รวมเสียงภาครัฐกรณี Single Gateway - หมอลี่ชี้เปิดเสรีแล้วรวมศูนย์ยาก

24 ก.ย. 2558 กรณีรัฐบาลไทยกำลังดำเนินการจัดตั้ง Single Gateway เพื่อใช้เป็นเครื่องมือควบคุมเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและการไหลเข้าของข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต (อ่านข่าวที่นี่)

ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการ กสทช. และกรรมการ กทค. ให้สัมภาษณ์ประชาไทว่า เรื่อง Single gateway นั้น ใน กสทช. ยังไม่เคยมีการหยิบยกขึ้นมาคุยกัน หากมีนโยบายจริง อาจยังอยู่ในขั้นหารือหรือคณะทำงาน เพราะว่า ทางสำนักงานไม่เคยเอ่ยเรื่องนี้ ไม่เคยรายงานว่าได้รับหนังสือหรือได้รับการประสานมา

ประวิทย์ กล่าวว่า เข้าใจว่าตอนนี้เป็นข้อสั่งการ แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นแนวปฏิบัติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จะต้องหยิบยกเรื่องนี้มาคุยกับผู้ให้บริการและ กสทช.ด้วย ในเชิงความเป็นไปได้

"โดยหลัก ผมเข้าใจว่าตอนนี้เราเปิดเสรีอินเทอร์เน็ตเกตเวย์อยู่แล้ว เพราะเราไม่ต้องการการผูกขาด ต้องการให้เกิดการแข่งขัน การแข่งขันจะช่วยเรื่องต้นทุนและ redundance ของระบบ คือถ้าเกตเวย์ไหนมีปัญหา เกตเวย์อื่นยังเป็นช่องเชื่อมต่อได้ ในเชิงเทคโนโลยีมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะพึ่งเน็ตเวิร์กหรือพึ่งเกตเวย์เดียว" ประวิทย์กล่าวและว่า เข้าใจในมิติความมั่นคง ว่าถ้าต้องการก็ต้องทำแบบนั้น ในแบบสุดขั้วแบบจีน

"แต่คำถามคือประเทศที่มีพัฒนาการทางเทคโนโลยีและมีการขยายให้เกิดการแข่งขัน จะกลับมาในลักษณะเป็นซิงเกิลเกตเวย์ด้วยข้อกฎหมายแบบไหน คือผมไม่แน่ใจว่าเอกชนที่ทำเกตเวย์แข่งขันกันอยู่ แล้วเขาจะต้องปรับตัวอย่างไร เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ CAT หรือต้องปิดกิจการอะไรยังไง อันนี้ยังเป็นโจทย์อยู่"

ประวิทย์ตั้งคำถามด้วยว่า ถ้ารัฐบาลคำนึงถึงความมั่นคงจริง จะมีทางเลือกอื่นที่มีผลกระทบน้อยลงมาหรือไม่ เพราะบางทางเลือกมันอาจจะได้ผลที่ต้องการ แต่จะมีผลไม่พึงประสงค์ตามมาพอสมควร  

เขากล่าวว่า ในเชิงเทคโนโลยี ต้องมาหารือกันว่าทำอย่างไรที่จะให้ตลาดเดินอยู่ได้ ความมั่นคงก็ยังพอไปได้ แต่เสรีภาพก็ยังพอไปได้ด้วย ต้องมาหารือในทางปฏิบัติว่าทำได้หรือเปล่า เพราะเอกชนตอนนี้อยู่ภายใต้การประกอบกิจการที่ชอบด้วยกฎหมาย อยู่ๆ จะทำให้เกิดเป็นบริษัทเดียวจะทำได้ลักษณะไหน เอกชนต้องให้ข้อมูลว่าได้หรือไม่ได้ยังไง เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องเกตเวย์ มันรวมถึงท่อที่เขาต่อออกนอกเกตเวย์ด้วย ตอนนี้บางบริษัทก็พยายามลงทุนไฟเบอร์ออฟติกในต่างประเทศเพื่อให้มาเชื่อมต่อ อยู่ๆ บอกว่าเกตเวย์ใช้ไม่ได้ ท่อที่เขาลงทุนก็จะเป็นปัญหาไปด้วย
 

รมว.ไอซีทีเผย Single Gateway ยังไม่เป็นรูปธรรม แต่ยืนยันเดินหน้าแน่

ASTVผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีไอซีที กล่าวถึงกรณีการคัดค้านการจัดตั้ง Single Gateway ว่า Single Gateway เป็นแนวคิดที่ตั้งอยู่บนเหตุผลทางเศรษฐกิจ ไม่ได้ทำเพื่อความมั่นคง แต่ต้องการช่วยลดต้นทุนของผู้ประกอบการอินเทอร์เน็ตที่มีโครงข่ายเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ (เกตเวย์) ของตนเอง สามารถร่วมใช้โครงข่ายเดียวในการให้บริการ ซึ่งทางกระทรวงไอซีทีจะไม่บังคับว่าจะมีผู้ประกอบการรายใดจะมาเข้าร่วมบ้าง ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ โดยหลังจากนี้จะมีการเชิญภาคธุรกิจ และภาคประชาชนเข้ามาหารือพร้อมทำความเข้าใจในเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน
     
ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวอยู่ในขั้นของการพิจารณา แต่ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม และยังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ดังนั้น กระแสการคัดค้านน่าจะเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน รัฐบาลไม่ได้ต้องการนำมาใช้ควบคุมข่าวสารอย่างที่เข้าใจ รัฐบาลยังเคารพสิทธิส่วนบุคคลของประชาชนในการใช้งานอินเทอร์เน็ตอยู่ และที่สำคัญโครงการดังกล่าวไม่ได้ยึดโมเดลต้นแบบของประเทศในระบบคอมมิวนิสต์ที่ใช้กันแต่อย่างใด

ด้านผู้สื่อข่าววอยซ์ทีวี รายงานเพิ่มเติมว่า รมว.ไอซีที ระบุว่า รับฟังเสียงค้าน Single Gateway แต่ยืนยันเดินหน้าโครงการนี้ เชิญทุกภาคส่วนรับฟังก่อนเริ่ม 

ประธาน กทค.แจงกรณีซิงเกิลเกตเวย์ ให้ CAT เป็น 'ฮับ' แข่งเพื่อนบ้าน

สำนักข่าวบีบีซีไทยรายงานคำให้สัมภาษณ์ของ พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และรองประธาน กสทช. ว่า แท้จริงแล้วเป้าหมายของรัฐบาลคือต้องการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจดิจิทัลในภูมิภาค สร้างแรงจูงใจให้เอกชนเข้ามาใช้ช่องทางเชื่อมต่อของไทยแทนที่จะเป็นเพื่อนบ้าน อย่างสิงคโปร์หรือมาเลเซีย อย่างไรก็ดี ยอมรับว่าไทยยังมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านนี้ด้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ เขามองว่า ควรจะเรียก Single Gateway ว่าเป็น “ฮับ” หรือศูนย์กลางดิจิตัล จะเหมาะสมกว่า โดย บริษัท กสท โทรคมนาคม (จำกัด) หรือ CAT จะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ “ฮับ” และเมื่อมีความพร้อมก็จะเชิญผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในไทยที่มีอยู่ราว 9 รายให้หันมาเลือกช่องทางนี้

นอกจากนี้ พ.อ.เศรษฐพงศ์ ไม่ได้ปฏิเสธเป้าหมายเรื่องความมั่นคงของรัฐในโลกไซเบอร์ ที่การสร้างศูนย์กลางช่องทางจราจรดิจิทัลจะทำให้ง่ายต่อการรับมือแล้ว ยังต้องอาศัยกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงไซเบอร์มารองรับการทำงานของรัฐ ป้องกันการโจมตีและอาชญากรรมในโลกไซเบอร์ กับทำให้มีความเป็นสากลสอดคล้องกับหลายประเทศที่มีกฎหมายลักษณะนี้แล้ว เช่น สหรัฐฯ

CAT เตรียมจับมือ TOT ทำ 'ศูนย์กลางดิจิทัล' หวังดึงทราฟฟิกเข้าไทย

วันเดียวกัน สำนักบีบีซีไทยรายงานว่า พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสทฯ ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทกำลังพัฒนาศูนย์กลางดิจิตอล โดยย้ำว่าไม่ใช่เรื่องของ Single Gateway แต่สิ่งที่พัฒนาจะช่วยดึง ‘ทราฟฟิก’ หรือเส้นทางจราจรดิจิทัลเข้ามายังไทย ซึ่งมีสภาพภูมิรัฐศาสตร์ของไทยเป็นข้อได้เปรียบประเทศเพื่อนบ้าน เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อที่เป็นเส้นทางตรงกว่าของทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ และยังมีจุดแข็งจากการที่ไทยเป็นประเทศที่มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมาก โดยเฉพาะเฟซบุ๊กและไลน์ ที่มีผู้ใช้สูงเป็นอันดับสองของโลก หากย้ายศูนย์กลางการจราจรดิจิทัลมาเชื่อมต่อในไทย ก็น่าจะเป็นแรงจูงใจภาคเอกชนได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ดี พ.อ.สรรพชัย ชี้ว่าไทยมีข้อเสียเปรียบคือมีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านนี้น้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมชี้ว่า สิงคโปร์และมาเลเซียมีการสนับสนุนบางส่วนทำให้ต้นทุนถูกกว่าของไทยมาก แต่ของไทย ถ้ามีการปรับนโยบายต่างๆ และรัฐบาลให้การอุดหนุนก็สามารถจะแข่งขันได้

พ.อ.สรรพชัย กล่าวด้วยว่า บริษัท กสทฯ กำลังจัดเตรียมโครงการลงทุนเพื่อเสนอแนวทางให้กระทรวงคมนาคม พิจารณาใน 1 เดือน โดยจะเสนอร่วมกับบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) เพราะทั้งสององค์กรมีปริมาณการจราจรดิจิทัลออกนอกประเทศรวมกันราว 40% ของทั้งหมด หากรัฐให้การสนับสนุนเพิ่มศักยภาพช่องทางการเชื่อมต่อช่องสัญญาณก็น่าจะเป็นแรงจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาใช้ช่องทางของทั้งบริษัท กสทฯ และทีโอที มากกว่าเอกชนรายอื่น ทั้งนี้ หากรัฐบาลเห็นพ้องในแนวทางที่เสนอก็น่าจะเริ่มต้นโครงการได้ตั้งแต่ปีหน้า

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์