เมื่อโป๊ปฟรานซิสพลิกโฉม 'วาติกัน' ด้วยนโยบายต่างประเทศ

จากที่ก่อนหน้านี้โป๊ปฟรานซิสเคยทำให้แปลกใจด้วยการชวนนักคิดต่อต้านทุนนิยมอย่างนาโอมิ ไคลน์ ร่วมประชุมโลกร้อนกับวาติกัน นักเขียนเรื่องศาสนาในโกลบอลโพสต์รายงานถึงการรวมกลุ่มนายกเทศมนตรีเข้าร่วมประชุมในประเด็นนี้และเผยมุมมองต่อการวางตัวเป็นผู้นำเชิงจริยธรรมของโป๊ปต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในโลก


ภาพโดย Aleteia Image Department (CC BY-SA 2.0)

27 ก.ค. 2558 เจสัน เบอร์รี่ ผู้เขียนเรื่องศาสนาในเว็บไซต์โกลบอลโพสต์รายงานว่าหลังจากที่มีการประชุมเรื่องภาวะโลกร้อนในนครรัฐวาติกันเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการหารือกันทั้งในเรื่องปัญหาโลกร้อนและปัญหาการใช้แรงงานทาสในยุคสมัยใหม่ เรื่องนี้ถือเป็นการแปลงตัวเองของพระสันตะปาปาฟรานซิสให้กลายเป็นผู้นำโลกในประเด็นที่ทำร่วมกับนักกิจกรรมนานาชาติซึ่งมีพระสันตะปาปาน้อยคนที่ทำแบบนี้

พระสันตะปาปาฟรานซิสกล่าวปิดการประชุมโดยพูดถึงเรื่องปัญหาความยากจนที่เป็นปรากฏการณ์เกิดขึ้นทั่วโลก พูดถึงการอพยพของแรงงานจากชนบทเข้าไปหาโอกาสในเมืองใหญ่จนทำให้เกิดชุมชนแออัดแต่ในชนบทก็ไม่มีโอกาสให้พวกเขามากพอ

ในการประชุมที่วาติกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีกลุ่มนายกเทศมนตรีจากหลายแห่งเข้าร่วม หนึ่งในนั้นคือนายกเทศมนตรีจากเมืองนิวออร์ลีน สหรัฐฯ ซึ่งระบุไปในทางเดียวกับพระสันตะปาปาถึงปัญหาเรื่องความยากจนที่เกี่ยวข้องกับการอพยพเข้าเมือง

พระสันตะปาปาฟรานซิสยังโยงเรื่องสิทธิมนุษยชนกับการทำลายระบบนิเวศ อย่างการโยงเรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้กับประเด็นการใช้แรงงานทาสและการค้ามนุษย์ โดยมีผู้ถูกใช้ทำงานในเหมืองที่มีสารเป็นพิษทำให้เกิดโรคภัยต่อประชาชนอีกทั้งสารพิษนี้ยังเป็นเหตุทำให้คนจากในชนบทอพยพหนีเข้าเมืองจนต้องดิ้นรนเป็นแรงงานทาสในเมืองอีกต่อหนึ่ง

พระสันตะปาปาฟรานซิสยังกล่าวอีกว่าป่าดิบชื้นคองโกและอเมซอนถือเป็น "ปอดที่ยิ่งใหญ่ของโลก"

เบอร์รี่ระบุว่าการที่สภาวิทยาศาสตร์แห่งองค์พระสันตะปาปา (Pontifical Academy of Sciences) จัดประชุมเพื่อชี้ให้เห็นว่าการพัฒนาที่ยั่งยืนต้องกำจัดปัญหาการใช้แรงงานทาสยุคสมัยใหม่ถือเป็นเรื่องที่แปลกหูแปลกตาสำหรับสำนักสงฆ์วาติกัน

เจอร์รี่ บราวน์ นายกเทศมนตรีแคลิฟอร์เนียกล่าวว่า การที่พระสันตะปาปาเริ่มพูดถึงประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องเหมาะสมเพราะจะทำให้คนเล็งเห็นอันตรายจากภาวะโลกร้อนและมองเห็นมนุษย์เป็นส่วนหนึ่งที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ

ฟรานซิสกล่าวในที่ประชุมเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เหตุที่เขาเชิญนายกเทศมนตรีและผู้นำท้องถิ่นเมืองต่างๆ เข้าร่วมเพราะเขาต้องการให้มีการปฏิบัติงานจาก "ผู้ที่อยู่ล้อมรอบศูนย์กลางอำนาจของประเทศ"

เบอร์รี่ระบุอีกว่าพระสันตะปาปาองค์ปัจจุบันกำลังสร้างวัฒนธรรมใหม่ให้ผู้นำของสำนักสงฆ์วาติกันเป็นผู้นำเชิงจริยธรรมในเวทีโลกซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ห่างหายไปนานนับตั้งแต่ในอดีตที่พระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 15 เคยเรียกร้องให้ประเทศที่สู้รบกันในสงครามโลกครั้งที่ 1 วางอาวุธ อีกทั้งยังมีการจัดกองทุนเพื่อสันติภาพและเยียวยาผู้สูญเสียจากสงคราม และในยุคต่อๆ มาก็มีพระสันตะปาปาบางพระองค์ที่ดำเนินการทางการทูตเพื่อสันติภาพและสิทธิมนุษยชน

อย่างไรก็ตามในยุคของพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16 ภาพลักษณ์ของสำนักสงฆ์วาติกันก็เสื่อมลงเพราะเคยกล่าวสุนทรพจน์ในปี 2549 ที่เรเกนส์บวร์ก ประเทศเยอรมนี ในทางที่ทำให้ชาวมุสลิมในหลายประเทศออกมาประท้วงแสดงความไม่พอใจ ขณะที่พระสันตะปาปาฟรานซิสพยายามปรับภาพลักษณ์โดยการแสดงออกให้เห็นถึงความเมตตาเช่นการล้างเท้าให้เด็กหญิงชาวมุสลิมที่ถูกขังอยู่ในคุกที่กรุงโรมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เบอร์รี่ระบุว่าภาพการล้างเท้าดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ไปทั่วจนทำให้ภาพลักษณ์ในสายตาประชาชนดีขึ้นโดยเฉพาะกับกลุ่มคนหนุ่มสาวชาวมุสลิม

นอกจากนี้พระสันตะปาปาฟรานซิสยังยื่นมือเข้าไปเกี่ยวข้องกับประเด็นหลายประเด็น เช่น เรื่องผู้อพยพ รวมถึงการเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยผลักดันการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับคิวบา และล่าสุดคือการรณรงค์โดยผูกโยงเรื่องการทำลายระบบนิเวศเข้ากับเรื่องปัญหาความยากจน โดยมีกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ นักเศรษฐศาสตร์ และนักเทววิทยาให้คำปรึกษา

อังเดรส เบลทราโม อัลวาเรซ นักข่าวจากสำนักข่าวเม็กซิโกที่ทำข่าวในวาติกันและเป็นผู้เขียนชีวประวัติของฟรานซิสกล่าวว่า ตัวพระสันตะปาปาฟรานซิสเองเป็นคนรู้จักใช้สื่อและเป็นคนที่อนุรักษ์นิยมมากกว่าที่แสดงออกให้เห็น แต่เขาก็ใช้วิธีการที่ไม่ได้เป็นไปในทางเปลี่ยนแปลงหลักการของศาสนาแต่เป็นการเน้นการเปลี่ยนแปลงความคิดและจิตใจ เช่นในกรณีนักบวชที่เป็นคนรักเพศเดียวกัน ฟรานซิสเคยกล่าวว่า "ผมเป็นใครถึงจะไปตัดสินเขา" ซึ่งเป็นคำพูดที่ส่งผลในทางวัฒนธรรม

เบอร์รี่ตั้งข้อสังเกตอีกว่าการที่ฟรานซิสเปิดกว้างมากขึ้นเป็นการผลักคณะสภาคำสอนเกี่ยวกับความเชื่อ (CDF) ซึ่งเป็นกลุ่มอนุรักษ์นิยมสุดโต่งไปอยู่ชายขอบ กลุ่ม CDF นี้เคยเป็นฝ่ายที่ไล่ล่านักบวชหัวก้าวหน้าด้วยข้อหาทรยศต่อหลักคำสอนมาก่อน นอกจากนี้ยังเคยมีการเมืองภายในเกิดขึ้นในยุคสงครามเย็นโดยช่วงหนึ่งสำนักสงฆ์ในแถบลาตินอเมริกามีท่าทีเข้าร่วมกับฝ่ายซ้าย เนื่องจากพวกเขามองว่าพระเยซูผู้เป็นศาสดาคือผู้ต่อสู้ร่วมกับคนยากไร้ แต่หลังจากนั้นฝ่าย CDF ก็พยายามต่อต้านและลงโทษผู้ที่ช่วยเหลือเคลื่อนไหวในประเด็นสังคมรวมถึงแม่ชีที่อาจจะเข้าข่ายเฟมินิสต์

อย่างไรก็ตาม พระสันตะปาปาฟรานซิสแสดงท่าทียอมรับนักบวชฝ่ายซ้ายได้มากขึ้นเช่นการต้อนรับ กุสตาโว กุตเทียร์เรซ ผู้เขียนเรื่อง "เทววิทยาแห่งการต่อสู้เพื่อปลดปล่อย" (A Theology of Liberation) นอกจากนี้ยังมีการฟื้นฟู 2 หน่วยงานคือสภาวิทยาศาสตร์ กับสภาเพื่อสันติภาพและความยุติธรรมแห่งองค์พระสันตะปาปา (Pontifical Academy of Peace and Justice)

แต่ถึงแม้ว่าจะแสดงออกเชิงหัวก้าวหน้าในเรื่องปัญหาความยากจนและระบบนิเวศ แต่ก็ยังคงรักษาท่าทีของฝ่ายศาสนาที่ต่อต้านการทำแท้ง การคุมกำเนิด การมีนักบวชผู้หญิงและการแต่งงานของคนรักเพศเดียวกันเอาไว้ เบอร์รี่ะบุว่าฟรานซิสมีมุมมองแบบที่ต่อต้านแนวคิดแบบบริโภคนิยมอเมริกันและแนวคิดตรงข้ามกับนักการเมืองสายตลาดเสรีที่ทำให้คนจนกลายเป็นศัตรูของรัฐ

บทความในโกลบอลโพสต์ระบุว่า มุมมองของฟรานซิสที่มีต่อประเด็นเรื่องการค้ามนุษย์และผู้อพยพส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ที่เขาเคยเจอในถิ่นกำเนิดของเขาคืออาร์เจนตินาช่วงยุคที่มีเผด็จการทหารทารุณกรรมและอุ้มหายผู้คน ซึ่งนักบวชในอาร์เจนตินาคอยให้ความช่วยเหลือให้ผู้ที่ตกเป็นเป้าของเผด็จการหลบหนีออกจากประเทศได้

นอกจากนี้ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าวิธีการดำเนินกิจกรรมของฟรานซิสเน้นอาศัยกลุ่มองค์กรเอ็นจีโอและองค์กรศาสนาที่มีลักษณะเป็น 'ตาข่ายความปลอดภัยทางสังคม' (Safety Net) คือกลุ่มที่ให้สวัสดิการคนด้อยโอกาส คนยากจน หรือผู้ประสบภัย ซึ่งก่อนหน้านี้มักจะถูกมองว่าเป็นองค์กรเผยแพร่ศาสนา

 

เรียบเรียงจาก

Pope Francis and the revolution in Vatican foreign policy, Globalpost, 24-07-2015
http://www.globalpost.com/article/6621115/2015/07/24/pope-francis-and-revolution-vatican-foreign-policy

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์