สตง.ชี้ กรรมการ สสส. เอามูลนิธิตัวเองรับทุน ส่อผลประโยชน์ทับซ้อน

ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินระบุ กรรมการ สสส.เอามูลนิธิตัวเองมารับทุน ส่อผลประโยชน์ทับซ้อน แนะกรรมการกองทุนต้องไม่มีความเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาดกับหน่วยงานที่ขอรับทุนจัดทำโครงการ-ดึงเงินคืนคลัง
 
24 ต.ค. 2558 ASTV ผู้จัดการออนไลน์รายงานว่านายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวว่า ที่ผ่านมา สตง.ตรวจสอบการใช้งบของ สสส.มาตลอด และให้ผลเหมือนกันว่าใช้เงินไม่เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องสุขภาพ ซึ่งได้แจ้งล่วงหน้าไปแล้ว เมื่อปี 2556 โดยส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีแล้วว่าจะต้องมีการปรับแก้กฎหมาย คือผู้ที่จะเป็นกรรมการกองทุนได้ต้องไม่มีความเกี่ยวข้องโดยเด็ดขาดกับหน่วยงานที่ขอรับทุนจัดทำโครงการ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งนำมาสู่กระบวนการพิจารณาที่ไม่เป็นธรรม เพราะคนพิจารณามีส่วนได้เสีย มีการจูงใช้ให้การใช้จ่ายเงินไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ แทนที่จะเป็นคนพิจารณาตรวจสอบ กลับกลายเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น เอามูลนิธิของตัวเองเข้ามารับงบไปทำโครงการต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เหมาะสม ดังนั้นต้องมีการปรับแก้ 
       
“บรรดามูลนิธิต่าง ๆ ให้เกียรติกันได้ แต่หลักการควบคุมต้องไม่เป็นอย่างนั้น จะใช้ระบบเชื่อถือกันและมายกเว้นในหลักการเรื่องความโปร่งใส และประโยชน์ทับซ้อนไม่ได้ ซึ่งเท่าที่เก็บสถิติพบว่ามีลักษณะอย่างนี้เยอะเหมือนกันที่กรรมการบริหารเอามูลนิธิของตัวเองมาทำโครงการ อาจจะเป็นเพราะมีความเชี่ยวชาญด้านนี้ และเชื่อว่ามูลนิธิของตัวเองสามารถทำประโยชน์ได้ แต่ในหลักการจริงๆ ระบบควบคุมจะไม่ดี และตามที่ตรวจสอบยังพบว่ามีเงินค้างท่อเยอะมาก เพราะฉะนั้นเป็นไปได้หรือไม่ที่จะเอาเงินทั้งหมดมาเข้าคลัง แล้ว สสส. พิจารณาโครงการแล้วขอเงินแทนโครงการต่างๆ โดยผ่านสภาก่อน และรับไปเท่าที่ศักยภาพมี ไม่ใช่ขอไปเยอะจนเกิดการติดลบ มีการทำงบประมาณเกินดุลอยู่เรื่อย” นายพิศิษฐ์ กล่าวยังกล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการริบทรัพย์ หรือจ้องเอาเงินของใคร แต่เป็นการนำเข้ากระบวนการที่เหมาะสมมากกว่า เพราะโครงการของ สสส.เยอะมากต้องประเมินผลลัพธ์ให้ดีว่าเกิดประโยชน์กับประชาชนมากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่อ้อมมาก
       
ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่อง สสส.ให้งบฯ สถาบันอิศรา ซึ่งมีการชี้แจงเกี่ยวข้องกับสุขภาพ นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สังคมต้องคิดเองได้เลย ไม่จำเป็นต้องให้หน่วยงานตรวจสอบเป็นผู้วิจารณ์ ประชาชนลองพิจารณาดู การอ้างเรื่องสุขภาพนั้นสามารถอ้างได้เสมอ แต่ต้องดูว่าสมเหตุผลหรือไม่ แม้กระทั่งเรื่องสวดมนต์ข้ามปีดูเหมือนเป็นประโยชน์ที่มี 1 วันที่ไม่เมา แต่ไปสวดมนต์แทนการดื่มเหล้าแล้วจนเกิดอุบัติเหตุ แต่มีใช้งบฯ ตั้ง 33 ล้าน แล้วถามว่าปัญหาขับรถ แล้วชนกันลดลงหรือไม่ ส่วนกรณีที่มีการท้วงติงว่าถ้าเข้าสู่ระบบการบริหารงบของภาครัฐแล้วยุ่งยากนั้น เป็นเรื่องที่คิดกันไปเอง เนื่องจากเคยได้รับอะไรมาง่ายๆ จึงต้องการแต่แบบนั้น
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์