ประจินเผย 'ซิงเกิลเกตเวย์' จะมีความชัดเจนปีนี้

รองนายกฯ ขออย่าเพิ่งค้านซิงเกิลเกตเวย์หากยังไม่เข้าใจ ปัดรัฐคุมข้อมูล เผยในปีนี้จะมีความชัดเจน ด้านคนต้านผ่าน change.org พุ่ง 73,000 รายแล้ว

29 ก.ย. 2558 ASTVผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการตั้งทางออกอินเทอร์เน็ตทางออกทางเดียวทั้งประเทศ หรือ Single Gateway ว่าเบื้องต้นขณะนี้กระทรวงไอซีทีได้ตั้งคณะทำงานศึกษากรณีดังกล่าวใน 2 ส่วน คือ การที่ให้กระทรวงไอซีที และให้ทางบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ศึกษาถึงความเป็นไปได้เนื่องจากมีข้อมูลฐานเข้าออกจำนวนมาก และอาจจะเป็นภาระในการลงทุน หากจะทำแบนด์วิดท์ (bandwidth) ให้ใหญ่ขึ้นและมีคนใช้บริการมากขึ้น ซึ่งในส่วนนี้รัฐจะเข้ามาดูแลและทำให้บริการดีขึ้นเพื่อลดค่าใช้จ่าย
      
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวด้วยว่า นิยามของ Single Gateway อาจจะมีความคลาดเคลื่อนจนนำมาสู่ความเข้าใจผิดว่ารัฐจะเข้ามาควบคุมข้อมูล และยืนยันว่ายังไม่มีการพูดคุยถึงขั้นนั้นพร้อมขออย่าเพิ่งคัดค้านการดำเนินการ Single Gateway หากยังไม่เข้าใจก็ขอให้ลองศึกษารับฟังความคิดเห็นและปรับรูปแบบให้มีการสอดคล้อง

พล.อ.อ.ประจินกล่าวว่า คงเป็นไปไม่ได้ที่การใช้ Single Gateway ที่เกิดข้อผิดพลาดและกระทบต่อระบบอินเทอร์เน็ตทั้งประเทศ เพราะ Single Gateway เป็นทางที่จะมีคนมากำกับดูแลเพื่อให้ผู้ใช้บริการทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันโดยคาดว่าในปีนี้จะได้ความชัดเจน

ก่อนหน้านี้ (24 ก.ย.) พ.อ.เศรษฐพงศ์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และรองประธาน กสทช. ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวบีบีซีไทย ระบุว่า ควรจะเรียก Single Gateway ว่าเป็น “ฮับ” มากกว่า โดยจะเป็นการลงทุนในจุดเดียว เพื่อลดต้นทุน ทำให้แข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้ ไม่ใช่การตรวจตราประชาชนในการใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ บริษัท กสท โทรคมนาคม (จำกัด) หรือ CAT จะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่ “ฮับ” นี้ พร้อมระบุว่า น่าจะทำได้ภายในไม่เกินต้นปีหน้า

ขณะที่การรณรงค์ “ต่อต้านการตั้งซิงเกิลเกตเวย์” ผ่านเว็บไซต์ Change.org ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ล่าสุด มีผู้เข้าร่วมแล้ว 73,858 ราย (ข้อมูลเมื่อ 14.50 น. วันที่ 29 ก.ย. 2558)

โดยผู้รณรงค์ระบุว่า การตั้ง Single Gateway จะทำให้ผู้ใช้ถูกรัฐบาลบล็อค แบน สแกน และตรวจสอบทุกการใช้งานในอินเทอร์เน็ตและป้องกันการเข้าถึงเว็บไซต์ที่รัฐบาลไม่ต้องการให้เข้าได้ นอกจากนี้ จะทำให้การติดต่อสื่อสารทางอินเทอร์เนตทั้งหมดขึ้นอยู่กับระบบเดียว และถ้าระบบนั้น "ถูกโจมตีจนล้มเหลว" จะเท่ากับระบบอินเทอร์เนตต้องพินาศทั้งประเทศ ตลอดจนทำให้ความเชื่อมั่นของต่างชาติเกี่ยวกับระบบความมั่นคงและปลอดภัยของการให้บริการอินเทอร์เนตต่ำถึงขีดสุด เพราะหน่วยงานเอกชนสามารถถูกล้วงลูกโดยรัฐบาลได้ตลอดเวลา

สำหรับประเด็นเรื่อง Single Gateway ที่ผ่านมา มีข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีเป็นระยะๆ โดยระบุให้กระทรวงไอซีทีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการจัดตั้ง Single Gateway เพื่อใช้เป็นเครื่องมือควบคุมเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมและการไหลเข้าของข้อมูลข่าวสารจากต่างประเทศผ่านทางระบบอินเทอร์เน็ต ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 30 มิ.ย.2558

      

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์