พรรคประชาธิปัตย์แนะรัฐบาลศึกษา Single Gateway ให้รอบด้าน

3 ต.ค. 2558 เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจรายงานว่านายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร (ไอซีที)กล่าวถึงแนวคิดที่รัฐบาลจะจัดตั้งระบบซิงเกิล เกตเวย์ ว่า รัฐบาลจะต้องดูวัตถุประสงค์ให้เหมาะสมในทุกด้าน หากบอกว่าจะนำระบบดังกล่าวมาใช้เฉพาะเรื่องความมั่นคงของประเทศ ก็ต้องดูว่าประเทศไทยพร้อมและจำเป็นหรือไม่
 
เพราะเรื่องความมั่นคงมีทั้งเรื่องอาชญากรข้ามชาติ การค้ามนุษย์ รวมถึงต้องดูกฎหมายในเรื่องสิทธิเสรีภาพที่ประชาชนจะได้รับด้วย จึงต้องดูความสมดุลทั้ง 2 ทาง อีกทั้งการเข้าถึงข้อมูลต่างๆนั้นจะต้องดูข้อกฎหมายว่าควรต้องมีคำสั่งศาลก่อนหรือไม่ 
 
เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศเยอรมัน เป็นต้นแบบของประชาธิปไตย เขาก็มีการวางระบบตรวจสอบเรื่องความมั่นคงไว้ จึงขอแนะนำให้กระทรวงไอซีทีไปศึกษางานของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ
 
ด้านนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุขในฐานะอดีตที่ปรึกษารมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า เป้าหมายของซิงเกิ้ลเกตเวย์ คือ การสกัด ห้าม และตรวจสอบการใช้งานในอินเตอร์เนตจากรัฐบาล ไม่แน่ใจว่าเป็นมาตรการวัวหายล้อมคอกหรือไม่ หรือเพราะความไร้ประสิทธิภาพของบุคลากรในการเฝ้าประตูทางผ่านของอินเตอร์เน็ต ที่มีอยู่กว่า 10 เกตเวย์
 
นางมัลลิกา กล่าวว่า เช่น กรณีระเบิดราชประสงค์มีคนโพสต์ในอินเตอร์เน็ตก่อนเหตุระเบิดหลายวัน ทั้งคนธรรมดา คนบ้าและตำรวจเองก็โพสต์ แต่ไร้หน่วยงานใดเข้าไปตรวจสอบโดยเฉพาะกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.) และฝ่ายความมั่นคง หรือแม้แต่กระทรวงไอซีที เช่นเดียวกันกับกรณีเว็บหมิ่นฯ ที่ไม่สกัดกั้น แต่อ้างว่าเซิร์ฟเวอร์มาจากต่างประเทศปิดไม่ได้ จึงต้องถามถึงประสิทธิภาพของคน หรือการกำกับนโยบายและบุคลากรราชการ ที่รอเพียงทำงานตามคำสั่ง
 
นางมัลลิกา กล่าวว่า เมื่อเป็นความล้มเหลวของฝ่ายการข่าว และฝ่ายเฝ้าระวังทางความมั่นคง แต่รัฐบาลกลับกำลังหาทางแก้ด้วย ซิงเกิ้ลเกตเวย์ โดยให้ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตใช้ประตูทางผ่านทางเดียว เหมือนถนนมี 10 เลนปิดให้ใช้แค่เหลือเลนเดียว แล้วรถจะวิ่งอย่างไร แถมคนที่เฝ้าประตูอินเตอร์เน็ตครึ่งหนึ่งก็มะเขือเทศ หากใช้ซิงเกิ้ลเกตเวย์ อาจสามารถป้องกันการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการให้เข้าได้ เหมือนประเทศจีน แต่ความเชื่อมั่นของต่างชาติเกี่ยวกับระบบความมั่นคงและปลอดภัยของการให้บริการอินเตอร์เนตก็จะตกต่ำสุด ความเสียหายก็ตามมา 
 
"หากใช้จริง แม้ง่ายต่อการควบคุมของภาครัฐ แต่จะทำลายระบบเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นผู้บริโภคทั้งไทยและต่างประเทศ จะเสียหายทางเศรษฐกิจมากกว่า ดิฉันจึงไม่เห็นด้วย แต่ถ้ารัฐบาลจะเน้นความมั่นคง ทางออกดีที่สุดคือเปลี่ยนวิธีโดยใช้วิธีสกัดกั้นเว็บอันตรายและผิดกฎหมายแทน รวมทั้งปรับเปลี่ยนมาใช้บุคลากรที่ความรู้ ความสามารถและมีประสบการณ์จะดีกว่า"นางมัลลิกา กล่าว

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์