สภาหน้าโดมเปิด ‘ศูนย์บรรเทาทุกข์โซตัส’ ระบายปัญหารับน้อง ชี้ความรักบังคับไม่ได้

ยันข้อมูลลับส่งเข้าหน่วยงานมมหา’ลัย เบื้องต้นเยียวยาทางจิตใจ ไม่ให้รู้สึกโดดเดี่ยว อัดชี้ความเป็นเพื่อนใหม่-ความเท่าเทียมกัน ของ มธ. เป็นแค่วาทกรรมสวยหรู ชี้ไม่มีโซตัสก็รักกันได้ แต่ถ้าไม่รักกันก็เรื่องของเขาเพราะ “รักมันบังคับไม่ได้”

11 ก.ย. 2558 เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ผ่านมาเฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘สภาหน้าโดม’ ของสภาหน้าโดมซึ่งเป็นกลุ่มอิสระของนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เปิด ‘ศูนย์บรรเทาทุกข์โซตัส’ เพื่อเชิญชวนนักศึกษาผู้ประสบปัญหาจากระบบ SOTUS ในมหาวิทยาลัย บอกเล่าเรื่องราวของตนเอง โดยมีแบบฟอร์มแบบสำรวจออนไลน์ พร้อมยืนยันข้อมูลจะถูกเก็บเป็นความลับ

“เหนื่อยกับโซตัส? เบื่อกับรับน้องที่รุนแรงทางจิตใจ และร่างกาย ไม่อยากจ่ายเงินค่าโต๊ะ ค่ารับน้อง ศูนย์บรรเทาทุกข์โซตัส เพื่อให้ทุกคนได้ระบายปัญหาเกี่ยวกับโซตัส รับน้อง (ข้อมูลจะเก็บเป็นความลับสุดยอด) เพื่อนำไปหาวิธีการช่วยแก้ปัญหาต่อไป (ในทางลับ)” คือข้อความที่เพจ ‘สภาหน้าโดม’ เชิญชวนให้ผู้ประสบปัญหาเข้าไปบอกเล่าเรื่องราว

 

 

เหนื่อยกับโซตัส? เบื่อกับรับน้องที่รุนแรงทางจิตใจ และร่างกาย ไม่อยากจ่ายเงินค่าโต๊ะ ค่ารับน้อง ศูนย์บรรเทาทุกข์โซตัส เ...

Posted by สภาหน้าโดม on 11 กันยายน 2015

 

ผู้สื่อข่าว ‘ประชาไท’ ได้ติดต่อไปยังสภาหน้าโดม เพื่อสอบถามถึงเหตุผลของการตั้งศูนย์ดังกล่าว รวมทั้งแนวทางการดำเนินการหลังจากได้รับเรื่องรวมร้องทุกข์ ซึ่งได้รับการตอบรับจากกลุ่มว่ายินยอมให้ข้อมูล แต่ไม่เปิดเผยชื่อผู้ให้สัมภาษณ์

“เพราะว่าเรื่องนี้เซนซิทีฟ สัมภาษณ์เป็นตัวบุคคลไป เดี๋ยวโดนไล่ล่า (หัวเราะ)” คำขอของตัวแทนสภาหน้าโดม

สำหรับเหตุผลที่เปิดศูนย์ดังกล่าวนั้น สภาหน้าโดม ระบุว่า กลุ่มขับเคลื่อนรณรงค์ ไม่ให้มีการใช้โซตัส หรือความรุนแรงในการรับน้องทั้งทางด้านร่างกาย และจิตใจมาสักระยะแล้ว แต่เรากลับพบว่า ปัญหาดังกล่าวยังคงมีอยู่ และยังคงไม่ได้รับการแก้ไข แม้จะมีการรณรงค์จากกลุ่มต่างๆ แต่ผู้ที่ประสบปัญหาโซตัส ก็ยังคงประสบอยู่ และไม่ได้รับการแก้ไข หน่วยงานในมหาวิทยาลัยหลายหน่วยงาน หรือหลายองค์กร ก็ยังไมได้ออกมาช่วยเหลืออย่างเป็นรูปธรรม

“การเปิดศูนย์ดังกล่าว พวกเราคิดว่า จะเป็นการเข้าถึงบุคคลที่ประสบปัญหาได้ถึงตัวมากที่สุด รับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจริงที่สุด ให้ผู้ประสบปัญหาได้มีที่ระบาย และให้พวกเขาได้รู้ว่า พวกคุณไม่ได้โดดเดี่ยวอีกต่อไป และข้อมูล รวมถึงชื่อของผู้ร้องเรียนจะถูกเก็บไว้เป็นความลับ เพื่อความปลอดภัย และความสบายใจของผู้ร้องเรียน” ตัวแทนสภาหน้าโดม กล่าว

ส่งข้อมูลเข้าหน่วยงานมมหา’ลัย เยียวยาทางจิตใจ ไม่ให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว ไม่ทิ้งพวกเขา

สำหรับแนวทางการดำเนินการของสภาหน้าโดมหลังจากรับเรื่องราวเหล่านั้นแล้ว ตัวแทนสภาหน้าโดม กล่าวว่า เบื้องต้น ข้อมูลทุกอย่างจะถูกเก็บไว้เป็นความลับขั้นสูงสุด และจะนำข้อมูลมาประมวลก่อน โดยแต่ละกรณีที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมา เราจะมีวิธีการหารือ ดำเนินการที่แตกต่างกันออกไป เพราะแต่ละกรณีจะมีความเฉพาะที่ไม่เหมือนกัน และการดำเนินการทั้งหมดจะเป็นไปในทางลับ หรือไม่ให้กระทบต่อตัวผู้ร้องเรียน เบื้องต้นเราจะส่งข้อมูลที่เป็นความลับนี้ไปยังหน่วยงานของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องโดยมีเงื่อนไขว่าต้องเก็บไว้เป็นความลับ เช่น กองกิจการนักศึกษา หรือสภานักศึกษา โดยการส่งข้อมูลต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ร้องเรียนด้วย นอกเหนือไปจากการดำเนินการโดยการประสานงานอย่างเป็นรูปธรรมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญคือเราต้องเยียวยาทางจิตใจ ไม่ให้เขารู้สึกโดดเดี่ยว ไม่ทิ้งพวกเขา

ชี้ความเป็นเพื่อนใหม่-ความเท่าเทียมกัน ของ มธ. เป็นแค่วาทกรรมสวยหรู

กรณีที่สังคมมองว่าธรรมศาสตร์ไม่มีการรับน้องใหม่ แต่มองคนที่เข้ามาเรียนใหม่นั้นเป็น "เพื่อนใหม่" แต่เหตุที่ยังมีระบบโซตัอยู่นั้น  ตัวแทนสภาหน้าโดม กล่าวว่า หลายครั้งที่หลักการที่ธรรมศาสตร์ใช้โปรโมทเช่น ความเป็นเพื่อนใหม่ หรือมีความเท่าเทียมกัน นั้นเป็นเพียงแค่วาทกรรมสวยหรู หลายครั้งที่รุ่นพี่เองก็เห็นว่าโซตัสให้ผลประโยชน์กับเขาได้ เช่น เรื่องการอุปถัมภ์ การปฏิสัมพันธ์กับน้อง ก็ต้องใช้มาตรการกดดันเพื่อให้เคารพรุ่นพี่ รักรุ่นพี่ ฉะนั้นสำหรับรุ่นพี่บางพวกระบอบพวกนี้จึงจำเป็นสำหรับพวกเขา บางคณะฝังรากจนเป็นวัฒนธรรมของคณะไปแล้ว หลักการที่ธรรมศาสตร์โปรโมทมันจึงจบลงด้วยความต้องการของรุ่นพี่ที่ฝังรากไปตามแต่ละหลักแหล่งของพวกเขา

“มันจึงย้อนแย้งเวลาที่รุ่นพี่เหล่านี้ออกมาส่งเสียงเฮเวลาที่ธรรมศาสตร์โปรโมทว่าพวกเราเท่าเทียมกัน บางคนเอาโซตัส แต่ติดแฮชแท็คว่าเรามีเสรีภาพทุกตารางนิ้ว หรือมหาวิทยาลัยของประชาชน อันที่จริงพวกคุณไม่ควรจะดีใจเลยที่ธรรมศาสตร์มีการรณรรงค์เรื่องความเท่าเทียมเหล่านี้ ถ้าคุณยังเอาโซตัสอยู่ เพราะหากบ่มเพาะระบบอำนาจนิยมนี้ตั้งแต่มหาวิทยาลัย ประเทศไทยคงไม่มีวันเจริญได้ เพราะเราทำให้ระบบนี้มันฝังรากไปแล้ว” ตัวแทนสภาหน้าโดม กล่าว

ยันไม่มีโซตัสเราก็รักกันได้ แต่ถ้าไม่รักกันก็เรื่องของเขาเพราะ “รักมันบังคับไม่ได้”

ตัวแทนสภาหน้าโดม กล่าวด้วยว่า กลุ่มพยายามเสนอทางออกว่า ต่อให้ไม่มีโซตัส เราก็รักกันได้ ตัวอย่างเกิดขึ้นมาแล้วในหลายๆ คณะที่เลิกระบบนี้ไป อยากให้รุ่นพี่ลองเปิดใจดู ลองคิดหาวิธีการรับน้องอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่มองว่ามันเป็นสิ่งที่ส่งต่อๆ กันมา และต้องทำตาม เพราะหลายครั้งที่เราก็รู้ว่า โซตัสมันก็คือละครฉากหนึ่ง เป็นเงื่อนไขที่รุ่นพี่สร้างขึ้นมาเพื่อให้รักกันเท่านั้นเอง

“ไม่มีโซตัสเราก็รักกันได้ แต่ถ้าเอาจริงๆ ใครจะไม่รักใครมันก็เรื่องของเขา เพราะความรักมันบังคับไม่ได้ ดังนั้นอยากให้รุ่นพี่ที่นิยมระบบโซตัส ให้สิทธิในการคิดแก่รุ่นน้องในการคิด ในการเลือก ไม่ใช่การใช้มาตรการกดดันต่างๆ นาๆ” ตัวแทนสภาหน้าโดม กล่าวทิ้งท้าย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์