ยันไม่ชะลอทำ EIA-EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ 'ประยุทธ์' ชี้หากเลิกต้องศึกษาผลกระทบก่อน

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียืนยันรัฐบาลไม่ได้สั่งชะลอการทำ EIA และ EHIA การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ระบุการตั้งกรรมการไตรภาคีเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น 'ประยุทธ์' แจงรับข้อเสนอเรื่องตั้งกรรมการ 3 ฝ่ายหารือเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่ แต่จำเป็นต้องเดินหน้าศึกษาผลกระทบก่อนจึงจะตัดสินใจได้ว่าจะยกเลิกโครงการหรือไม่ ย้ำต้องสร้างการรับรู้ประชาชนเรื่องความจำเป็นต้องหาพลังงานทดแทน
 
24 ก.ค. 2558 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้สั่งชะลอการทำ EIA และ EHIA โดยสองขั้นตอนยังเดินหน้าเพื่อศึกษาต่อไป แต่ต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาอีกหลายขั้นตอน เพื่อส่งเรื่องให้คณะกรรมการต่างๆ พิจารณา ทั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี ดังนั้น การตั้งคณะกรรมการไตรภาคีขึ้นเป็นขั้นตอนส่วนหนึ่งในการหารือร่วมกัน ซึ่งจะมีตัวแทนจากทุกฝ่ายเข้าร่วม เพื่อหาทางออก และถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่เพิ่มเติมเข้ามา ทำให้การศึกษา EHIA ขยายเวลาออกไปอีก ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้เร่งรัดการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน
 
'ประยุทธ์' ระบุก่อนตัดสินใจเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินต้องศึกษาผลกระทบก่อน
 
ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีแกนนำกลุ่มเครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน จ.กระบี่ ระบุว่านายกรัฐมนตรีสั่งให้ชะลอโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ว่า เป็นเพียงการรับข้อเสนอเท่านั้น และอยากให้ใช้คำว่าการรับฟังข้อเสนอแนะนำไปสู่การพัฒนาร่วมกันของประเทศและประชาชนในพื้นที่ โดยข้อเสนอ 3 ข้อที่เสนอมานั้น เบื้องต้นรัฐบาลรับข้อเสนอเรื่องการตั้งคณะกรรมการร่วม 3 ฝ่าย แต่การขอให้ยกเลิกการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (EIA) และแนวทางการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบและสุขภาพ (EHIA) คงไม่สามารถทำให้ได้ เพราะยังไม่ได้เริ่มดำเนินการในสองส่วนนี้
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนการประกาศให้ยื่นเปิดซองประมูลก่อสร้างโรงไฟฟ้าในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ ต้องดำเนินการต่อ เพราะเป็นเพียงขั้นตอนการเตรียมการ ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะก่อสร้างโครงการหรือไม่ เนื่องจากหากกระบวนการ EIA และ EHIA ไม่ผ่านตามกฎหมายก็ไม่สามารถก่อสร้างได้ ดังนั้นต้องสร้างการรับรู้และสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจว่าการจัดหาพลังงานทดแทนมาใช้ในการผลิตไฟฟ้ามีความจำเป็น หากอนาคตประเทศเกิดวิกฤติพลังงาน จะส่งผลให้ประชาชนแบกรับค่าไฟที่สูงขึ้น เพราะขณะนี้ประเทศไทยนำเข้าพลังงานไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่ส่วนใหญ่ใช้น้ำผลิตไฟฟ้า
 
“เมื่อเกิดวิกฤติขาดแคลนน้ำ จะทำให้ค่าไฟที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศสูงขึ้นตามไปด้วย อยากให้คนในพื้นที่เข้าใจว่าสิ่งที่ดำเนินการ ไม่ได้เกิดประโยชน์เฉพาะคนในพื้นที่เท่านั้น แต่คนที่อยู่โดยรอบจะได้ประโยชน์ด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลเข้าใจคนในพื้นที่ แต่หากจะให้ระงับโครงการ ยังไม่สามารถทำได้ เพราะยังไม่ได้ทำ EIA และEHIA ซึ่งหากจะให้ระงับด้วยการบังคับนายกรัฐมนตรี ผมก็จะบอกว่าผมมีมาตรา 44 จะมาบังคับไม่ได้ วันนี้ภาคใต้มีความจำเป็นต้องใช้พลังงาน 3,000 กิโลวัตต์ แต่สามารถผลิตได้เองจากโรงไฟฟ้าที่ใช้พลังงานอื่น 600 กิโลวัตต์ และการผลิตไฟฟ้าจากไบโอดีเซล จากปาล์มได้เพียงโรงงานละ 2 กิโลวัตต์ ถือว่าน้อยมาก ทำให้ภาคใต้ยังคงมีความต้องการใช้พลังงานอีกกว่า 2,000 กิโลวัตต์ ซึ่งต้องนำพลังงานจากพื้นที่อื่นไปชดเชยให้ และหากจะเดินหน้าทำโรงงานผลิจไฟฟ้าจากปาล์ม จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับสายส่งไฟฟ้าที่ไม่สามารถเข้าถึงโรงงานผลิตไฟฟ้าจากปาล์มได้ทั้งหมด” นายกรัฐมนตรี กล่าว
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า หากรัฐบาลทำตามข้อเรียกร้องเรื่องให้ผลิตไฟฟ้าไบโอดีเซลจากปาล์มน้ำมัน สิ่งที่จะเกิดปัญหาตามมาหากปาล์มน้ำมันมีราคาสูง เกษตรจะนำปาล์มขายให้กับโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มแทนส่งให้โรงงานไฟฟ้า จะส่งผลให้เกิดปัญหาไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามความต้องการใช้ไฟฟ้าได้ และการที่ผู้ชุมนุมระบุว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินทำให้เกิดมลพิษด้านสิ่งแวดล้อม ก็ต้องตรวจสอบและปิดโรงไฟฟ้าถ่านหินได้ แต่เท่าที่ศึกษาการใช้โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ต่างประเทศยังไม่มีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และยังให้กำลังการผลิตจำนวนมาก
 
“อยากให้เข้าใจด้วยว่าถ้าค่าไฟฟ้าสูงก็จะเดือดร้อนกันหมด เราต้องทำเพื่อคนส่วนใหญ่บ้าง จะทำให้ใครไม่เดือดร้อนเลยคงไม่ได้ คนในพื้นที่ต้องเข้าใจ และรัฐบาลก็เห็นใจแต่ไม่อยากให้เอาการเมืองมาเล่นตอนนี้ ถ้าสร้างไม่ได้ก็ต้องยอมรับ แต่ถ้าไม่มีไฟฟ้าใช้ก็จบ ผมไม่อยากเห็นความขัดแย้ง แต่ต้องฟังผมบ้าง ทุกอย่างมีเหตุผล ที่ทำทุกวันนี้ก็ไม่ได้อะไร” นายกรัฐมนตรี กล่าว
 
 
 
ที่มาข่าวเรียบเรียงจากสำนักข่าวไทย [1] [2]

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์