นศ.ทำสารคดีลำน้ำที่ ‘เหมืองแร่ จ.เลย’ ถูกทหารเรียกคุยรอบ2 เหตุไม่ขออนุญาตก่อน

27 ก.ค.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ปริวัฒน์ คำภีระ หรือ ดิว อายุ 21 ปี กลุ่ม MYS. นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งถ่ายสารคดีเรื่องลำน้ำฮวย บ้านนาหนองบง อ.วังสะพุง จ.เลย เพื่อส่งรายการ ที่นี่บ้านเรา ทางไทยพีบีเอส ถูกเจ้าหน้าที่ทหาร กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จ.มหาสารคาม เรียกพบเนื่องจากขัดข้อตกลงเคยเซ็นไว้ที่จะต้องขออนุญาตก่อนเข้าพื้นที่และจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มดาวดิน

ปริวัฒน์ เล่าว่า ตนลงไปถ่ายสารคดีเรื่องลำน้ำฮวย เพื่อส่งรายการ ที่นี่บ้านเรา ทางไทยพีบีเอส ที่โดนทหารเรียกพบเพราะไปขัดคำสั่งทหาร จากความเดิมตอนที่แล้ว ที่เขาเรียกตนไปพบ แล้วเขาได้ให้เซ็นเอกสาร แต่ตอนนั้น ถือ เป็นความผิดพลาดของพวกตนด้วย เพราะ ไม่มีความรู้เรื่องเอกสารราชการ ก็เลยเซ็นๆ ไป

โดยในเอกสารมันจะมีข้อความประมาณว่า หากจะลงไปที่ไหนให้ทำหนังสือบอกพวกเจ้าหน้าที่ทหารก่อน ทีนี้รอบนี้ พวกตนโดนโปรดิวเซอร์วิจารณ์งานมาแล้ว ช่วงนี้ใกล้เปิดเทอมและเพื่อนในทีมติดสอบจึงได้มีการทำงานแบบฉับพลัน หนังสือออกไม่ทัน พวกตนได้ลงไป 3 วัน 2 คืน แล้วกลับมา หลังจากที่กลับมา มีโทรศัพท์จากทางทหารเรียกตัวไปพบดังกล่าว

หลังจากเข้าพบเจ้าหน้าที่ทหารตามที่นัดแล้ว ปริวัฒน์ กล่าวว่า ทหารไม่ได้มีข้อห้ามอะไรเพิ่ม แต่หากจะไปลงพื้นที่ ต้องขออนุญาตและรอเขาอนุมัติว่าจะให้ไปหรือไม่ก่อน รวมทั้งจะขอตรวจเทปสารคดีก่อนออกอากาศ

“เป็นการกักกันอิสรภาพของพวกผม ซึ่งพวกผมไม่ใช่นักโทษ ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ผมไม่ได้ ไปทำให้ คสช. เสื่อมเสีย” ปริวัฒน์ กล่าว

“ผมไม่ได้รับอิสระการเรียนรู้ ผมไม่เข้าใจว่า ทำไมผมต้องขอ เพราะ ไม่ได้ทำผิดกฎหมายที่ขนาดต้องมีคนมาคอยคุม ขนาดเวลาไปไหน พ่อแม่ ผม ผมยังบอกบ้างไม่บอกบ้างเลย แล้วเขาเป็นใครไม่รู้ ทำไมผมต้องแจ้ง ผมไม่เข้าใจตรงนี้” ปริวัฒน์ กล่าว

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานด้วยว่า อาจารย์ที่ปรึกษากลุ่มถามทหารว่า จำเป็นต้องแจ้งทุกเรื่องเลยหรือไม่เกี่ยวกับการออกนอกพื้นที่ของกลุ่มนักศึกษา และจะไม่ให้เด็กลงพื้นที่เลยหรือเพราะที่ผ่านมาทางมหาลัยไม่มีนโยบายที่ต้องให้รายงานทหารก่อนและการรับทุนจากองค์กรภายนอกจะส่งผลหรือนำไปสู่อะไร

พ.ท.นพสิทธิ์ พงศ์วราพิศาล รอง ผบ.กกล.รส.จว.ม.ค. กล่าวว่าตอนนี้ทุกมหาลัยต้องทำแบบนี้ และไม่ใช่แค่ ม.มหาสารคามที่ต้องรายงานกับทหารก่อนออกนอกพื้นที่ หรือก่อนไปทำกิจกรรม เพราะตอนนี้ทหารกำลังขอความร่วมมือไปทุกมหาลัย ถ้าเป็นกิจกรรมจากทุนภายนอกมาทำกิจกรรมต้องให้รายงานก่อน

เช่น ทุนไทยพีบีเอส เพราะเขาไม่รู้เจตนารมณ์ของไทยพีบีเอส และกลัวว่าจะมีมือที่สามที่จะใช้นักศึกษาทำงาน โดยผ่านทุนแต่ตนไม่แสดงตัว

ทางด้านนักศึกษาถามทหารว่าหากจะไปเยี่ยมพ่อแม่ที่บ้านนาหนองบง จ. เลย ในนามที่เป็นลูกนักศึกษาในฐานะที่เคยเข้าไปใช้พื้นที่นาหนองบงเรียนรู้ ต้องโทรแจ้งทหารก่อนไหม แล้วต้องโทรแจ้งทุกอย่างเลยหรือเปล่า และถ้าโทรแจ้งแล้วจะไม่ก้าวก่ายการทำงานของนักศึกษาใช่ไหม เช่น การขอตรวจเทปก่อนออกอากาศ

พ.ท.นพสิทธิ์ กล่าวว่าต้องโทรแจ้งทุกครั้งเฉพาะพื้นที่นี้และต้องขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจว่าจะให้ไปหรือไม่ให้ไป และพื้นที่นั้นมีกลุ่มนักศึกษาดาวดินลงพื้นที่อยู่แล้ว จึงไม่อยากให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย ยืนยันว่าถ้ามีการโทรแจ้งจะไม่เข้าไปก้าวก่าย รวมถึงจะไม่ขอตรวจเทปก่อนออกอากาศและขอนัดทางกลุ่มนักศึกษา MYS. ให้เข้ามาทำความเข้าใจร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 29 กรกฎาคม 58 ที่ศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม ในวันนั้นจะมี ทหาร ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ตำรวจ คณบดี อาจารย์ที่ปรึกษาเข้ามาร่วมรับฟังด้วย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์