Skip to main content
sharethis

15 ต.ค. 2558 สืบเนื่องจากกรณีศาลฎีกามีคำพิพากษายืนยกฟ้องจำเลยคดีจ้างวานฆ่า เจริญ วัดอักษร แกนนำคัดค้านการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าบ่อนอก เมื่อวันที่ 13 ต.ค. วันนี้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ออกแถลงการณ์ "ประเทศไทย: ถึงเวลาเรียกร้องความยุติธรรม" เรียกร้องให้ทางการไทยสอบสวนกรณีดังกล่าวใหม่ และให้ทางการใช้มาตรการเพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกคนให้ปลอดภัยจากการถูกทำร้าย และให้การประกันว่าจะมีนำบุคคลผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งให้ความคุ้มครองต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงอันตราย และให้ความคุ้มครองแก่พยานเพื่อคุ้มครองพวกเขาจากอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้น



ประเทศไทย: ถึงเวลาเรียกร้องความยุติธรรม
               
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องให้ทางการไทยสอบสวนใหม่กรณีการสังหารนายเจริญ วัดอักษร นักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม หลังศาลฎีกามีคำพิพากษายืนยกฟ้องจำเลยที่เป็นอดีตเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่น ซึ่งเดิมก่อนหน้านี้ศาลตัดสินว่าเขามีความผิดฐานจ้างวานฆ่านายเจริญ    

นายเจริญ วัดอักษร อายุ 37 ปีเกษตรกรปลูกสัปปะรด ประธานกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเป็นผู้นำการรณรงค์ของชุมชนเพื่อคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าสองแห่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์จนเป็นผลสำเร็จ เขาถูกลอบยิงเสียชีวิตหลังจากเดินลงจากรถทัวร์ที่ตำบลบ่อนอก อำเภอเมืองจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547  หลังเดินทางกลับจากการให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการรัฐสภาที่กรุงเทพฯ โดยก่อนหน้านั้นเขาได้ร้องเรียนกรณีการออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบในที่ดินสาธารณะตำบลบ่อนอก

ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ที่กลับคำตัดสินลงโทษต่ออดีตเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นในตำบลบ่อนอก โดยศาลชั้นต้นเคยมีคำพิพากษาเมื่อปี 2551 ว่าเขาจ้างวานฆ่านายเจริญและตัดสินให้ประหารชีวิตเขา ทั้งยังพิพากษายืนให้ยกฟ้องจำเลยอีกสองคนซึ่งเป็นลูกชายของเขาโดยคนหนึ่งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นในขณะที่อีกคนเป็นทนายความ ทั้งนี้สอดคล้องกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเมื่อปี 2551 ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องจำเลยเนื่องจากขาดพยานหลักฐาน ไม่ใช่เพราะว่ามือปืนสองคนที่เคยให้เบาะแสกับตำรวจว่า เขาเป็นผู้จ้างวานฆ่านายเจริญได้เสียชีวิตระหว่างการไต่สวนของศาลชั้นต้น โดยมือปืนทั้งสองคนเสียชีวิตระหว่างการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่เมื่อเดือนมีนาคมและกรกฎาคม 2549 ตามลำดับ ก่อนจะให้ปากคำต่อศาล
               
ประเทศไทยมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ รวมทั้งการเคารพและคุ้มครองสิทธิที่จะมีชีวิต และต้องใช้มาตรการชดเชยการละเมิดสิทธิดังกล่าวรวมทั้งสิทธิอื่นๆ การที่ทางการไม่สามารถชดเชยให้เกิดความเป็นธรรมต่อนายเจริญและครอบครัวของเขา นับเป็นโศกนาฏกรรมในการต่อสู้อย่างยาวนานเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับเขาและนักปกป้องสิทธิมนุษยชนคนอื่นๆ ในประเทศไทย ทั้งยังสนับสนุนวัฒนธรรมการลอยนวลพ้นผิดที่น่ารังเกียจให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นเหตุให้เกิดการสังหาร ทำร้ายและคุกคามนักปกป้องสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยต่อไป

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลเรียกร้องอีกครั้งให้ทางการใช้มาตรการเพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนทุกคนให้ปลอดภัยจากการถูกทำร้าย และให้การประกันว่าจะมีนำบุคคลผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม รวมทั้งให้ความคุ้มครองต่อนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงอันตราย และให้ความคุ้มครองแก่พยานเพื่อคุ้มครองพวกเขาจากอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้น

สแกน QR Code เพื่อร่วมบริจาคเงินให้กับประชาไท

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไท ได้ทุกช่องทาง Facebook, X/Twitter, Instagram, YouTube, TikTok หรือสั่งซื้อสินค้าประชาไท ได้ที่ https://shop.prachataistore.net