'สุริยะใส' ห่วงไม่มีประชามติรับ รธน. ด้าน 'เพื่อไทย' เตือนสมาชิกอย่าแอบอ้างพรรคร่วม สปท.

'สุริยะใส' ห่วงแก้ รธน. ตัดประเด็นลงประชามติออก อาจจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโรดแมป แนะ คสช. เตรียมตอบคำถามสังคม ด้านพรรคเพื่อไทยเตือนสมาชิกพรรคแหกกฎดอดนั่ง สปท. ระวังอนาคตจะลำบาก
 
 
 
สุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต (ที่มาภาพ: th.wikipedia.org)
 
 
4 ต.ค. 2558 สำนักข่าวไอเอ็นเอ็นรายงานว่านายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผู้อำนวยการสถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ในการหารือเป็นส่วนตัวเมื่อวันที่ 2 ต.ค. นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อาจมีเงื่อนไขที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่กล้าตัดสินใจคนเดียวจึงต้องนำเข้าที่ประชุม คสช. วันที่ 5 ต.ค. นี้ ซึ่งอาจเป็นไปได้จะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนโรดแมป จนอาจต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เป็นครั้งที่ 2 โดยเฉพาะประเด็นการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่วนตัวตนคิดว่า ต้องไม่ถูกตัดออก เพราะความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ได้อยู่ที่เนื้อหาและที่มาอย่างเดียว แต่อยู่ที่ขั้นตอนสุดท้ายด้วยว่าประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจหรือไม่
 
นอกจากนี้ นายสุริยะใส ยังกล่าวว่า หาก นายมีชัย รับตำแหน่งประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) จริง ก็อาจมีคำถามว่า กรธ. จะมีความเป็นอิสระมากน้อยแค่ไหน หรือเป็นเพียงมือกฎหมาย คสช. เท่านั้น เพราะ นายมีชัย ดำรงตำแหน่งกรรมการ คสช. อยู่อีกตำแหน่งหนึ่งด้วย แม้จะไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ คสช. ก็ต้องเตรียมคำอธิบาย เพราะจะถูกคนบางกลุ่มนำไปเป็นประเด็นโจมตีได้เช่นกัน แต่ถ้าคิดอีกด้านหนึ่งก็อาจเป็นเรื่องดีที่ คสช. กับ กรธ. แนบแน่นเป็นเนื้อเดียวกัน และจะไม่ได้มีปัญหาในภายหลัง
 
รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยเตือนสมาชิกพรรคแหกกฎ ดอดนั่งสปท. ระวังอนาคตจะลำบาก
 
ด้าน  Voice TV รายงานว่านายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีมีชื่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช.จะมาเป็นประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ว่า วันนี้ประชาชนจับตาและสนใจในเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญมากกว่าใส่ใจในตัวบุคคลที่จะมาเป็นประธาน หรือตัวกรรมการ เพราะไม่ว่าใครจะมาเป็นผู้ร่าง ก็ต้องร่างตามแนวทางที่มีการวางหมากกันไว้นายมีชัยจะเป็นประธาน กรธ.หรือไม่ ไม่ใช่ประเด็นหลัก และหน้าตาคงไม่ต่างจากพิมพ์เขียวที่มีอยู่ในชุดความคิดหลักของผู้มีอำนาจที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เหมือนเส้นทางของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานกมธ.ยกร่างฯ ที่เดินมาก่อน สิ่งที่ยากของคนที่จะเข้ามาคือต้องพร้อมสละชื่อเสียงต้นทุนของตัวเอง เพราะชะตากรรมของนายบวรศักดิ์ ก็มีให้เห็นอยู่แล้วว่าวันนี้ตกอยู่ในสภาพเช่นไร ดังนั้นสาระสำคัญในร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนอยากเห็นคือเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตย เป็นสากล เป็นที่ยอมรับของประชาชน ไม่มีวาระซ่อนเร้น หมกเม็ด หรือวางกับดักสืบทอดอำนาจ
 
นายอนุสรณ์ ยังกล่าวกรณีที่ คสช.ทาบทามสมาชิกพรรคเพื่อไทยบางส่วน ให้ไปร่วมเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ว่า วันนี้ประชาชนรับรู้ถึงจุดยืนของพรรคเพื่อไทยที่ประกาศจุดยืนชัดเจนตลอดมาว่าจะไม่ส่งสมาชิกพรรคเพื่อไทยไปเป็น สปท.ผ่านทั้งแถลงการณ์ ทั้งคำยืนยันจากแกนนำพรรค ถือว่าเป็นจุดยืนที่แข็งแกร่งมาก แต่หากยังจะมีสมาชิกคนใดจะไปเป็น สปท. นอกเหนือจากการต้องลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ต้องพร้อมรับผิดชอบต่ออนาคตทางการเมืองของตนเอง วันนี้ประชาชนทั้งประเทศมองดูอยู่ อย่าใจเร็วด่วนได้ เดินออกไปจากพรรคในวันนี้ด้วยการไปเป็น สปท.อนาคตน่าจะกลับเข้ามาลำบาก รวมถึงหากมีการประกาศรายชื่อออกมาแล้วมีการอ้างว่ามาจากพรรคเพื่อไทย ก็ขอให้สังคมช่วยให้ความเป็นธรรมกับพรรคเพื่อไทยด้วย เพราะหลายคนที่มีชื่อในข่าวและอ้างว่าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย บางคนไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค และไม่เคยเป็น ส.ส.ของพรรค ดังนั้นไม่ควรมาฉวยโอกาสแอบอ้าง