รมต.กีฬาเตรียมแจง 'ประยุทธ์' กรณีแฟนบอลไทยป่วนลาว ชี้เรื่องใหญ่ระดับประเทศ

ทางการลาวปล่อยแฟนบอลที่ก่อเหตุวิวาทระหว่างการเชียร์ฟุตบอล AFF U 19 นัดชิงชนะเลิศกลับไทยแล้ว 'กอบกาญจน์' ระบุเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศเตรียมนำเข้าชี้แจง 'ประยุทธ์' ในการประชุม ครม. ลงโทษเบื้องต้นห้ามเข้าชมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกไทย-อิรักในวันอังคารที่ 8 ก.ย. นี้
 
 
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 
 
เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานว่าเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2558 ที่ผ่านมานางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาให้สัมภาษณ์ว่าได้โทรศัพท์ไปชี้แจงกับ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประจำประเทศไทย ว่าทางสมาคมฟุตบอล จะมีมาตรการลงโทษผู้กระทำผิด ด้วยการไม่ให้เข้าไปชมฟุตบอลทีมชาติไทย เบื้องต้น มีผลตั้งแต่นัดการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกระหว่างไทย พบกับ อิรักในวันอังคารที่ 8 กันยายนนี้ ส่วนระยะเวลาในการลงโทษจะยาวนานแค่ไหน จะแจ้งอีกครั้ง ขณะเดียวกัน การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. กำลังจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ สอนการเป็นผู้เชียร์กีฬาที่ดี ก็กำลังเร่งให้ออกนำเผยแพร่ให้เร็วที่สุด ซึ่งจะใช้สำหรับเปิดฉายก่อนการแข่งขันกีฬาทุกนัด รวมถึงการเผยแพร่ผ่านสื่อทีวีและสื่อออนไลน์
 
"ถือว่าเป็นบทเรียนราคาแพง ที่ไม่ควรให้เกิดขึ้นอีก เพราะจะเห็นผลของมันแล้วว่ามันกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ และจะต้องนำเข้าชี้แจงให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป" รมว.การท่องเทียวและกีฬา กล่าว
 
ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 13.55 น. ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว อ.เมือง จ.หนองคาย คณะกองเชียร์ฟุตบอลไทยจำนวน 25 คน ได้เดินทางกลับถึงประเทศไทยทางด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ชุลมุนระหว่างการเชียร์ฟุตบอล AFF U 19 นัดชิงชนะเลิศคู่ระหว่างทีมชาติไทยกับ ทีมชาติเวียดนาม ที่สนามกีฬาแห่งชาติลาว เมื่อเย็นวานนี้
 
โดยทางการลาวได้ควบคุมตัวกองเชียร์ทั้ง 25 คนไว้ที่ตรวจคนเข้าเมืองวัดไต นครหลวงเวียงจันทน์ เป็นเวลา 1 คืน ก่อนที่ทางสถานทูตไทยได้ประสานเจรจากับทางการลาวจนอนุญาตให้คณะกองเชียร์ฟุตบอลกลุ่มนี้เดินทางกลับประเทศไทยได้
 
เมื่อได้รับการอนุญาตแล้ว พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ แสงเดือน รองผกก.ตม.หนองคาย และ ร.ต.ท.กฤตพล เกษตรสุนทร รองสว.ตม.หนองคาย ได้นำรถยนต์ของตรวจคนเข้าเมืองไปรับคณะกองเชียร์ทั้งหมดที่ด่านสะพานมิตรภาพฝั่งประเทศลาว เดินทางกลับฝั่งไทย
 
หลังจากนั้นนายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ จำรัสประเสริฐ รองผบก.ภ.จ.หนองคาย, พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา ผกก.ตม.หนองคาย ได้อบรมชี้แจงทำความเข้าใจ กับกลุ่มกองเชียร์นาน 1 ชั่วโมง พร้อมทั้งได้จัดหาข้าวกล่องให้กับบรรดากองเชียร์ทุกคน เนื่องจากยังไม่ได้รับประทานอาหารตั้งแต่เย็นวานที่ผ่านมา
 
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จ ผู้ว่าฯ หนองคาย ได้ให้ทุกคนเดินทางกลับบ้าน ซึ่งกองเชียร์ทั้ง 25 คนนี้ ต่างคนต่างอยู่คนละจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นกองเชียร์จากกรุงเทพฯ ซึ่งส่วนหนึ่งขนอุปกรณ์การเชียร์ กลอง ธง ต่างๆ เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวที่จอดไว้ที่จุดรับฝากรถหน้าด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ส่วนหนึ่งโดยสารเครื่องบินจากกรุงเทพฯ ไปลงยังสนามบินวัดไต ประเทศลาว หลังจากได้กลับบ้านก็จะนั่งรถโดยสารจาก จ.หนองคาย ไปขึ้นเครื่องบินที่ จ.อุดรธานี กลับกรุงเทพฯ
 
นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวภายหลังได้พูดคุยกับกองเชียร์แล้วว่า ทางการไทยได้ประสานความร่วมมือกับทางการลาวตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ซึ่งการพูดคุยกับกองเชียร์ว่าสิ่งที่เชียร์กีฬา ต้องเชียร์อย่างสุภาพ ต้องปฏิบัติตามกติกาสากล การจะเดินทางไปประเทศใดก็แล้วแต่ต้องศึกษากฎระเบียบของประเทศนั้นๆ และต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด กองเชียร์ฟุตบอลไทยทั้ง 25 คน ก็รับปากว่าจะศึกษากฎระเบียบของประเทศ ศึกษากติกาสากล ซึ่งตนคิดว่ากองเชียร์ทุกคนต้องปฏิบัติตามสิ่งที่ประเทศนั้นๆ ว่าสิ่งใดห้ามนำเข้าในสนาม
 
ส่วนเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพราะไทยกับลาวนั้นมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นกันทั้งระดับผู้บริหารระดับสูงและระดับผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ มั่นใจได้ว่าทุกอย่างยังคงเป็นปกติ ความสัมพันธ์ไทย-ลาว การค้าขาย ผู้คนยังไปมาหาสู่กันตามปกติ
 
ด้านนายณัฐวุฒิ ไชยขันธุ์ ตัวแทนกองเชียร์ กล่าวว่า ต้องขอบคุณทางสถานทูตทั้งไทยและลาว รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกฝ่าย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว และหวังว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะเป็นบทเรียนให้กับน้องๆ ที่ไปด้วยกันหรือจากหลายๆ ที่ที่มาเจอกัน รวมถึงแฟนบอลที่จะตามไปเชียร์ยังต่างประเทศ ต้องเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ศึกษาข้อมูลประเทศนั้นๆ ก่อนเป็นสำคัญ ยืนยันว่าจะระมัดระวังในการเดินทางไปเชียร์ฟุตบอลในต่างประเทศให้มากขึ้น
 
ขณะที่ พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.4 กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้หากมีการจัดการแข่งขันกีฬารายการใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน คงต้องขอความร่วมมือกับแฟนกีฬาที่จะติดตามไปเชียร์ให้ช่วยกันเป็นกองเชียร์ที่ดี ไม่ให้กระทบกับภาพลักษณ์ของประเทศ คงต้องมีการตรวจสิ่งของต้องห้าม ทั้งพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ สิ่งของอุปกรณ์เชียร์ที่อาจจะก่อให้เกิดการยั่วยุอย่านำเข้าไป
 
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่าทั้ง 25 คน จะถูกทางการลาวขึ้นแบล็กลิสต์หรือไม่ ผบก.ตม.4 กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะต้องรอให้ทางการลาวประกาศอย่างชัดเจน แต่ในส่วนของ ตม. ยังไม่ได้รับแจ้งการขึ้นแบล็กลิสต์บุคคลกลุ่มนี้แต่อย่างใด
 
"อุลตร้า ไทยแลนด์" แถลงทางกลุ่มไม่ได้จุดพลุ
 
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2558 ที่ผ่านมาเฟซบุ๊กของกลุ่ม "อุลตร้า ไทยแลนด์" (Ultras Thailand) ได้ออกมีการออกแถลงการณ์ชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยยืนยันว่าทางกลุ่มหลักได้มีมติที่จะหยุดการใช้พลุแฟร์ หรือควัน ในทุกๆ การแข่งขันที่เป็นทางการมาตั้งแต่เมื่อเดือนธันวาคมปี 2014 พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะทำการเชียร์อย่างสร้างสรรค์ในเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย นัดที่ 3 ของกลุ่ม เอฟ ระหว่างทีมชาติไทย กับ อิรัก ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 8 กันยายนนี้
 
"Ultras Thailand แถลงการณ์ ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ความวุ่นวายอย่างเป็นทางการ สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่สมาชิกบางส่วนเดินทางไปเชียร์ทีมชาติไทยชุด AFF Cup Youth19 แมตช์ชิงชนะเลิศ ณ ประเทศ สปป.ลาว
 
ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพรวมที่เกิดสื่อไปในทางที่กลุ่มต้องถูกสังคมไทยประณาม และเรายินดีน้อมรับทุกถ้อยคำที่ออกมา ทั้งนี้ทางกลุ่มขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้
 
1. ตั้งแต่แมตช์ AFF CUP เดือนธันวาคมปี 2014 เป็นต้นมา ทางกลุ่มหลักมีมติเป็นทางการที่จะหยุดจุดแฟร์ พลุไฟ หรือควัน ในทุกแมตช์การแข่งขันเป็นทางการ หรืออุ่นเครื่องเป็นทางการ เพื่อหลีกเลี่ยงให้สมาคมฟุตบอลไทยต้องเกิดความเสียหาย และยึดถือมาถึงปัจจุบันนี้
 
2. กลุ่มที่เดินทางไปประเทศ สปป.ลาว มิได้นำแฟร์ พลุแฟร์เพื่อไปจุดใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ที่มีภาพการจุดแฟร์ที่ปราฏออกมา ขอแถลงว่ามิใช่จากกลุ่มที่เดินทางจากแกนหลักทั้งสิ้น แต่เป็นแฟนบอลทั่วไปที่มารวมกลุ่มกับเราที่ประเทศ สปป.ลาว และทางเราได้มีการห้ามปรามและเชิญตัวออกไปจากกลุ่มทันทีหลังจากเกิดเหตุ
 
3. เหตุการณ์วุ่นวายนั้นเป็นการเข้าใจผิดกันระหว่างกลุ่มกองเชียร์และได้คลี่คลายเรียบร้อย และทางเราให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ สปป.ลาวเป็นอย่างดีในการเดินทางไปทั้งหมดเพื่อให้สอบสวนหาผู้กระทำผิดอย่างบริสุทธิ์ใจ
 
4. หลังจากนั้น ทางสถานทูต สปป.ลาว มีไมตรีจิตให้เกียรติพี่น้องกองเชียร์ชาวไทยที่ถูกนำตัวไปสอบสวนทั้งหมด กลับประเทศไทยได้โดยไม่แจ้งข้อหาทั้งสิ้น
 
5. กลุ่มกองเชียร์ทั้งหมดได้เดินทางกลับประเทศไทยด้วยการประสานงานระดับสูงจากท่านรอง เอกอัครราชทูตไทย ประจำประเทศ สปป.ลาว หลังจากนั้นกองเชียร์ทั้งหมดนั้นได้เดินทางมาที่ห้องประชุม ณ จุดผ่านแดนไทย จังหวัดหนองคาย เพื่อเข้ารับฟังการชี้แจงอบรมจาก
ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย 
ท่านผู้บังคับการ ตม.4
 ท่านรองผู้บังคับการ ภ.จังหวัดหนองคาย ท่านผกก.ตม. จังหวัดหนองคาย และท่านรอง สว.ตม.หนองคาย และทางเราทุกคนยินดีน้อมรับในการปฏิบัติตนในการเดินทางไปเชียร์ ตปท.ในอนาคต
 
ทางกลุ่ม Ultras Thailand ขอขอบพระคุณ
ท่านรองเอกอัครราชทูต สปป.ลาวที่มีไมตรีจิตที่ดีกับคนไทย
 ท่านรองเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศลาว รวมทั้งเจ้าหน้าที่สถานทูตไทย ประจำประเทศลาว ที่ให้การประสานงานช่วยเหลือดำเนินการทุกๆ อย่างให้ทุกคนได้รับการเดินทางกลับประเทศไทย ราชการระดับสูงฝั่งไทยทุกๆ ท่านที่ให้การช่วยเหลือทุกๆ เรื่องทั้งเรื่องเอกสาร อาหารการกินและรถโดยสารกลับจากฝั่ง ตม.สปป.ลาว
 
ที่สำคัญขอขอบคุณอย่างสุดซึ้ง โค้ชจุ่น คุณณัฐพล ผู้จัดการทีมชาติไทยชุด Youth 19 ที่มีความตั้งใจอย่างสูงที่ให้ความช่วยเหลือเราทุกเรื่อง ไม่ทิ้งกองเชียร์ทีมชาติไทย และนักเตะทีมชาติไทย ชุด Youth 19 ปี ที่เป็นแรงศรัทธาให้เราในการตามไปเชียร์ทุกๆ แมตช์ ไม่ว่าคุณอยู่ไหนเราจะตามไปเชียร์ตลอดไป..
 
และในวันที่ 8 ก.ย. นี้ แมตช์พบอิรัก ทางกลุ่ม Ultras Thailand ยึดถือการเชียร์ทีมชาติไทยที่สร้างสรรค์ และจะไม่มีการจุดแฟร์หรือพลุไฟ ตามที่เรามีมติตกลงกันภายในกลุ่มเช่นเคย"
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์