เรื่องน่ารู้ คนรวยในโลกเลี่ยงภาษีรวมกันอย่างน้อยราว 21 ล้านล้านดอลลาร์

ขณะที่ในประเทศไทยกำลังมีประเด็นเรื่องภาษีมรดกที่ชวนให้ตั้งคำถามว่าจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำได้จริงหรือไม่ จากผลการสำรวจของนักเศรษฐศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญประเด็นแหล่งหลบเลี่ยงภาษีเมื่อ 3 ปีที่แล้วพบว่าคนรวยจำนวนมากมีวิธีการหลบเลี่ยงภาษีในระดับที่รวมกันแล้วสามารถเลี้ยงคนทั้งโลกได้

8 ส.ค. 2558 เจมส์ เฮนรี อดีตหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ขององค์กรให้คำปรึกษาแมคคินซีซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญในประเด็น 'แหล่งหลบเลี่ยงภาษี' (Tax Havens) ทำการวิจัยพบว่ากลุ่มคนร่ำรวยระดับมหาศาลของโลกอาศัยความได้เปรียบจากช่องโหว่ของกฎหมายภาษีในการถ่ายโอนทรัพย์สินของตนเองไปซ่อนไว้ในต่างประเทศเป็นจำนวนเงินรวมทั้งหมด 21-32 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากกว่าระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งระบบ

สำนักข่าวเดอะการ์เดียนเปิดเผยรายงานของเฮนรีที่ทำร่วมกับกลุ่มเครือข่ายเพื่อความเป็นธรรมด้านภาษี (Tax Justice Network) พวกเขาใช้ข้อมูลจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และข้อมูลจากภาคเอกชน นำมาวิเคราะห์จนพบว่ามีการอาศัยช่องโหว่ในระบบการเงินเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษีจำนวนมาก

เฮนรี่ เปิดเผยว่าการหลบเลี่ยงภาษีของกลุ่มคนรวยเหล่านี้มากพอที่จะส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อเรื่องความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้และความมั่งคั่ง โดยทำการวัดจากรายได้ของประเทศกับอัตราหนี้สิน และที่สำคัญกว่านั้นคือการส่งผลทางลบต่อฐานภาษีภายในประเทศของผู้ที่หลบเลี่ยงภาษีด้วย

โดยการวิจัยดังกล่าวระบุว่าคนรวยที่เลี่ยงภาษีใช้วิธีการฝากเงินนอกประเทศ (Offshore deposits) เป็นจำนวนมากในระดับที่จอห์น คริสเตนเซน จากองค์กรเครือข่ายเพื่อความเป็นธรรมด้านภาษีบอกว่าเป็นความล้มเหลวในการพยายามทำให้คนยากจนมีความมั่งคั่งมากขึ้น

แม้ว่าจะมีคนมากกว่า 10 ล้านคนทั่วโลกที่มีทรัพย์สินอยู่นอกประเทศแต่จากการวิเคราะห์ของเฮนรีแสดงให้เห็นว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณทรัพย์สินที่อยู่นอกประเทศ 9.8 - 21 ล้านล้านดอลลาร์ อยู่ในกำมือของคนเพียง 92,000 คนเท่านั้น ซึ่งในจำนวนนี้ยังไม่รวมทรัพย์สินที่ไม่ใช่เงินตรา เช่น งานศิลปะ, แมนชั่น หรือเรือยอร์ช

เดอะการ์เดียนระบุว่าในขณะที่บางประเทศที่ยากจนต้องประสบภาระหนี้สินและดิ้นรนเพื่อให้มีการผ่อนผันหนี้ทุกปี เงินจำนวน 21 ล้านล้านดอลลาร์ ถ้าหากมีการหักภาษีจากเงินจำนวนนี้ก็จะสามารถช่วยเหลือเศรษฐกิจของทั้งโลกได้ นอกจากนี้การสำรวจของเฮนรียังเผยให้เห็นว่ามาตรวัดความไม่เท่าเทียมกันที่ใช้อยู่โดยทั่วไปซึ่งวัดจากรายได้หรือความมั่งคั่งของแต่ละคนที่อยู่ในประเทศนั้นๆ ไม่ได้เผยให้เห็นช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนได้อย่างเต็มที่

นอกจากงานวิจัยของเฮนรีแล้วยังเคยมีนักเศรษฐศาสตร์ฝรั่งเศสชื่อโธมัส พิตเก็ตตี ผู้เชี่ยวชาญเรื่องความไม่เสมอภาคเคยกล่าวถึงประเด็นนี้โดยอ้างงานวิจัยของเพื่อนร่วมงานเขาว่า ความมั่งคั่งที่อยู่ในแหล่งหลบเลี่ยงภาษีอาจจะทำให้ยุโรปกลายเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่ทั่วดลกให้ความเคารพ ในอีกแง่หนึ่งอาจจะมองได้ว่าปัญหาหนี้สินในหลายประเทศของยุโรปจะหมดไปถ้าหากรัฐบาลยุโรปเก็บภาษีจำนวนหนึ่งจากประชากรกลุ่มที่มั่งคั่งที่สุดของพวกเขาได้

เรียบเรียงจาก

Wealth doesn't trickle down – it just floods offshore, research reveals, The Guardian, 21-07-2012
 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์