นักศึกษามุสลิมเยี่ยมสถานทูตจีนเรียกร้องให้ปฏิบัติต่อชาวอุยกูร์ด้วยเมตตาจิต

"กลุ่มนิสิตนักศึกษามุสลิมพิทักษ์มนุษยธรรม" ยื่นหนังสือต่อสถานทูตจีน ในกรุงเทพฯ ขอให้ทางการจีนปฏิบัติต่อชาวอุยกูร์ด้วยเมตตาจิตและรักในมนุษยธรรม ให้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนเข้าไปดูแลกลุ่มชาวอุยกูร์ที่ถูกส่งกลับ และขอให้ส่งบุคคลไปยังประเทศที่ 3 ที่เขาต้องการไป

ที่มาของภาพ: สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม (สนท.)

13 ก.ค. 58 - เวลา 13.09 น. วันนี้ ตัวแทนกลุ่มนิสิตนักศึกษามุสลิมพิทักษ์มนุษยธรรมได้เดินทางไปที่สถานเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ทั้งนี้กลุ่มดังกล่าวมีข้อเรียกร้องกรณีการส่งกลับชาวอุยกูร์ 4 ข้อ โดยระบุว่า (1) ต่อต้านการทรมานทุกรูปแบบ (2) ขอให้ทางการจีนปฏิบัติต่อชาวอุยกูร์ด้วยเมตตาจิตและรักในมนุษยธรรม (3) อนุญาตองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเพื่อเข้าไปดูแลกลุ่มบุคคลดังกล่าว (4) เรียกร้องให้ทางการจีน ส่งตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าว ไปยังประเทศที่ 3 ที่พวกเขาต้องการไป โดยรายละเอียดของจดหมายเปิดผนึกมีดังนี้

000

จดหมายเปิดผนึกขอเรียกร้องให้ทางการจีนดำเนินการกับชาวอุยกูร์ 109 ให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรม
เรียน สถานเอกอัครราชฑูตจีน ประจำประเทศไทย

ด้วยปรากฎว่ามีกลุ่มบุคคล ซึ่งสารภาพว่าเป็นชาวอุยกูร์จำนวนหนึ่ง ถูกจับกุมที่จังหวัดสงขลา ในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย หลังจากขั้นตอนของการสอบสวนพิสูจน์ทราบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวต้องการไปยังประเทศที่ 3 นั่นคือประเทศตุรกี โดยอาศัยประเทศไทยเป็นทางผ่าน ล่าสุดปรากฏข่าวขึ้นมาอย่างน่าตกใจ หลังจากที่ชาวอุยกูร์ทั้งหมดนั้นถูกกักกันมาร่วมปี โดยที่ไม่ทราบชะตากรรมเลย ตลอดระยะเวลาของการถูกกักกัน ซึ่งมีทั้งเด็ก สตรีรวมอยู่ด้วย อีกทั้งทราบว่าระหว่างการถูกกักกันนั้น ไม่เป็นไปตามหลักการสิทธิมนุษยชนที่มนุษย์พึงจะได้รับสิทธิแห่งการดำรงชีวิต ว่าทางการไทยได้ส่งตัวชาวอุยกูร์ จำนวน 109 คน ไปยังประเทศจีนเมื่อเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม 2558 ที่ผ่านมา

หลังจากปรากฏข่าวดังกล่าวนั้น ทางองค์กรเพื่อสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศต่างออกมาแถลงการณ์ประณามรัฐบาลไทย ที่ตัดสินใจส่งตัวบุคคลทั้งหมดดังกล่าวไปยังประเทศจีน ซึ่งถือได้ว่าบุคคลทั้งหมดนั้น เป็นผู้หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย อยู่ในสถานะ “ผู้ลี้ภัยทางการเมือง” หรือเหตุจากความไม่มั่นคงภายในประเทศ ที่ชาวอุยกูร์สารภาพว่า ถูกกีดกันสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ อาทิ การถือศิลอดในเดือนรอมฎอนซึ่งถือเป็นหลักการปฏิบัติขั้นพื้นฐานที่มุสลิมทุกคนต้องถือปฏิบัติและการกีดกันสิทธิต่างๆ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ต้องได้รับความคุ้มครอง และห้ามมิให้ส่งตัวกลับ ตามหลักว่าด้วยการ “ไม่ส่งตัวกลับ หรือไม่ผลักดันสู่อันตราย (Principle of non-refaulement)” คือหลักที่ไม่ให้ส่งกลับบุคคลแม้จะด้วยกรณีใดๆก็ตามหากบุคคลดังกล่าวเสี่ยงภัยที่จะได้รับการทรมาน หรือละเมิดมนุษยชนร้ายแรงอื่นๆ ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติข้อที่ 33 ของอนุสัญญาว่าด้วยสถานะของผู้ลี้ภัย พ.ศ. 2494 และกฎหมายระหว่างประเทศอีกหลายฉบับ ที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า “หลักการไม่ส่งกลับ” มีสถานะเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ซึ่งมีผลบังคับใช้ต่อทุกรัฐ ไม่ว่ารัฐดังกล่าวจะให้สัตยาบันรับรองสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม

นอกจากนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับหลักพันธกรณีของไทยที่มีต่อกติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant of Civil and Political Rights-ICCPR) รัฐบาลไทยไม่ควรส่งกลับบุคคลใดๆ ไปยังประเทศที่บุคคลดังกล่าวอาจถูกทรมานและถูกปฏิบัติอย่างโหดร้าย ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ปลายทางของบุคคลเหล่านี้ คือต้องโทษประหารชีวิต จากบทเรียนที่ชาวอุยกูร์หลบหนีเข้าไปพักพิงในกัมพูชา และถูกส่งกลับและต้องโทษประหารชีวิตทั้งหมด และปรากฏข่าวภายหลังว่ามีกลุ่มชาวอุยกูร์ที่อาศัยอยู่ ณ ประเทศตุรกี ได้ก่อเหตุวุ่นวาย ทำลายทรัพย์สินของทางการไทย ในกงสุลไทย ณ นครอิสตันบูล เนื่องด้วยไม่พอใจรัฐบาลไทยที่ดำเนินการดังกล่าว ซ้ำไปกว่านั้นการลำเลียงบุคลลทั้งหมดอยู่ในสภาพถูกคลุมหัวด้วยถุงผ้าสีดำและมีเจ้าหน้าที่ประกบแน่นหนาอยู่บนเครื่องบินลำเลียง

ด้วยความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย กลุ่มนิสิตนักศึกษามุสลิมพิทักษ์มนุษยธรรม ขอแสดงจุดยืน และข้อเรียกร้องที่จะนำไปสู่ความสันติและปลดชนวนที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งและความสียหายต่อประเทศไทย รัฐบาลจีน ดังนี้

1. เราขอต่อต้านการทรมานทุกรูปแบบ
2. ขอเรียกร้องให้ทางการจีนปฏิบัติต่อกลุ่มบุคคลดังกล่าว รวมถึงชาวอุยกูร์ทั้งหมดในซินเจียงด้วยความเมตตาจิตและรักในมนุษยธรรม
3. ขอเรียกร้องให้ทางการจีน อนุญาตและให้สิทธิต่อองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศเพื่อเข้าไปดูแลกลุ่มบุคคลดังกล่าวให้เป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและหลักมนุษยชนสากล
4. ขอเรียกร้องให้ทางการจีน ส่งตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าว ไปยังประเทศที่ 3 ที่พวกเขาต้องการไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบ และดำเนินการให้ถึงที่สุดต่อไป
ขอแสดงความนับถือ

กลุ่มนิสิตนักศึกษามุสลิมพิทักษ์มนุษยธรรม

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์