พิจารณาจากถ้อยแถลงสุเทพ: รัฐบาล คสช. ต้องปฏิรูปแบบไหน-ถึงจะพอใจและให้เลือกตั้ง

แม้น้ำเสียงในการแถลงของสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ ยังให้โอกาส คสช. จนกว่าจะปฏิรูปแล้วเสร็จ แต่ก็ต้องเป็นการปฏิรูปที่ กปปส. เคยเสนอไว้ นั่นคือ "ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง" 6 ประเด็น รวมทั้งข้อเสนอกำจัดระบอบทักษิณ 

การแถลงข่าวเปิดตัวมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2558

3 ก.ค. 2558 - จากการแถลงข่าวของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย เมื่อวันที่ 30 ก.ค.2558 ที่ผ่านมา (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง) แม้น้ำเสียงในการแถลง ยังคงให้โอกาสรัฐบาล คสช. ทำงานจนกว่าจะปฏิรูปแล้วเสร็จ แต่ก็มีเงื่อนไขว่าเป็นการปฏิรูปตามแนวทางที่ กปปส. เคยเสนอไว้ จึงจะถือเป็นการปฏิรูปที่เป็นที่ยอมรับเพียงพอที่จะเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งครั้งต่อไป หากมิเช่นนั้น ทางกลุ่มของเขาก็เห็นว่าจะให้เวลากับรัฐบาลในการปฏิรูปไปจนลุล่วงตามข้อเสนอ โดยปราศจากกรอบเวลา

ระหว่างนี้ หากมีอะไรที่ไม่เข้ารูปเข้ารอยที่ทาง “มวลมหาประชาชน” เห็นว่าควรท้วงติง ก็จะมีการออกมาแสดงความเห็น “อย่างสุภาพเรียบร้อย” และจะไม่มีการยึดสถานที่สำคัญๆ

ลองมาพิจารณากันดูว่า การปฏิรูปตามแนวทางที่กลุ่มของมูลนิธิมวลมหาประชาชนเห็นว่ารอได้อย่างไม่มีเงื่อนเวลา คืออะไรกันบ้าง

 

ข้อเสนอ "ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง" 6 ด้าน และการสึกมาทวงปฏิรูปของสุเทพ เทือกสุบรรณ

สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. และผู้สนับสนุน ขณะเดินขบวน 9 สาย ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2556 (ที่มา: ประชาไท/แฟ้มภาพ)

 

ข้อเสนอของสุเทพ "ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ป็นประมุขอย่างแท้จริง" สู่ "ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง"

นับตั้งแต่ชุมนุมต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ในวันที่ 31 ต.ค. 2556 นั้น ในเวลาต่อมา สุเทพ เทือกสุบรรณ ซึ่งลาออกจาก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นแกนนำการชุมนุมต้านนิรโทษกรรมในเวลานั้น ได้เริ่มยกระดับข้อเสนอปฏิรูปการเมือง โดยในการนัดชุมนุมใหญ่เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2556 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สุเทพกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่าจะหยุดเคลื่อนไหวต่อเมื่อระบอบทักษิณหมดสิ้นไป "จะได้สร้างประเทศไทยสำหรับลูกหลาน เปลี่ยนแปลงประเทศไทย ให้เป็นประเทศที่ปกครองด้วย 'ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างแท้จริง' ไม่ให้พวกทรราชย์ นายทุนสามานอาศัยคราบประชาธิปไตยมากดขี่ เราจะต้องร่วมกัน สร้างเกราะ สร้างกติกา ไม่ให้ประเทศไทย เป็นประเทศของนักทุจริต คอรัปชั่นอีกต่อไปแล้ว เราจะต้องร่วมกัน กำหนดกฎเกณฑ์กติกาให้เสียงของประชาชน อธิปไตยของประชาชนเป็นจริง และทุกคนต้องฟังประชาชน" (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

โดยก่อนที่สุเทพจะประกาศบนเวทีใหญ่ถึงเป้าหมาย ก่อนหน้านั้น 1 วัน ในวันที่ 23 พ.ย. สุเทพได้กล่าวบนเวทีชุมนุมของเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. ซึ่งเป็นแนวร่วมหนึ่งของการชุมนุม โดยสุเทพระบุข้อเรียกร้อง 2 ข้อ คือ 1.ขจัดระบอบทักษิณให้สิ้นซากพ้นแผ่นดินไทย และ 2.เปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทย ให้เป็นประเทศไทยที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่สมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตามสุเทพกล่าวผิดไปว่า "ระบอบพระมหากษัตริย์ที่สมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง" (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

ถือว่าสุเทพในเวลานั้นกล่าวถึงเงื่อนไขทางการเมืองที่ต้องกำจัดระบอบทักษิณ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปประเทศที่ปกครองด้วย “ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัติรย์เป็นประมุขที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น” โดยที่ยังไม่ลงรายละเอียดว่าจะปฏิรูปด้านใดบ้าง

 

ริเริ่มข้อเสนอปฏิรูป 6 ข้อ เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2556

จนกระทั่งอีก 2 วันต่อมา ในวันที่ 26 พ.ย. 2556 สุเทพ ได้ปราศรัยที่กระทรวงการคลัง โดยเขาย้ำถึงเงื่อนไขทางการเมืองว่า “จะต้องขจัดระบอบทักษิณให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทยให้จงได้” แล้วจะสร้าง "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างแท้จริง" โดยสุเทพเสนอว่า ถ้าขจัดระบอบทักษิณซึ่งเขาระบุว่า “ที่เป็นพิษเป็นภัย” แล้วจะทำอะไร คำตอบคือต้องร่วมกันคิด เปลี่ยนแปลงประเทศไทย โดยเขาเสนอการปฏิรูป 6 ข้อ ได้แก่

หนึ่ง ต้องให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ให้คนชั่วเข้ามา

สอง เปลี่ยนแปลงประเทศไทยไม่ให้ทุจริต คอร์รัปชั่นจนชาติวิบัติเสียหาย ต้องขจัดคอร์รัปชั่นให้ได้ โดยเสนอให้คดีทุจริตคอร์รัปชั่นไม่มีอายุความ

สาม มีบทบัญญัติให้ประชาชนมีอำนาจในการเมืองการปกครอง เช่น ประชาชนต้องสามารถถอดถอนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ถ้ากระทำความผิด รวมทั้งมีอำนาจถอดถอน ส.ส. ได้ โดยต้องมีกระบวนการรับรองอำนาจประชาชนเอาไว้ และกระบวนการถอดถอนใช้เวลาไม่ยืดยาวต้องเห็นผลภายในระะเวลา 5 เดือนถึง 6 เดือน

สี่ ปฏิรูปโครงสร้างตำรวจให้โครงสร้างตำรวจอยู่ภายใต้ผู้ว่าราชการจังหวัด

ห้า ออกแบบกติกาให้ข้าราชการอยู่ในระบบคุณธรรม ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์

หก นโยบายด้านการศึกษา สังคม สาธารณสุข คมนาคมขนส่ง ต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่นโยบายประชานิยม โดยถือว่าไม่ว่ารัฐบาลชุดใดก็ต้องทำ รวมทั้งนโยบายเรื่องของคนจนต้องเป็นวาระแห่งชาติ

สุเทพย้ำว่าจะใช้กลไก "สภาประชาชน" เพื่อขับเคลื่อนข้อเสนอการปฏิรูปที่ว่ามา โดยเขากล่าวด้วยว่า "ที่กล่าวมานั้น เพื่อตอบคนที่คนตั้งข้อรังเกียจคนที่จะร่วมต่อสู้ ถ้าจะขจัดระบอบทักษิณออกไป เราจะปฏิรูปประเทศไทยอย่างไร"

"แล้วถามว่าใครจะเป็นคนทำถ้าระบอบทักษิณหมดไป ผมตอบเลย คนทำคือประชาชน ถ้าเราขจัดระบอบทักษิณหมดไป อยู่ที่เราจัดตั้งสภาประชาชนมาจากคนทุกสาขาอาชีพ แล้วสภาประชาชนจะเลือกคนดีมาเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สร้างดรีมทีม คณะรัฐมนตรีในฝัน มีรัฐบาลประชาชน" สุเทพอธิบาย (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

ทั้งนี้แกนนำได้ยกระดับขบวนผู้ชุมนุมไปสู่ "คณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข" หรือ กปปส. เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2556 มีการเปิดตัวแกนนำระหว่างชุมนุมยืดเยื้อที่ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ โดยมีสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นเลขาธิการ กปปส. เขากล่าวติดตลกหลังจากแนะนำชื่อขบวนใหม่ว่า "ชื่อยาวหน่อย แต่ความหมายชัดเจน ชื่อย่อๆ ว่า กปปส." และกล่าวด้วยว่า "จะเป็นองค์กรกำหนดแนวทางตัดสินใจต่อสู้กับระบอบทักษิณ จัดการให้ระบอบนี้พ้นจากประเทศไทยให้ได้"

"เมื่อเราจัดการระบอบทักษิณเสร็จเรียบร้อย เราจะได้เริ่มเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยด้วยมือของประชาชน ให้ประเทศเราได้ก้าวไปข้างหน้า อย่างประเทศที่มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ไม่มีทุนสามานย์ ไม่มีทุจริต ไม่มีข้าราชการขี้ข้า เป็นรัฐบาลโดยประชาชนแท้จริงเท่านั้น" (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

 

ย้ำ "ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง" หลังยิ่งลักษณ์ยุบสภา พร้อมชูข้อเสนอปฏิรูป 6 ข้อ

ทั้งนี้เมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประกาศยุบสภาเมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2556 ต่อมาในวันที่ 13 ธ.ค. 2556 สุเทพ ระบุว่าจะไม่ไปเลือกตั้ง โดยเป็นครั้งแรกที่เขาเสนอให้มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง "เราต้องการเปลี่ยนแปลง ปฏิรูปประเทศไทย ให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน แล้วจึงไปเลือกตั้งกับเขา"

สุเทพมีข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมายการเลือกตั้งและพรรคการเมือง โดยเขากล่าวว่า ถ้าต้องการให้มีการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ แสดงออกถึงความต้องการของประชาชน เลือกคนดีไปทำหน้าที่แทนตัวเองจริงๆ จะต้องมีการดำเนินการประกอบด้วย หนึ่ง แก้กฎหมายเลือกตั้ง กำหนดว่าการซื้อสิทธิขายเสียง ทั้งคนซื้อ คนขาย ผิดกฎหมายทั้งนั้น นักการเมืองที่ซื้อเสียงนอกจากถูกตัดสิทธิทางการเมืองแล้ว ต้องมีโทษจำคุก สอง ปฏิรูปพรรคการเมือง มีกฎหมายพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง เพื่อไม่ให้คนๆ เดียวชี้ขาดในพรรคการเมือง สาม มีการหยั่งเสียงประชาชนในเขตเลือกตั้งเพื่อเลือกผู้สมัครของพรรค แทนการกำหนดโดยแกนนำพรรค สี่ ต้องแก้กฎหมายการเงินของพรรค เพื่อไม่ให้มีเศรษฐีมาซื้อพรรคการเมือง (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

โดยสุเทพและแกนนำ กปปส. ยังย้ำแนวทาง "ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง" ในการประชุมการปฏิรูปของ กปปส. ที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2556 (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

ข้อเสนอการปฏิรูปก่อนเลือกตั้งของสุเทพ ยังถูกย้ำอีกครั้งในการปราศรัยเมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2556 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยเขาได้เรียบเรียงและจัดประเด็นการปฏิรูปออกเป็น 6 เรื่อง ได้แก่

หนึ่ง กระบวนการเลือกตั้ง ต้องทำให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม เป็นที่มาของ ส.ส. และรัฐบาล ดีๆ โดยกระบวนการเลือกตั้ง ครอบคลุมทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง และจะให้สภาประชาชนไปช่วยกันคิด

สอง การป้องกันปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น แก้กฎหมายเกี่ยวกับการคอรัปชั่นทั้งกระบวนการ ให้คนไทยเป็นโจทก์ฟ้องคดีทุจริตได้ โดยไม่ต้องรอตำรวจ หรือกรมสอบสวนคดีพิเศษ คดีต้องไม่มีวันหมดอายุความ

สาม ระบอบประชาธิปไตย อำนาจต้องไม่อยู่ในมือนักการเมือง แต่ต้องยึดโยงกับอำนาจประชาชน เช่น ให้ประชาชนมีอำนาจในการตรวจสอบควบคุมข้าราชการและนักการเมืองมากขึ้น กฎหมายที่เขียนไว้ให้ประชาชนลงชื่อถอดถอนนักการเมืองนั้น และแก้กฎหมายกำหนดให้กระบวนการถอดถอนนักการเมืองให้จบได้ภายใน 6 เดือนหรือ 1 ปี

สี่ ข้อเสนอกระจายอำนาจ โดยสุเทพใช้คำว่า "คืนอำนาจให้ประชาชน" โดยระบุว่าอำนาจปกครองบ้านเมืองหลายอย่างที่รวบไว้ที่รัฐบาลกลาง กรุงเทพฯ คณะรัฐมนตรี ต้องคืนให้ประชาชนต่างจังหวัด ให้ประชาชนทุกจังหวัดเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดจะได้มีความรับผิดชอบ และพัฒนาจังหวัด งบประมาณจังหวัดก็ไม่ต้องรวมในส่วนกลาง

ห้า แก้ไขความเหลื่อมล้ำในสังคม การดูแลคนจนต้องเป็นวาระแห่งชาติ ให้มีโอกาสประกอบอาชีพ ได้รับการรักษาพยาบาล ได้รับการศึกษา และต้องยกเลิกนโยบายประชานิยมเด็ดขาด

หก ปรับโครงสร้างตำรวจ ตำรวจต้องอยู่ภายใต้การควบคุมโดยคณะกรรมการตำรวจที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

โดยสุเทพกำหนดระยะเวลาการปฏิรูปไว้ 1 ปี ไม่เกินปีครึ่ง แล้วจึงกำหนดให้มีการเลือกตั้ง โดยเสนอให้นายกรัฐมนตรี และ ครม. ในเวลานั้น ลาออกจากรักษาการ เพื่อเปิดโอกาสให้คนกลางเป็นคณะรัฐมนตรี เพื่อตั้งสภาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย "ปีเดียว ไม่เกินปีครึ่ง กลับไปเลือกตั้งเหมือน่เดิม" สุเทพย้ำ

 

หลังประกาศกฎอัยการศึก ย้ำปฏิรูปก่อนเลือกตั้งกับ พล.อ.ประยุทธ์ 1 วันก่อนรัฐประหาร

โดยการชุมนุมของ กปปส. ซึ่งยืดเยื้อมานับตั้งแต่หลังยุบสภา เพื่อต่อต้านการเลือกตั้ง 2 ก.พ. กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญประกาศให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ กระทั่งในเดือนพฤษภาคม สุเทพยังคงย้ำแนวทางปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ในระหว่างนำมวลชน กปปส. ถวายสัตยาธิษฐานต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ท้องสนามหลวง เนื่องในฉัตรมงคลเมื่อวันที่ 5 พ.ค. 2557 (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง) โดยตอนหนึ่งสุเทพนำกล่าวว่า

"พวกข้าพเจ้ามวลมหาประชาชนจะร่วมกันต่อสู้กับโจรแผ่นดิน จะร่วมกันขจัดระบอบทักษิณและทรราช เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ โดยตั้งใจมั่นแน่วแน่ไม่ท้อถอย ไม่ลดละ จนกว่าขจัดระบอบทักษิณให้หมดสิ้นไป และปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง ด้วยสัตยาธิษฐานนี้แม้การต่อสู้กับโจรแผ่นดิน จะใช้เวลาเพียงใด พวกข้าพเจ้าจะไม่ยกเลิกไม่ย่อท้อ จนการลุล่วงเป็นที่เรียบร้อย..."

ต่อมาหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในเวลานั้น ได้ประกาศกฎอัยการศึก ตั้งแต่เวลา 03.00 น. เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2557 (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง) และเสนอให้มีการเจรจาของฝ่ายการเมืองหลายฝ่ายที่สโมสรกองทัพบก ถ.วิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2557 โดยมีการเชิญตัวแทนฝ่ายรัฐบาล ตัวแทนฝ่ายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตัวแทนฝ่ายวุฒิสมาชิก ตัวแทนฝ่ายพรรคเพื่อไทย ตัวแทนฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์ ตัวแทนฝ่าย กปปส. และตัวแทนฝ่าย นปช.

ในที่ประชุมสุเทพระบุถึงข้อเสนอต่อที่ประชุมให้มีรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็ม 100% ไม่มีฝ่ายการเมืองในรัฐบาลชุดที่จะตั้งขึ้นมา และให้รีบปฏิรูปประเทศ

"หนึ่ง ต้องมีนายกรัฐมนตรี ที่มีอำนาจเต็มมาแก้ไขปัญหาของประชาชน เช่น ปัญหาของชาวนา เป็นต้น และจะต้องแก้ไขปัญหาอื่นของประเทศ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่จะรุนแรงขึ้น จำเป็นต้องมีรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรีที่มีอำนาจเต็ม 100%"

"ข้อสอง ผมเสนอว่าเมื่อได้นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี ต้องตั้งคณะรัฐมนตรีที่ไม่มีฝ่ายการเมือง ไม่มีนักการเมืองอยู่เลยแม้แต่คนเดียว"

"ข้อสาม นายกรัฐมนตรี และ ครม. ต้องรีบปฏิรูปประเทศตามเจตนารมณ์ของประชาชน ผมเรียนต่อที่ประชุมว่า อย่าเอาข้อกฎหมายมาโต้เถียงกับผม อย่าเอารัฐธรรมนูญมาตรานั้นมาโต้เถียงกับผม ผมพูดในภาพรวม ว่าถ้าทุกคนเห็นด้วยก็มาช่วยกันคิดว่าทำอย่างไรถึงจะได้นายกรัฐมนตรี ได้คณะรัฐมนตรีที่ไม่เป็นนักการเมืองแล้วรีบปฏิรูปประเทศไทย" (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ ให้การบ้านสำคัญไปให้ทุกฝ่ายไปหารือ ได้แก่ หนึ่ง การทำประชามติ จะเลือกตั้งก่อน หรือปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง สอง การตั้งนายกรัฐมนตรีคนกลาง โดยยึดกรอบกฎหมายสามารถทำได้หรือไม่ สาม การตั้งรัฐบาลเฉพาะกาล โดยวุฒิสภา สี่ ให้ กปปส. กับ นปช. ยุติการชุมนุม โดยให้ทุกฝ่ายกลับมาให้หารือกันอีกครั้งในเวลา 14.00 น. วันที่ 22 พ.ค. 2557

อย่างไรก็ตาม ไม่ทันที่ผลการเจรจาจะบรรลุผล พล.อ.ประยุทธ์ ก็ประกาศยึดอำนาจ ทำรัฐประหารกลางที่ประชุม ในวันที่ 22 พ.ค. 2557 จนกระทั่งเวลาผ่านไป หลังจากสุเทพไปบวชที่ จ.สุราษฎร์ธานี นานนับปี และสึกออกมาทวงความคืบหน้าการปฏิรูปก่อนที่จะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา  (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

"เราต้องการเห็นรัฐบาลนี้ปฏิรูปให้สำเร็จ ไม่ว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่" และถ้าเมื่อไหร่ที่เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้ทำไปในแนวทางที่ถูกต้อง ก็จะแสดงความเห็นอย่างเรียบร้อย สุเทพย้ำ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์