รัฐสภาญี่ปุ่นลงมติผ่านกฎหมาย-มีผลเพิ่มอำนาจการทหารในต่างแดน

แม้ฝ่ายค้านทั้งสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาจะพยายามต้านอย่างหนัก แต่วุฒิสมาชิกจากพรรคร่วมรัฐบาล 'ชินโซ อาเบะ' และฝ่ายค้าน 3 พรรคได้ลงมติผ่านกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ ซึ่งจะมีผลทำให้กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นอ้างสิทธิ "การป้องกันตนเองร่วมกัน" เพื่อปฏิบัติการทางทหารร่วมกับพันธมิตรในต่างแดนได้

การสวนสนามของกำลังป้องกันตนเอง (JSDF) หรือ จิเอไต ของญี่ปุ่น ภาพถ่ายในปี 2553 (ที่มา: แฟ้มภาพ/JGSDF/Flickr.com)

การสวนสนามของกองกำลังป้องกันตนเอง (JSDF) หรือ จิเอไต ของญี่ปุ่น ภาพถ่ายในปี 2553 (ที่มา: แฟ้มภาพ/JGSDF/Flickr.com)

 

19 ก.ย. 2558 - เมื่อกลางดึกคืนที่ผ่านมา รัฐสภาญี่ปุ่นได้ลงมติผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติหลายฉบับ นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของนโยบายความมั่นคงของประเทศที่เคยรักษาเอาไว้นับ 7 ทศวรรษ หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

ในรายงานของ NHK ระบุว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาวุฒิสมาชิกได้ผ่านกฎหมายซึ่งจะมีผลขยายบทบาทของกองกำลังป้องกันตนเอง ซึ่งจะทำให้กองกำลังป้องกันตนเอง (JSDF) ของประเทศญี่ปุ่น สามารถอ้างสิทธิที่เรียกว่า "การป้องกันตนเองร่วมกัน"

ทั้งนี้พรรคร่วมรัฐบาลของ นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ขณะที่พรรคฝ่ายค้านพรรคเล็ก 3 พรรคได้ลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว และก่อนหน้านี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นได้ลงมติผ่านกฎหมายดังกล่าว

ในรายงานของ BBC ระบุว่าในชั้นวุฒิสภา ฝ่ายสนับสนุนกฎหมายลงมติ 148 เสียง ขณะที่ฝ่ายค้านลงมติ 90 เสียง

ในรายงานของ NHK ระบุว่า สมาชิกรัฐสภาในส่วนของพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายต่อร่างกฎหมายนี้อย่างดุเดือด และกล่าวว่ามีความจำเป็นต้องอภิปรายกันอย่างมาก และสมาชิกรัฐสภาบางคนก็กล่าวว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญปี 1947 และการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวอาจนำประเทศไปสู่การทำสงครามในต่างแดน

ทั้งนี้ฝ่ายค้านได้พยายามใช้แท็กติกเพื่อทำให้การลงมติล่าช้า ทั้งการอภิปรายเพื่อประวิงเวลา โดยใช้เวลาถึง 200 ชั่วโมง และพยายามยื่นลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ และยื่นอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติต่อนายกรัฐมนตรีและผู้ช่วยระดับอาวุโสของเขา และเมื่อถึงเวลาลงมติ วุฒิสมาชิกบางรายก็พยายามเดินให้ช้าเหมือนหอยทาก เมื่อถูกขานชื่อให้ออกไปลงมติ

อย่างไรก็ตามความพยายามของฝ่ายค้านทั้งสองสภาที่จะล้มร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่สำเร็จ

โดยภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ญี่ปุ่นมีเพียงกองกำลังป้องกันตนเอง (自衛隊 หรือ จิเอไต) หรือที่เรียกว่า Japan Self-defense Force หรือ JSDF โดยถูกจำกัดบทบาทตามรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1947 ให้เหลือเพียงแค่ใช้ป้องกันประเทศเท่านั้น แต่กฎหมายฉบับใหม่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายการทหารให้ญี่ปุ่นสามารถนำกองกำลังป้องกันตนเองไปช่วยเหลือป้องกันประเทศที่เป็นพันธมิตรได้ โดยก่อนหน้านี้ มีการผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ขณะที่แม้รัฐบาลและฝ่ายสนับสนุนกฎหมายความมั่นคงจะบอกว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่ทำให้การเกณฑ์ทหารกลับมา แต่ก็ยังมีคนกังวลในเรื่องนี้เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวสนับสนุนให้มีการขยายปฏิบัติการของกองกำลังป้องกันตนเองเพิ่มขึ้นมาก

ปัจจุบันกองกำลังป้องกันตนเองหรือ JSDF มีกำลังประจำการ 2.47 แสนนาย มีกำลังสำรอง 5.6 หมื่นนาย ในปีงบประมาณ 2555 ใช้งบประมาณ 5.93 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (2.08 ล้านล้านบาท) หรือร้อยละ 1 ของ GDP ประเทศ

 

ที่มา: แปลและเรียบเรียงจาก

Japan's Diet enacts security laws, NHK, Sep. 19, 2015 - Updated 00:33 UTC+7 http://www3.nhk.or.jp/nhkworld/english/news/20150919_05.html

Japan Self-Defense Forces, Wikipedia เข้าถึงเมื่อ 19 ก.ย. 2558 https://en.wikipedia.org/wiki/Japan_Self-Defense_Forces

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์