ชัยชนะต่อโครงการเหมืองแร่ต่างชาติของชุมชนในนิคารากัว

หลังจากที่ชาวบ้านในเขตเทศบาลแรนโชแกรนเดของนิคารากัวร่วมมือกับกลุ่มศาสนาในชุมชนต่อต้านการทำเหมือนแร่จากบริษัทต่างชาติ จนทำให้รัฐบาลนิคารากัวก็ยอมยกเลิกไม่ให้มีโครงการดังกล่าว หลังจากมีการสำรวจผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

การชุมนุมในเดือนมีนาคมปี 2556 ของชุมชนแรนโชแกรนเด เพื่อปกป้องผืนป่าจากโครงการเหมืองแร่ (ที่มาของภาพ: Frank Garcia, Nicaragua Dispatch/earthfirstjournal)

15 ต.ค. 2558 หลังจากการต่อสู้มาเป็นเวลานานหลายปี ในที่สุดชุมชนทางเหนือของนิคารากัวก็สามารถเอาชนะแผนการก่อสร้างเหมืองแร่ของบริษัทสัญชาติแคนาดาได้ เมื่อรัฐบาลนิคารากัวสั่งยกเลิกโครงการดังกล่าว

ซานดรา คัฟฟ์ นักข่าวอิสระประจำพื้นที่อเมริกากลางรายงานว่าผู้อยู่อาศัยในเขตเทศบาลแรนโชแกรนเดของภูมิภาคมาตากัลปา ต่อสู้เพื่อปกป้องผืนดินบ้านเกิดและผืนน้ำของพวกเขาจากโครงการก่อสร้างเหมืองแร่ของบริษัท B2Gold ที่ชื่อโครงการเหมือง 'เอลปาวอน' โดยผู้คนท้องถิ่นใช้วิธีการเดินขบวนประท้วง การบอยคอตต์ และปฏิบัติการอื่นๆ ในการแสดงออกว่าพวกเขาต่อต้านการทำเหมืองแร่ในครั้งนี้

จนกระทั่งในที่สุดเมื่อวันที่ 12 ต.ค. รัฐบาลนิคารากัวก็ประกาศไม่ให้มีการเดินหน้าโครงการเหมืองแร่นี้ต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ด้านสิ่งแวดล้อมของนิคารากัวกล่าวว่าโครงการนี้ไม่สามารถดำเนินต่อจนสำเร็จลุล่วงได้เนื่องจากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมระบุว่าโครงการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรอบข้าง รวมถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนโดยรอบและทรัพยากรน้ำ

โรลันโด อัลวาเรซ บาทหลวงในมาตากัลปาผู้สนับสนุนการต่อสู้ของชุมชนในแรนโชแกรนเดแสดงความยินดีต่อการยกเลิกโครงการเหมืองแร่ในครั้งนี้ โดยชื่นชมรัฐบาลว่าได้เคารพต่อเสียงของประชาชน

ก่อนหน้านี้อัลวาเรซและผู้นำศาสนาอื่นๆ ออกมาเดินขบวนร่วมกับผู้อาศัยในพื้นที่หลายพันคนในวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมาเพื่อต่อต้านโครงการมืองแร่ของบริษัทต่างชาติ และก่อนหน้านี้เคยมีการเรียกร้องให้สำรวจทำประชามติผู้อาศัยในแรนโชแกรนเดว่าจะยินยอมให้ทำเหมืองแร่หรือไม่ โดยผลการสำรวจออกมาว่าผู้อาศัยราว 30,000 คน จำนวนร้อยละ 90 ต่อต้านโครงการเหมืองแร่

แรนโชแกรนเดเป็นชุมชนที่มีรายได้ทางเศรษฐกิจหลักๆ มาจากผลผลิตทางการเกษตรซึ่งเป็นผู้ส่งออกผลผลิตทั้งกับส่วนอื่นๆ ของประเทศนิคารากัวและส่งออกนอกประเทศ คาร์ลอส ซิเลส ผู้นำชุมชนแรนโชแกรนเดและผู้ประสานงานขบวนการพิทักษ์สิ่งแวดล้อมยาโอสกาการ์เดียนกล่าวว่า แรนโชแกรนเดเป้นพื้นที่ภูเขาและมีแหล่งน้ำมากกว่า 300 แหล่ง และจัดอยู่ในพื้นที่กันชนของเขตสงวนชีวมณฑลบอสซาวาส (Bosawás Biosphere Reserve) ซึ่งเป็นเขตป่าดิบชื้นที่ราบสูง โดยองค์การยูเนสโกจัดให้เป็นเขตสงวนขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากป่าอเมซอนในบราซิลและถือว่าเป็นพื้นที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก

ก่อนหน้านี้ในปี 2550 รัฐบาลนิคารากัวเคยให้อนุญาตสัมปทานเหมืองแร่ในแรนโชแกรนเดมาก่อน ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่าบริษัท B2Gold เริ่มนำคนงานของพวกเขาหลายสิบคนเข้ามาในพื้นที่เมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเพื่อเป็นการพยายามโน้มน้าวให้ชาวบ้านในพื้นที่สนับสนุนโครงการเหมืองแร่เพิ่มชึ้น

 

เรียบเรียงจาก

Community resistance defeats Canadian mining project in Nicaragua, SANDRA CUFFE, Beacon Reader, 13-10-2015 https://www.beaconreader.com/sandra-cuffe/community-resistance-defeats-canadian-mining-project-in-nicaragua

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก

https://en.wikipedia.org/wiki/Bosaw%C3%A1s_Biosphere_Reserve

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์