คาด 'ส.ศิวรักษ์' โดนอีกคดี 112 ตำรวจออกหมายเรียกพยานผู้ร่วมฟังเสวนา

 

21 ส.ค.2558  มีรายงานว่าสถานีตำรวจภูรปากคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี ออกหมายเรียกพยานรายหนึ่งไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนในคดีหมิ่นเบื้องสูง ซึ่งชื่อผู้ต้องหาในหมายเรียกดังกล่าวคือ นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์

หมายเรียกลงวันที่ 21 ส.ค.เรียก นายธงชัย ร่มเย็นเป็นสุข ประธานสหภาพแรงงานไทยซูซูกิ โดยกำหนดให้ไปให้ปากคำในวันที่ 28 ส.ค.2558 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การเรียกพยานไปให้การดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีที่สุลักษณ์ขึ้นพูดในเวทีเสวนาวิชาการเรื่อง ‘พัฒนาการของไทยภายหลัง 83 ปีของการอภิวัฒน์ 2475’ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.58 ก่อนหน้านี้มีการเรียกนักวิชาการ หรือผู้ร่วมอภิปรายบนเวทีเดียวกันไปให้ปากคำในฐานะพยานแล้วหลายราย เช่น ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ อดีตสมาชิกวุฒิสภากรุงเทพมหานคร ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. รังสิต เป็นต้น ซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีการระบุชื่อผู้ต้องหาที่ชัดเจนในหมายเรียกพยาน ทั้งนี้ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลา 2 วันหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารบุกจับกุมนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ (NDM) ทั้ง 14 คนที่สวนเงินมีมาซึ่งอยู่ในความดูแลของสุลักษณ์

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังสุลักษณ์ เขายืนยันว่ายังไม่มีการเรียกเขาไปรับทราบข้อกล่าวหาและไม่มีการติดต่อใดๆ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ  

ธงชัย ร่มเย็นเป็นสุข ระบุว่า ตำรวจต้องการให้เขาไปให้การในฐานะพยานเพราะเขาและเพื่อนสมาชิกสหภาพรวม 5 คนได้รับเชิญไปร่วมฟังเสวนาดังกล่าว ขณะนี้เขาและเพื่อนอีก 1 รายได้รับหมายเรียกเป็นพยานแล้ว และเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งด้วยว่าจะออกหมายเรียกผู้เข้าร่วมฟังเสวนาทั้งหมดมาให้การในฐานะพยาน เขาคาดการณ์ว่าผู้ฟังเสวนาในวันนั้นมีอยู่ราว 40-50 คน ส่วนเหตุที่เจ้าหน้าที่สามารถออกหมายเรียกผู้เข้าร่วมเสวนาไปให้การได้เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยได้ส่งใบทะเบียนรายชื่อผู้เข้าร่วมทั้งหมดให้เจ้าหน้าที่

ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น ซึ่งเป็นผู้ดำเนินรายการในเวทีเสวนาดังกล่าว ระบุว่า เขาถูกเรียกไปให้ปากคำในฐานะพยานเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยทางผู้จัดงานเสวนาได้ส่งทนายความให้มาร่วมอยู่ในการสอบปากคำด้วย การสอบปากคำใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ระหว่างการสอบปากคำ มีเจ้าหน้าที่ทหารโทรศัพท์มาตรวจสอบความคืบหน้ากับพนักงานสอบสวนเป็นระยะ และมีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่ที่สถานีตำรวจด้วย นอกจากนี้ช่วงท้ายของการสอบปากคำก็มีตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาที่ห้องเพื่อถามถึงความคืบหน้าด้วย ซึ่งเขามองว่าแสดงถึง "ลักษณะพิเศษ" ของกรณีนี้

ประวิตร กล่าวว่า ตำรวจเล่าว่าผู้ฟ้องเป็นนายทหารที่ไปฟังเสวนา โดยมีการบันทึกเทปการเสวนาและถอดเทปมาส่งตำรวจ ในการสอบปากคำเขาถูกถามถึงความเห็นกรณีที่มีการวิจารณ์รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 ซึ่งเขาได้ให้ความเห็นต่อพนักงานสอบสวนว่า ไม่คิดว่าความเห็นดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 เนื่องจากกฎหมายมาตรานี้ไม่ได้คุ้มครองถึงอดีตกษัตริย์ นอกจากนี้ยังมีการถามถึงกรณีที่มีการส่งกระดาษโน้ตให้สุลักษณ์ขณะที่กำลังพูดบนเวทีซึ่งเมื่อสื่อมวลชนบันทึกวิดีโอไปเผยแพร่ทำให้มีผู้ชมที่เข้าใจไปว่าโน้ตดังกล่าวมาจากเจ้าหน้าที่ทหาร เขาได้ชี้แจงกับตำรวจว่า ตอนนั้นเขาได้รับการร้องขอจากทางผู้จัดคือ อนุสรณ์ ธรรมใจ ซึ่งเป็นผู้ร่วมเสวนาบนเวทีวันนั้นด้วยให้ช่วยแจ้งสุลักษณ์ว่าอาจจะพูดหมิ่นเหม่ เขาในฐานะผู้ดำเนินรายการจึงเขียนกระดาษเตือนให้เบาๆ หน่อย แต่สุลักษณ์อ่านไม่ออก อนุสรณ์จึงอ่านให้เท่านั้นเอง

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์