พิทักษ์สันติราษฎร์ด้วยสันติวิธี

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ


ภาพเหตุการณ จนท.ตำรวจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบขณะปะทะกับ นศ.หน้าหอศิลป์ 22 พฤษภาคม 2558 


ภาพเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้าจับุม นศ.กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ (NDM) เมื่อ 26 มิถุนายน 2558


ภาพเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบเข้าจับุม นศ.กลุ่มประชาธิปไตยใหม่ (NDM) เมื่อ 26 มิถุนายน 2558
 

ไม่เพียงมหาบุรุษอย่าง ดร.มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์เท่านั้นที่จะมีความฝัน  (และไม่เพียงจอห์น เลนนอนเท่านั้นที่จะมีจินตนาการ) วัชพืชสามัญชนเช่นข้าพเจ้าก็มีความฝันด้วย. ข้าพเจ้าฝันว่าตำรวจไทยจะเลือกการพิทักษ์สันติราษฎร์ด้วยสันติวิธี  บทความธรรมดาชิ้นนี้จึงหวังว่าพี่น้องชาวไทยจะเข้าใจ และหวังว่าพี่น้องตำรวจไทยจะชื่นชม/ปฏิบัติสันติวิธีอย่างลึกซึ้งปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

ในชั่วชีวิตของข้าพเจ้าคงยังไม่มีโอกาสได้เห็นสยามประเทศผละจากการป้องกันสั่งสมกำลังอาวุธทั้งเรือดำน้ำรถถังและสุดยอดอากาศยานนานา ไปสู่การรักษาความมั่นคง/ป้องกันประเทศด้วยกองกำลังสันติเสนาตามอย่างที่มหาตมะคานธีเสนอเอาไว้

แต่กระนั้น ข้าพเจ้าก็คาดหวังในสองสิ่งจากคณะตำรวจไทย กล่าวคือการใฝ่ในความจริง และ ความรักในเพื่อนมนุษย์  เพราะในสภาพที่ดำรงอยู่ตำรวจมีกำลังอำนาจ และจึงใช้อำนาจนั้นไปตามความรู้ที่ตนมีอยู่ หากความรู้ที่มีนั้นเป็นความรู้ที่ผิด การกระทำต่อประชาชนก็ย่อมผิดไปด้วย หนทางเดียวที่ตำรวจไทยจะพิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างไม่ผิดพลาดก็แต่โดยการค้อมหัวให้แก่สัจจะความจริง ให้ความจริงเป็นเครื่องนำทาง

จะมีความจริงเป็นเครื่องนำทางได้ ตำรวจไทยต้องใฝ่รู้ใฝ่หาความจริง และรำลึกไว้ในใจเสมอว่า สิ่งที่ตนรู้นั้นอาจจะยังไม่จริงก็ได้ ความใฝ่รู้หรือวินัยใฝ่รู้จึงจักต้องเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะต้องปลูกฝังให้เกิดมีตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนตำรวจ

เพราะการใฝ่ในความจริง เพราะความรักในความจริงเช่นนี้เอง ที่จะทำให้การพิทักษ์สันติราษฎร์เป็นไปอย่างอ่อนน้อม ไม่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ต่อประชาชน พร้อมที่จะเรียนรู้ว่าประชาชนที่ตนกำลังพิทักษ์สันติให้อยู่นั้นคิดอ่านอย่างไร มีทุกข์ร้อนอะไร ใส่ใจที่จะเรียนรู้และแสวงหาข้อเท็จจริงจากประชาชนตลอดเวลา

ในแง่นี้นโยบายปลอมปน/แทรกซึมเข้าไปอยู่ในหมู่ประชาชน แล้วคาดหวังว่าตนจะได้ข้อมูลเพื่อแยกปลาแยกน้ำ แยกผู้ที่น่าสงสัยออกจากประชาชนอื่นๆจึงเป็นนโยบายที่กึ่งดิบกึ่งดี โดยเฉพาะในกรณีการดูแลผู้เห็นต่างทางการเมือง กล่าวคือ หากตำรวจไทยคิดเสียแล้วว่าตนรู้ถูกรู้จริงกว่าประชาชน ก็ย่อมสรุปผิดพลาดเอาได้ง่ายๆว่า ไอ้พวกนี้น่าสงสัยนะ ไอ้พวกนี้เลวนะ ความรู้ความคิดเท่าที่ตนมีอยู่ได้บดบังโอกาสในการสืบค้นให้ถึงแก่นความจริง ท่านพุทธทาสได้กล่าวถึงภูเขาแห่งวิถีพุทธธรรมไว้เช่นไร ในกรณีนี้เราก็คงกล่าวได้ในทำนองเดียวกันว่า ความรู้เท่าที่มีๆกันอยู่ ได้กลายเป็นภูเขาขวางกั้นมิให้ตำรวจไทยมีใจรักที่จะสืบค้นหาความจริงอย่างถึงที่สุดฉันนั้น

ผลก็คือ การแทรกซึมปลอมปนของบรรดา"นอกเครื่องแบบ" ที่ปะปนอยู่ในฝูงชนที่ตนมีอคติคิดว่าไอ้พวกนี้น่าสงสัยไอ้พวกนี้เลวนั้น ได้ก่อให้เกิดบรรยากาศของความเกลียดชังต่อกัน ประชาชนย่อมหวาดระแวงพวก"นอกเครื่องแบบ" และผลที่ตามมาก็คือบรรยากาศความหวาดระแวงของประชาชนต่อประชาชนด้วยกันเองด้วย เพราะต่างก็ล้วนแต่งกายนอกเครื่องแบบเหมือนๆกัน. ความเสียหายที่เกิดจากความหวาดระแวงและเกลียดชังกันนี้ใหญ่หลวงเพียงใด เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 คงเป็นประจักษ์พยานได้อย่างดี

ลำพังบรรยากาศหวาดระแวง/เกลียดชังกันก็หนักหนาอยู่แล้ว ความรู้ไม่จริงนี้ยังอาจก่อเกิดเป็นนโยบายแยกปลาแยกน้ำในความหมายอื่นไปจากที่ว่าเป็นการแยกผู้ที่น่าสงสัยออกจากประชาชนทั่วไปด้วย  กล่าวคือเป็นนโยบายที่ตั้งใจทำให้ประชาชนเกรงกลัวที่จะออกมาแสดงความคิดเห็นโดยการอ้างว่าใครสักคนดูน่าสงสัยนะ มาชุมนุมป้วนเปี้ยนๆ ท่าทางก็ผิดจากคนอื่นเขา ต้องเรียกไปสอบสวนเสียหน่อย คืออ้างว่าขอแยกปลาแยกน้ำ แต่ใครจะไปรู้ว่าแอบแฝงเจตนาที่จะสร้างความกลัวเกรง ให้ประชาชนทั้งมวลไม่กล้าออกมาแสดงความคิดเห็นเอาไว้ด้วยหรือไม่ คือความจริงแท้จะเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ถ้าเมริงออกมาก็มีโอกาสไปเยี่ยมโรงพักอย่างไอ้หมอนี่นะเว้ย!

ถามด้วยสำนวนปัจจุบันว่า "เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร?" หากคิดตามอย่างผู้ที่อาจเรียกได้ว่าเป็น"มหาอำมาตย์เอก"แห่งยุคสมัย ศ.ชัยอนันต์ สมุทวณิช ซึ่งเสนอไว้นานแล้วว่ารัฐไทยมีองค์สาม ประกอบกันเป็นไตรลักษณะของรัฐไทย คือ ความมั่นคง การพัฒนา และประชาธิปไตย แม้ทฤษฎีนี้เหมือนจะไม่ได้อธิบายให้เราเข้าใจสังคมไทยมากกว่าเดิมเลย แต่เมื่อเข้าสู่ยุตปัจจุบันที่คสช.ครองเมือง  มัน(ทฤษฎีนี้)อาจช่วยให้เราฉุกคิดได้ว่ารัฐไทยกำลังมองทุกอย่างจากสายตาของความมั่นคง กล่าวคือความมั่นคงคือความมั่นคง ความมั่นคงคือการพัฒนา และ ความมั่นคงคือประชาธิปไตย  เมื่อทุกอย่างถูกมองจากกรอบของความมั่นคงแล้ว ความรู้อื่นๆซึ่งอย่างน้อยก็น่าจะประกอบสร้างเป็นความจริงได้มากขึ้น ก็ย่อมถูกละเลย

ความใฝ่รู้ในสัจจะ ความใฝ่รู้ในความจริง ย่อมทำให้ตำรวจมีท่าทีต่อประชาชนด้วยความเคารพ(มิใช่พินอบพิเทา) (และประชาชนก็พึงปฏิบัติต่อตำรวจผู้ใฝ่หาความจริงด้วยความเคารพด้วยเช่นกัน) เรา ทั้งตำรวจ และ ประชาชน ต่างก็เป็นเพียงผู้กำลังเรียนรู้ให้ถึงความจริงด้วยกันทั้งสิ้น. เพราะระลึกอยู่ในใจเสมอว่าสิ่งที่ตนรู้อยู่นั้นอาจจะผิดก็ได้  เมื่อมันอาจจะผิดก็ได้ จึงมิอาจกระทำหรือใช้ความรุนแรงต่อประชาชนผู้ที่พวกเขามีหน้าที่พิทักษ์อยู่ พวกเขาจำต้องใช้สันติวิธี สันติวิธีเป็นทางเดียวที่จะพิทักษ์สันติให้แก่ราษฎร มันจึงเป็นหมุดหมายแห่งความรักในเพื่อนมนุษย์

สังคมไทยอาจยังคงเห็นว่าการมีหน่วยงานประเภทสืบราชการลับ การมีหน่วยข่าวกรอง เป็นความจำเป็น แต่กระนั้น การแทรกซึมปลอมปนเจ้าหน้าที่รัฐในหมู่ประชาชนก็พึงเกิดขึ้นบนพื้นฐานของความรักในความจริง และด้วยความเคารพว่าตนและประชาชนต่างก็กำลังแหวกว่ายในทะเลแห่งความไม่รู้ไปสู่ฟากฝั่งแห่งความจริงนั้นด้วยกันทั้งสิ้น บนพื้นฐานของการใฝ่ความจริงใฝ่สัจจะเท่านั้น ที่สันติสุขของสังคมสันติสุขของราษฎรไทยจะอาจฝากความหวังไว้กับผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้ พวกท่านก็เช่นเดียวกับพี่น้องทั้งหลาย  คือมาจากทุกถิ่นที่  มาจากหลากวัฒนธรรมพื้นเพเดิม ไม่มีใครเป็นปลาผิดฝูงในน่านน้ำแห่งความไม่รู้นี้ "นอกเครื่องแบบ"ในหมู่ประชาชนต้องเป็น"นอกเครื่องแบบ"ที่มาด้วยความรัก มาเรียนรู้มาทำความรู้จักประชาชนที่พวกเขามีหน้าที่พิทักษ์  มิใช่เป็น"นอกเครื่องแบบ"ที่มีอคติติดมาในใจอยู่ก่อนแล้ว อย่างที่รับรู้กันอยู่ในปัจจุบัน (ทั้งนี้ยังไม่ต้องพูดถึงว่าแล้วประชาชนจะทำอย่างไรถ้ามีผู้สมอ้างเป็นพวก"นอกเครื่องแบบ"แล้วประทุษร้ายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพวกเขา)

การพิทักษ์สันติราษฎร์เริ่มต้นจากการใฝ่รักในการแสวงหาสัจจะความจริง. และดังนั้นจึงนำสู่การปฏิบัติต่อประชาชนด้วยตวามรัก ด้วยอหิงสา ด้วยสันติวิธี  (การพิทักษ์สันติราษฎร์จึงเป็นหนึ่งเดียวกับสัตยาเคราะห์ของคานธี)

ด้วยหนทางเช่นนี้ ตำรวจจึงจะเป็นความหวังในการคืนความสุขให้สังคมไทย จะในเรื่องความขัดแย้งทางการเมือง. ในเรื่องปัญหาชายแดนใต้ หรือในเรื่องใดๆก็ตาม.
 

 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์