรัฐบาลจีนได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยส่งบุคคลกลับประเทศจีน เนื่องจากบุคคลเหล่านี้อาจมีความเกี่ยวข้องกับกากรกระทำผิดกฎหมายในประเทศจีน

ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมมีความเห็นว่าการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์จำนวน 109 คนกลับประเทศจีนเป็นกระทำดังกล่าวไม่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งขัด พ.ร.บ. ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 การส่งผู้ร้ายข้ามแดนโดยไม่ได้ดำเนินการขั้นตอนตามกฎหมายย่อมขัดต่อกฎหมายในประเทศซึ่งจะต้องมีการดำเนินการทางศาลในประเทศไทยโดยวิถีทางการทูตของทั้งกระทรวงต่างประเทศและสำนักงานอัยการสูงสุดของทั้งสองประเทศ

อีกทั้งการส่งกลับหญิงและเด็กไปยังประเทศตุรกีและส่งกลุ่มผู้ชายไปยังประเทศจีนขัดหลักการสิทธิมนุษยชนพื้นฐานโดยอาจเป็นการแยกครอบครัวของผู้ลี้ภัยกลุ่มดังกล่าว ซึ่งเป็นการขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนข้อ 14 (1) ทุกคนมีสิทธิที่จะแสวงหา และที่จะได้อาศัยพำนักในประเทศอื่นเพื่อลี้ภัยจากการประหัตประหาร และข้อ 16 (3) ครอบครัวเป็นหน่วยธรรมชาติ และหลักมูลของสังคมและมีสิทธิที่จะได้รับความคุมครองจากสังคมและรัฐ นอกจากนี้ประเทศไทยต้องยอมรับหลักการไม่ส่งกลับ non- refoulement ที่เป็นการผลักดันให้ผู้ลี้ภัยกลับไปเผชิญภัยประหัตประหารหรือการทรมาน ปฏิบัติหรือลงโทษโดยไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ยิ่งไปกว่านั้นการที่นายกรัฐมนตรีได้กล่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ในตอนท้ายของการให้สัมภาษณ์ที่เผยแพร่ทั้งภาพเสียงโดยทั่วไปว่า "จะทำอย่างไรถ้าไม่ทำอย่างนี้จะทำแบบไหน หรือว่าจะเลี้ยงให้จนชาติหนึ่งมีลูกอีก 3 ครอกหรืออย่างไร โธ่!" คำพูดดังกล่าวยังเป็นการแสดงความเห็นที่ไม่เคารพสิทธิมนุษยชนและเป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมมีความกังวลว่า นโยบายที่ขัดต่อหลักการสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานและคำกล่าวของนายกรัฐมนตรีอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และต่อประชากรชาวมุสลิมทั่วโลก มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเรียกร้องให้ รัฐบาลกล่าวคำขอโทษต่อชาวอุยกูร์และต่อชาวโลกและทบทวนนโยบายการส่งกลับผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์กลับประเทศจีนที่ขัดทั้งกฎหมายในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งห้ามไม่ให้มีการส่งกลับชาวอุยกูร์จำนวน 60 คนที่ยังอยู่ในการกักตัวของทางการไทยไปยังประเทศจีน บุคคลเหล่านี้ย่อมได้รับการปกป้องคุ้มครองทั้งจากระบบกฎหมายไทยและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์