เครือข่ายคนรุ่นใหม่ฯ ชี้ หากรายงานข่าวของเด็ก ม.4 ไม่ถูกต้อง ให้นำข้อเท็จจริงมาพิสูจน์

คณะผู้จัดค่ายเยาวชนฮักบ้านเจ้าของ เครือข่ายคนรุ่นใหม่ฯ ออกแถลงการณ์ขอให้ยุติการคุกคาม นักเรียน ม.4 ซึ่งรายงานข่าวผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ เหมืองแร่เมืองเลย พร้อมย้ำหากข้อมูลที่รายงานไม่ถูกต้องจริง ให้นำหลักฐานมาพิสูจน์

14 ก.ย. 2558  เวลา 13.30 น. เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม และโครงการพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม (มอส.) แถลงข่าวต่อกรณีที่เหมืองแร่ทองคำจังหวัดเลย ขู่ฟ้องร้องนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งทำหน้าที่นักข่าวพลเมือง รายงานข่าวการทำกิจกรรม “ค่ายเยาวชนฮักบ้านเจ้าของ” ซึ่งจัดขึ้นที่ วัดโนนสว่างบ้านนาหนองบง ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ระหว่างวันที่ 28 – 30 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยรายงานผ่านทางรายการนักข่าวพลเมืองช่อง TPBS โดยออกอากาศเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2558

ตามรายงานข่าวระบุว่า นางสาววันเพ็ญ คุณนา  นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งเป็นผู้รายงานข่าว ได้ถูก บุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นตัวแทนของเหมืองแร่ทองคำ เข้ามาแนะนำให้ไปแจ้งความว่าถูกบังคับให้รายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยมีคนสั่งให่พูดว่า ลำน้ำฮวยไม่สามารถใช้ได้ เนื่องได้รับสารปนเปื่อน มลพิษจากการทำเหมืองแร่ ซึ่งตัวแทนบริษัทชี้แจงว่า เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง จึงแนะนำให้วันเพ็ญไปแจงความ จะได้กันตัวไว้เป็นพยายาม เพราะบริษัทต้องการจะฟ้องร้องคณะผู้จัดค่าย ร่วมทั้งสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสด้วย และหากวันเพ็ญไม่ยอมเป็นพยานก็อาจจะถูกฟ้องร้องด้วย

เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ โดยระบุว่า ต้องการให้ยุติการคุกคาม ข่มขู่หรือการกระทำใดๆ ที่เป็นเหตุให้เกิดความหวาดกลัวของเยาวชน ครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐเคารพต่อหลักการสิทธิและเสรีภาพ พร้อมยืนยันว่าเหตุการณ์ต่างๆ และผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้น ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของทางคณะผู้จัดในนามของเครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคมเท่านั้น

ทั้งนี้ศักดิ์สินี เอมะศิริ ผู้ประสานงานทีมข้อมูลและสื่อ หนึ่งในคณะผู้จัดทำค่าย ได้ระบุว่าการรายงานข่าวผ่านทางนักข่าวพลเมืองนั้น เป็นหนึ่งในกิจกรรมของค่ายซึ่งต้องการให้เยาวชนได้รู้จักทักษะการสื่อสาร และรู้จักปกป้องสิทธิของชุมชน ต่อกรณีที่ตัวแทนของบริษัทระบุ การรายงานข่าวเป็นการบิดเบือนความจริง ศักดิ์สินี ยืนยันว่าข้อมมูลเหล่านั้นเป็นความจริง และเป็นสิทธิที่จะสามารถแสดงออกได้เนื่องจากเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในชุมชน และยังเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ หากตัวแทนของเหมืองระบุว่าเป็นการบิดเบือนข้อมูลจริง ขอให้มีการแสดงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ

แถลงการณ์เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
“หยุดทำลายเสรีภาพ หยุดปิดกั้นการเรียนรู้เยาวชน”

จากเหตุการณ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ก.ย. 2558 มีชายอ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่เหมืองแร่ทองคำพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านภูทับฟ้า ได้เข้ามาพูดคุยในลักษณะของการข่มขู่ น.ส.วันเพ็ญ คุนนา กรณีรายงานข่าวผ่านรายการนักข่าวพลเมืองถึงผลกระทบจากเหมืองแร่ทองคำสู่ลำ น้ำฮวย

ในนามเครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการ เปลี่ยนแปลงสังคม ผู้จัดค่ายเยาวชนฮักบ้านเจ้าของ “ตอน นักสืบลำน้ำฮวย แท้ๆ แน๊ว” ที่จัดขึ้น ณ วัดโนนสว่าง บ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ระหว่างวันที่ 28 – 30 ส.ค. 2558 ซึ่งเป็นค่ายที่ให้เยาวชนในพื้นที่เรียนรู้ประเด็น สภาพแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และภูมิปัญญา ในพื้นที่ 6 หมู่บ้านรอบลำน้ำฮวย เพื่อให้เยาวชนรู้จักตัวตน รู้จักชุมชน และเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับตนเอง เชื่อมโยงเยาวชนกับผู้ใหญ่ในพื้นที่

การดำเนินงานที่ผ่านมาคณะผู้จัดค่ายต้องเผชิญกับแรงกดดันจากทหารและหน่วยงานรัฐ ตลอดช่วงระยะเวลาที่ดำเนินงาน อาทิ 

1.การพยายามสร้างเรื่องเชื่อมโยงค่าย เยาวชนฮักบ้านเจ้าของเข้ากับสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งเรื่องเหมืองทองใน พื้นที่ เป็นการบิดเบือนวัตถุประสงค์ของการจัดค่าย จึงทำให้ผู้ใหญ่บ้านไม่อนุญาตให้ทางคณะผู้จัดเข้าไปจัดค่ายในพื้นที่และผู้ ปกครองบางส่วนไม่อนุญาตให้เยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม

2.การกดดันให้ผู้ อำนวยการโรงเรียนบ้าน ห้วยผุก กลับคำอนุญาตใช้สถานที่ของโรงเรียน ในกำหนดการจัดค่ายครั้งแรก ผู้ใหญ่บ้านภูทับฟ้า ได้นำทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองมาเชิญผู้จัดไปชี้แจงกับนายทหารในค่ายศรีสองรัก จนทำให้ค่ายเยาวชนฯ ต้องเลื่อนออกไปโดยอ้างเรื่องความมั่นคงในพื้นที่

3.และการจัดค่ายเยาวชนฮักบ้านเจ้าของ เมื่อวันที่ 28-30 ส.ค. ที่ผ่านมา มีความพยายามของผู้ใหญ่บ้านภูทับฟ้า และนายทหารที่รับผิดชอบในพื้นที่ที่ไม่อยากให้ค่ายเยาวชนฯ นี้เกิดขึ้น โดยการโทรศัพท์ไปกดดันให้ท่านเจ้าอาวาส วัดโนนสว่าง ไม่ให้คณะผู้จัดฯ ใช้สถานที่ของวัด และยังโทรศัพท์ไปหาชาวบ้านเรื่องไม่อนุญาตให้คณะผู้จัดฯ จัดค่ายในครั้งนี้ หากจะจัดต้องทำหนังสือขออนุญาต อีกทั้งผู้ใหญ่บ้านภูทับฟ้าได้ประกาศเสียงตามสายว่าไม่ให้เยาวชนไปร่วมค่าย

สถานการณ์ เหล่านี้ เป็นเพียงสถานการณ์บางส่วนที่คณะผู้จัดค่ายต้องเผชิญและแก้ปัญหาอย่างต่อ เนื่อง จนกระทั่งสถานการณ์ล่าสุดที่ผู้ใหญ่บ้านภูทับฟ้าและชายผู้อ้างตนว่าเป็นเจ้า หน้าที่เหมืองแร่ทองคำได้เข้ามาพูดคุยในลักษณะของการข่มขู่ น.ส.วันเพ็ญ คุนนา นักเรียนชั้น ม.4 หนึ่งในผู้เข้าร่วมค่าย

เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่คณะผู้จัดค่าย เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องและชอบธรรม การใช้คำพูดข่มขู่ ฉกฉวยโอกาสเอาเปรียบจากการไม่รู้กฎหมายของชาวบ้าน และให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่ ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน

เหตุการณ์ใน ครั้งนี้ คณะผู้จัดค่ายตั้งคำถามกับสังคมไทยว่า หากการจัดค่ายเยาวชน ที่มีเจตนาและวัตถุประสงค์ในการสร้างกระบวนการเรียนรู้ การพัฒนาเยาวชน ให้รักถิ่นฐานบ้านเกิด กลับถูกคุกคาม คัดค้าน โดยผู้มีอำนาจ แล้วสังคมไทยจะหลงเหลือเสรีภาพให้ทำอะไรอย่างอื่นอีกได้บ้าง

สุดท้ายนี้คณะผู้จัดค่ายจึงอยากจะขอแสดงจุดยืนของพวกเราที่มีต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ดังนี้ 

1.หยุดคุกคาม ข่มขู่หรือกระทำการใดๆ ที่เป็นเหตุให้เกิดความหวาดกลัวของเยาวชน ครอบครัว และประชาชนในพื้นที่ 

2.เจ้าหน้าที่รัฐต้องเคารพสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน ที่ถูกรับรองโดยปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันไว้

3.ทางคณะผู้จัดค่ายฯ ขอยืนยันว่า จะจัดกิจกรรมต่อเนื่องต่อไปตามแผนการเรียนรู้ที่ได้ออกแบบไว้กับเยาวชน โดยมีเจตนารมณ์เพื่อพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในพื้นที่ในด้านต่างๆ และที่สำคัญให้พวกเขาเข้าใจรากเหง้า ภูมิปัญหา คุณค่า และรู้รักษาบ้านเกิดของตนเอง 

4.เหตุการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นใน ระหว่างกระบวนการจัดค่ายเยาวชนฯ ครั้งนี้ ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของทางคณะผู้จัดในนามของเครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อ การเปลี่ยนแปลงสังคมเท่านั้น

สุดท้ายนี้ เราเชื่อว่าค่ายเด็กและเยาวชนเป็นกระบวนการเรียนรู้บนฐานชุมชนที่สำคัญ ยิ่งเป็นพื้นที่ปัญหากระบวนการจัดการเรียนรู้เช่นนี้ยิ่งมีความจำเป็น ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ปลุกสำนึกรักบ้านเกิด เพื่อหาหนทางจัดการความขัดแย้งด้วยความรัก ความรู้ และความเข้าใจอย่างสันติร่วมกัน 

พวกเราในนามเครือข่ายคนรุ่นใหม่ เพื่อ การเปลี่ยนแปลงสังคม ขอเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ในสังคมได้ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อย่าง จริงจัง เพื่อไม่ให้การใช้อำนาจ กฎหมาย มาข่มขู่ คุกคาม และปิดกั้นสิทธิเสรีภาพการเรียนรู้ของเด็ก เยาวชน ประชาชนในพื้นที่เกิดขึ้นอย่างนี้อีกต่อไปไม่ว่าที่ไหนก็ตาม

“พื้นที่คนรุ่นใหม่ พื้นที่เสรีภาพ” 
เครือข่ายคนรุ่นใหม่เพื่อการเปลี่ยนแปลงสังคม
14 กันยายน 2558

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์