เปิดรายงานธนาคารเครดิตสวิส 2558 คนรวย 1% มั่งคั่งกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งโลก

 

เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2558 ธนาคารเครดิตสวิสเปิดเผยรายงานความมั่งคั่งโลกประจำปี 2558 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำอย่างมากระหว่างกลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุดและกลุ่มคนที่ยากจนที่สุดของโลก โดยระบุว่าในขณะที่กลุ่มคนที่ร่ำรวยที่สุดร้อยละ 10 ของโลกมีมูลค่าของทรัพย์สินรวมกันร้อยละ 87.7 ของโลก ขณะที่กลุ่มประชากรครึ่งหนึ่งของโลกมีมูลค่าทรัพย์สินไม่ถึงร้อยละ 1

รายงานของเครดิตสวิสระบุอีกว่าคนร่ำรวยระดับสูงสุดร้อยละ 1 ในปัจจุบันมีมูลค่าความมั่งคั่งในครัวเรือนรวมกันครึ่งหนึ่งของโลก เผยให้เห็นช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างชั้นกันในระดับก้าวกระโดดอย่างมาก โดยในรายงานมีการยกตัวอย่างว่าเมื่อหักเรื่องหนี้สินออกไปแล้วคนหนึ่งคนจะต้องการเงิน 3,210 ดอลลาห์สหรัฐฯ (ราว 100,000 บาท) เพื่อขยับขึ้นไปเป็นคนร่ำรวยจำนวนครึ่งหนึ่งของโลก แต่ต้องใช้ 68,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 2,400,000 บาท) ถึงจะขยับขึ้นไปเป็นระดับคนรวยร้อยละ 10 ของโลก และต้องใช้มากถึง 759,900 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 26,700,000 บาท) ถึงจะขยับขึ้นไปเป็นคนรวยระดับร้อยละ 1 ของโลกได้

รายงานของเครดิตสวิสทำการสำรวจความมั่งคั่งจากมากกว่า 200 ประเทศ พบว่ามีประชากรวัยผู้ใหญ่ทั้งหมด 664 ล้านคนจัดเป็นประชากรในระดับชนชั้นกลางคิดเป็นร้อยละ 14 ของประชากรทั้งหมด นอกจากนี้ในการสำรวจของปีนี้พบว่าเป็นครั้งแรกที่สาธารณรัฐประชาชนจีนมีจำนวนชนชั้นกลาง 109 ล้านคน มากกว่าประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีอยู่ 92 ล้านคน

ทั้งนี้รายงานยังระบุอีกว่าในช่วงกลางปี 2557-2558 มีช่องว่างความเหลื่อมล้ำด้านความมั่งคั่งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งประธานกรรมการบริหารของเครดิตสวิส ทิดเจน เธียม กล่าวว่าพวกเราไม่ควรมองข้ามความสำคัญของกลุ่มชนชั้นกลางและกลุ่มฐานล่างของปิรามิดเศรษฐกิจซึ่งเป็นผู้ทำให้เกิดความมั่งคั่ง 39 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นส่วนสำคัญของอุปสงค์สินค้าและบริการทางการเงิน

มาร์ก โกลด์ริง ผู้อำนวยการบริหารจากองค์กรอ็อกแฟมซึ่งเป็นองค์กรรณรงค์ขจัดความยากจนกล่าวถึงรายงานฉบับนี้ว่าถือเป็นหลักฐานชิ้นล่าสุดที่แสดงให้เห็นถึงความไม่เสมอภาคในระดับร้ายแรงจนไม่อาจควบคุมได้ อีกทั้งยังเรียกร้องให้ผู้นำโลกรีบแก้ปัญหาความไม่เสมอภาคนี้โดยเร็ว

"พวกเรามีความสุขกับการอยู่ในโลกที่คนบนสุดร้อยละ 1 เป็นเจ้าของความมั่งคั่งครึ่งหนึ่งในขณะที่คนจนที่สุดครึ่งหนึ่งเป็นเจ้าของแค่เพียงร้อยละ 1 ได้จริงๆ หรือ" โกลด์ริงกล่าว

 

ประธานกรรมการบริหารของเครดิตสวิสกล่าวอีกว่าความมั่งคั่งจำนวนมากยังคงกระจุกตัวอยู่ในยุโรปและสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามมีการเติมโตมากขึ้นจากตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะในจีนที่เพิ่มมากขึ้น 5 เท่าเทียบกับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2000 

ในรายงานยังเปิดเผยอีกว่าประเทศที่มีอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยตั้งแต่ปี 2543-2558 สูงสุดได้แก่จีน รองลงมาคือนอร์เวย์ นอกจากนี้ยังมีประเทศที่ติด 10 อันดับแรกได้แก่ มาเลเซีย, เปรู, โคลอมเบีย, ไต้หวัน, รัสเซีย, แอฟริกาใต้, สวีเดน และนิวซีแลนด์ และนับจากปีที่แล้วถึงมีนี้อัตราความมั่งคั่งของโลกลดลงร้อยละ 4.7 เมื่อตัดปัจจัยด้านอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราออกแล้ว

อย่างไรก็ตามรายงานประมาณการว่าความมั่งคั่งของโลกจะเติบโตสูงขึ้นในอัตราร้อยละ 6.5 และเพิ่มขึ้นจาก 250 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีนี้ เป็น 345 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในอีก 5 ปีข้างหน้า มีการตั้งสมมุติฐานว่าสิ่งที่เป็นปัจจัยหลักในเรื่องการเติบโตคือกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่โดยเฉพาะประเทศจีนและอินเดียซึ่งมีการประเมินว่าอาจจะมีอัตราการเติบโตด้านความมั่งคั่งร้อยละ 9 ต่อปี

 

เรียบเรียงจาก

Richest one per cent owns more than half the world's wealth, The Independent, 14-10-2015

รายงาน Global Wealth Report 2015 ธนาคารเครดิตสวิส

 

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์