ชาวบ้าน 12 จังหวัด บุกค้านเหมืองทอง ด้านกระทรวงแจงเร่งตั้ง กก. เพื่อแก้ปัญหา

ชาวบ้านกลุ่มค้านเหมือง 12 จังหวัด กว่า 500 คน รวมตัวหน้ากรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ค้านการเปิดสัมปทานเหมืองทอง ด้านรองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เผยเตรียมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และแก้ไขปัญหา

เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2558 ที่สำนักงานกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) กระทรวงอุตสาหกรรม ตัวแทนประชาชนที่คัดค้านนโยบายสำรวจและสัมปทานเหมืองแร่ทองคำใน พื้นที่ 12 จังหวัด ประมาณ 500 คน ได้เข้าร้องทุกข์ต่อกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขอประชุมร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม อันเนื่องมาจากข้อกังวลและความเดือดร้อนของประชาชนรอบเหมืองทอง และผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปิดสัมปทานเหมืองแร่ทองคำรอบใหม่ ภายหลังรัฐมนตรี และผู้บริหารกระทรวงฯ ลงพื้นที่เหมืองทองอัครา ที่จังหวัดพิจิตรในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหาร และตำรวจรักษาความสงบเรียบร้อยตลอดเวลาการพบปะระหว่างชาวบ้าน กับผู้บริหารกระทรวงฯ

อย่างไรก็ตาม อรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม ไม่ได้เข้าพบชาวบ้านในครั้งนี้ แต่สั่งการให้ผู้บริหาร ระดับสูง เช่น อาทิตย์ วุฒิคะโร ปลัดกระทรวงฯ ศักดิ์ดา พันธุ์กล้า รองปลัดกระทรวงฯ และ ชาติ หงส์เทียมจันทร์ อธิบดี กพร. มาพบ ชาวบ้านแทน ซึ่งภายหลังการชุมนุมหน้า กพร.ตั้งแต่เวลา 07.00 น. จนถึงเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประกาศให้ชาวบ้านทุกคนเดินทางเข้าเจรจาในห้องประชุมทองคำ เพื่อไม่ให้ขัดต่อ พระราชบัญญัติ (พรบ.)การชุมนุม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่า การเดินเคลื่อนไหวของชาวบ้านในครั้งนี้ ไม่ได้ขออนุญาตฝ่ายความมั่นคง ดังนั้นจะทำการปักหลักชุมนุมไม่ได้ ซึ่งภายหลังชาวบ้านได้ยอมตกลงเข้าประชุมภายในห้องประชุม กับคณะผู้บริหาร โดยตัวแทนแต่ละพื้นที่แสดงเจตนารมณ์ตรงกันคือ ขอให้กระทรวงฯยกเลิกการขออาชญาบัตร ประทานบัตร ทำเหมืองทองทุกพื้นที่

ณัฐพงษ์ แก้วนวล ชาวบ้านอำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก ได้ให้ข้อมูลว่า การเดินทางมาครั้งนี้ชาวบ้านไม่ได้มาประท้วง การที่ชาวบ้านถือป้ายนั้นเป็นแค่ สารที่ต้องการส่งถึงผู้บริหารกระทรวงฯ เท่านั้น เนื่องจากในระหว่างการลงพื้นที่ของ รมว.อุตสาหกรรม และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ที่ผ่านมา ชาวบ้านเนินมะปรางไม่ได้มีโอกาสพบทั้งๆ ที่ตั้งตารอให้คณะผู้บริหารไปพบปะประชาชน ในอำเภอเนินมะปรางและจังหวัดอื่นๆ โดยรอบ แต่ผลที่เกิดขึ้นคือ คณะผู้บริหารลงพื้นที่เยี่ยมแค่เหมืองทองอัคราฯ และชาวบ้านทับคล้อ จังหวัดพิจิตรเท่านั้น ไม่ได้ไปรับฟังเสียงสะท้อนของชาวบ้านที่คัดค้านการเปิดสัมปทานและการเปิดขออาชญาบัตรสำรวจพื้นที่ทำเหมืองรอบใหม่ ซึ่งภายหลังมีข่าวปรากฏออกในสื่อมวลชนว่า รมว.นัดหมายชาวบ้านทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยมาเจรจา ชาวบ้านจึงได้เดินทางมาจากต่างจังหวัดเพื่อเจรจาตามนัด

ด้าน ศักดิ์ดา รองปลัดกระทรวงฯ กล่าวว่า จากกรณีที่ชาวบ้านเข้าใจคลาดเคลื่อนว่า รมว.อุตสาหกรรมนัดหมายกลุ่มค้านเหมืองและกลุ่มสนับสนุนเหมืองมาเพื่อประชุม ร่วมกันนั้นไม่เป็นความจริง อย่างไรก็ตามขณะนี้ขอให้ชาวบ้านไว้วางใจว่า กระทรวงฯ ยังไม่มีการเปิดเหมืองเพิ่มแต่อย่างใด ที่ผ่านมาบริษัทแค่ขอสำรวจเท่านั้น ยังไม่มีการอนุญาตทำเหมืองต่อ และขอให้ประชาชนวางใจว่า ทุกกระบวนการ กระทรวงฯ จะรับฟังความคิดเห็นเสมอ อีกทั้งขณะนี้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด เพื่อตรวจสอบ ทั้งด้านสุขภาพ และสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ทำเหมืองแล้ว ซึ่งคาดว่าจะมีการดำเนินการจากคณะกรรมการดังกล่าวในเร็วๆนี้

อารมณ์ คำจริง ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากการทำเหมืองแร่ทองคำ ให้ข้อมูลว่า วันนี้ชาวบ้านทั้ง 12 จังหวัดเดินทางมาเพื่อต้องการแสดงการคัดค้าน และต้องการให้มีการยกเลิกหรือเพิกถอนประทานบัตรและอาชญบัตรเหมืองแร่ทองคำ โดยเฉพาะขอให้ยกเลิกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)แร่ พศ.2510 และยกเลิกร่าง พ.ร.บ. แร่ทุกฉบับ รวมทั้งการที่ กพร. เตรียมเสนอร่างนโยบายสำรวจและการทำเหมืองแร่ทองคำต่อคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถือเป็นการเจตนาละเมิดสิทธิ์ต่อประชาชน เนื่องจากในอนาคตหากมีเหมืองแร่ทองคำเกิดขึ้นในพื้นที่ 12 จังหวัด จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่กว่า 1 ล้านไร่ และในขณะนี้ในหลายพื้นที่กำลังมีการแปลงที่ดินให้กลายเป็นเขตป่าอนุรักษ์ เพื่อเอื้อต่อการทำเหมืองที่สามารถขออนุญาติทำเหมืองในเขตป่าอนุรักษ์ได้ อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ซึ่งปัญหานี้ได้มีการร้องเรียนไปที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว

ด้านทิวา แตงอ่อน ตัวแทนชาวบ้านจากจังหวัดจันทบุรี กล่าวว่า รัฐบาลต้องเร่งยุติการผลักดันร่างนโยบายสำรวจและการทำเหมืองแร่ทองคำ เนื่องจากในพื้นที่เป้าหมาย 1.6 ล้านไร่ของเหมืองแร่ที่จะเกิดขึ้น มีประชาชนอาศัยอยู่และจะได้รับผลกระทบหลายแสนคน รัฐบาลจะย้ายชาวบ้านเหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน เงินค่าภาคหลวงที่รัฐจะได้รับคุ้มค่าหรือไม่กับสิ่งที่จะต้องสูญเสียไปจาก การทำเหมือง ทั้งป่าต้นน้ำที่จะถูกทำลาย การปนเปื้อนในดิน น้ำ อากาศ จึงอยากให้รัฐบาลได้ทบทวนว่าจะจัดการผลกระทบอย่างไร เพราะชาวบ้านเดินทางมาเรียกร้องเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว ไม่ต้องการให้การมาเรียกร้องแต่ละครั้งสูญเปล่า รัฐบาลพอจะให้คำตอบที่ชัดเจนได้มั้ยว่าจะยุติหรือเดินหน้าผลักดันให้เกิดเหมืองทอง

สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ข้อมูลว่า ขอยืนยันกับชาวบ้านที่มาในวันนี้ว่าในขณะนี้ไม่มีนโยบายขยายพื้นที่การทำ เหมืองแร่ที่มีอยู่เดิม และยังไม่มีการให้สัมปทานเหมืองแร่รอบใหม่ เพียงแต่อยู่ในขั้นตอนการให้อาชญบัตรเพื่อสำรวจ ซึ่งต้องมีขึ้นตอนอีกมากมายกว่าจะสามารถอนุญาตการทำเหมืองแร่ได้ ส่วนความเดือนร้อนของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหมืองแร่ที่มีอยู่เดิมนั้น ทางกระทรวงรับทราบดี และรัฐมนตรีเพิ่งจะลงพื้นที่ไปติดตามปัญหาเมือสัปดาห์ที่แล้ว โดยได้มีการนำปัญหาของชาวบ้านมาคุยกันในระดับผู้บริหารกระทรวงฯ ว่า หากพิสูจน์ได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นผลกระทบที่เกิดจากการทำเหมืองจริง ก็จะไม่มีการเปิดสัมปทานเหมืองเพิ่ม ดังนั้นเพื่อให้ปัญหาเกิดความชัดเจนภายในสัปดาห์หน้าจะมีการตั้งคณะกรรมการ ร่วมร่วมหารือถึงปัญหานี้

ด้านอาทิตย์ วุฒิคะโร ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตนเองเป็นลูกชาวนามาก่อน จึงเข้าใจความรู้สึกของชาวบ้านเป็นอย่างดี ขอยืนยันว่าหัวใจเป็นชาวบ้าน แต่อยากให้ทุกคนใจเย็นเพราะขั้นตอนขณะนี้กระทรวงกำลังเร่งจัดตั้งคณะกรรมการ เพื่อแก้ปัญหาเหมืองแร่ทองคำอัครา ซึ่งจะมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมและปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานร่วม โดยมีตัวแทนผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการ และตัวแทนชาวบ้าน เข้ามาร่วมกันแก้ไขปัญหา โดยจะมีการนำข้อมูล ข้อเท็จจริงที่สรุปนำเสนอต่อรัฐบาลในการตัดสินใจต่อนโยบายเหมืองแร่ทองคำต่อไป

ทั้งนี้มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่าระหว่างวันที่17 –18ตุลาคม นี้ คณะนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยรังสิต สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรมสอบสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) จะลงพื้นที่เพื่อเจาะเลือดและเก็บปัสสาวะชาวบ้านรอบเหมืองทองคำ ที่เคยพบว่ามีความผิดปกติ และมีสารโลหะหนักในร่างกายเกินค่ามาตรฐาน 400 กว่าราย รวมทั้งประชาชนที่อยู่ในสภาวะเสี่ยง และเด็กที่มี DNA ผิดปกติ รวมถึงเด็กที่ต้องการตรวจใหม่ ณ ศาลาการเปรียญ วัดดงหลง ตำบลท้ายดง อำเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์