ประยุทธ์ ใช้ ม.44 แก้ไขประมงผิดกฎหมาย ใครฝ่าฝืนคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 1-5 แสน

คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 24/2558 อ้าง ม.44 สั่งแก้ไขประมงผิดกฎหมาย สั่งห้ามใช้ 6 เครื่องมือผิดกฎหมาย ใครฝ่าฝืนคำสั่งโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 1-5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

6 ส.ค. 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 24/2558 เรื่องการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม เพิ่มเติมโดยในประกาศได้มีการสั่งห้ามใช้ 6 เครื่องทำประมงที่ปิดกฎหมาย หากผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ 1-5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีรายละเอียดดังนี้

“ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษา ความสงบแห่งชาติได้ออกคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ 29 เมษายน 2558 เพื่อจัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย” ขึ้น โดยให้มีอํานาจหน้าที่ในการบัญชาการการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมายใน ภาพรวม ตลอดจนเสนอแนะในการปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติมรวมทั้งพัฒนากฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการทําการประมงที่ผิดกฎหมายให้เป็น มาตรฐานสากล นั้น

บัดนี้ ได้รับรายงานจากศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมายว่า ปัจจุบันทรัพยากรสัตว์น้ำในน่านน้ำไทยมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากการทําการประมงที่เกินศักย์การผลิตตามธรรมชาติที่จะทดแทนได้ หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้อยู่ต่อไปโดยไม่มีมาตรการในการจัดการทรัพยากรสัตว์ น้ำที่ดีพอ จะทําให้กิจการประมงของประเทศอยู่ในภาวะวิกฤต และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ ดังนั้น เพื่อให้จํานวนเรือไทยสําหรับการประมงอยู่ในภาวะสมดุลกับทรัพยากรสัตว์น้ำ และมิให้มีการใช้เครื่องมือทําการประมงที่เป็นการทําลายพันธุ์สัตว์น้ำอย่าง ร้ายแรง

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคําสั่งดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ให้นายทะเบียนเรือตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย งดการจดทะเบียนเรือไทยสําหรับการประมง หรือเรืออื่นตามที่ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมายประกา ศกําหนดที่จะขอจดทะเบียนเรือใหม่ทุกประเภทและทุกขนาด หรือเปลี่ยนประเภทการใช้เรือจากเรือประเภทอื่นมาเป็นเรือประมง ทั้งนี้ จนกว่าจะมีการกําหนดให้มีการจดทะเบียนเรือไทยสําหรับการประมงหรือเรืออื่น เพิ่มเติมได้ตามหลักเกณฑ์ที่ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิด กฎหมายประกาศกําหนด

ข้อ 2 ห้ามมิให้บุคคลใดใช้หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อใช้ซึ่งเครื่องมือทําการประมงดังต่อไปนี้
       (1) เครื่องมืออวนรุนที่ใช้ประกอบกับเรือยนต์ เว้นแต่การใช้เครื่องมืออวนรุนเคยที่ใช้ประกอบเรือยนต์ทําการประมงตามรูปแบบ ของเครื่องมือ ขนาดเรือ วิธีการทําการประมง พื้นที่ทําการประมงและเงื่อนไขที่ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิด กฎหมายประกาศกําหนด
       (2) เครื่องมือโพงพาง รั้วไซมานหรือกั้นซู่รั้วไซมาน เครื่องมือลี่ หรือเครื่องมืออื่นที่มีลักษณะและวิธีกาคล้ายคลึงกัน
       (3) เครื่องมืออวนล้อมจับที่มีขนาดช่องตาเล็กกว่า 2.5 เซนติเมตร ทําการประมงในเวลากลางคืน
       (4) เครื่องมือลอบพับได้หรือไอ้โง่ ที่มีช่องทางเข้าของสัตว์น้ำสลับซ้ายขวาอยู่ทางด้านข้างใช้สําหรับดักสัตว์น้ำ
       (5) เครื่องมืออวนลากที่มีช่องตาอวนก้นถุงเล็กกว่า 5 เซนติเมตร
       (6) เครื่องมือทําการประมงอื่นตามรูปแบบของเครื่องมือ วิธีการทําการประมง พื้นที่ทําการประมงขนาดของเรือที่ใช้ประกอบการทําการประมง และเงื่อนไขอื่นที่ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมายประกา ศกําหนด

ข้อ 3 เครื่องมือทําการประมง เรือที่ใช้ทําการประมง สัตว์น้ำ และสิ่งอื่น ๆ ที่ใช้ในการกระทําความผิดหรือได้มาโดยการกระทําความผิด โดยฝ่าฝืนคําสั่งหรือประกาศที่ออกตามคําสั่งนี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มี อํานาจดําเนินการยึดและให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดินให้พนักงานเจ้าหน้า ที่มีอํานาจดําเนินการรื้อถอนหรือทําลายเครื่องมือทําการประมง เรือที่ใช้ทําการประมง สัตว์น้ำ และสิ่งอื่น ๆ ที่ตกเป็นของแผ่นดินตามวรรคหนึ่ง เว้นแต่เจ้าของหรือผู้ครอบครองสามารถแสดงหลักฐานได้ว่าทรัพย์สินนั้นมีไว้ โดยชอบด้วยกฎหมาย ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ถูกยึด

ข้อ 4 ผู้ใดฝ่าฝืนคําสั่งฉบับนี้ หรือประกาศที่ออกตามคําสั่งนี้ ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงห้าแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

ข้อ 5 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับการแต่งตั้งตามประกาศที่ออกตามคําสั่งหัว หน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมายขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ลงวันที่ 29 เมษายน 2558 เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามคําสั่งฉบับนี้ด้วย

ข้อ 6 เพื่อประโยชน์ในการจับกุมผู้กระทําความผิดตามคําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติที่ 10/2558 เรื่อง การแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุมลงวันที่ 29 เมษายน 2558 และคําสั่งนี้ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ข้อ 7 ประกาศของศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมายที่ออกตามคําสั่ง นี้ เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
       
       ทั้งนี้ นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
       
       สั่ง ณ วันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558
       พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
       หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ”

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์