ทีมทนายจำเลยเกาะเต่าปล่อยคำแถลงการณ์ปิดคดี ชี้ 5 เหตุที่ควรยกฟ้อง

ระบุดำเนินคดีไม่ชอบด้วย กม. ไม่มีทนายขณะสอบ คำสารภาพถูกทำขึ้นโดยไม่สมัครใจ ไม่ปรากฏดีเอ็นเอจำเลยที่จอบ

26 ต.ค.2558 ทีมทนายความ ซอ ลิน และไว เพียว (วิน ซอ ตุน) จำเลยในคดีฆาตกรรมฮันน่าห์ วิเตอร์ริดจ์ และเดวิด มิลเลอร์ ที่เกาะเต่ายื่นคำแถลงการณ์ปิดคดี เพื่อเสนอข้อคิดเห็นต่อศาลจังหวัดเกาะสมุยในการวินิจฉัยคดี

พร้อมเผยแพร่แถลงการณ์โดยระบุว่าการดำเนินคดีกับจำเลยก่อนฟ้องคดี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะกระบวนการสอบสวนหลังการจับกุมและแจ้งข้อหาไม่ถูกต้อง  มีการสอบสวนในฐานะพยาน แต่กลับมีคำรับสารภาพคดีฆ่าและข่มขืนกระทำชำเราในคำให้การนั้น โดยไม่มีทนายความหรือบุคคลที่จำเลยไว้ใจร่วมอยู่ในการสอบสวนด้วย คำรับสารภาพที่โจทก์อ้างต่อศาล ถูกทำขึ้นโดยไม่สมัครใจ เพราะเหตุที่จำเลยถูกทรมานและข่มขู่จนทำให้เกรงกลัวต่อชีวิตและความปลอดภัย จำเลยไม่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่ใช้ก่อเหตุฆาตกรรม (จอบ) เพราะไม่ปรากฏดีเอ็นเอที่จอบ พร้อมระบุด้วยว่าหลักฐานดีเอ็นเอที่อ้างว่า เชื่อมโยงจำเลย  พยานวัตถุหรือหลักฐานแวดล้อมทั้งหมดที่สามารถจะยืนยันความผิดจำเลย  ขาดความน่าเชื่อถือและไม่อาจรับฟังได้  เพราะกระบวนการจัดเก็บ การทดสอบ หรือการวิเคราะห์ตามหลักสากลที่ได้รับการยอมรับ

รวมทั้งระบุด้วยว่าสำนวนของโจทก์ขาดหลักฐานชิ้นสำคัญที่จำเป็นในการพิสูจน์ความผิดของจำเลย ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ  รายงานการชันสูตรพลิกศพ  และขั้นตอนกระบวนการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ  เอกสารเกี่ยวกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในความควบคุม  และบันทึกห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการวิเคราะห์ดีเอ็นเออย่างละเอียด 

รายละเอียด : แถลงการณ์ทีมทนายความจำเลยในคดีฆาตกรรมที่เกาะเต่ายื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีเพื่อเสนอข้อคิดเห็นต่อศาลจังหวัดเกาะสมุยในการวินิจฉัยคดี

ทีมทนายความอาสาช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายของสภาทนายความ  ซึ่งทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์โดยไม่รับค่าตอบแทน ได้ให้ความช่วยเหลือแก่จำเลยที่เป็นแรงงานต่างด้าวชาวพม่าสองคน  ในการทำหน้าที่ทนายความแก้ต่างให้ในคดีที่ถูกฟ้องว่า ข่มขืนและฆ่านักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษและฆ่านักท่องเที่ยวชายชาวอังกฤษ ที่เกาะเต่า ประเทศไทย เมื่อเดือนกันยายน 2557 ได้ยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดี จำนวน 56 หน้า เพื่อแสดงข้อคิดเห็นต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย ในการวินิจฉัยคดี วันนี้  คำแถลงการณ์ปิดคดีถือเป็นการทำงานครั้งสุดท้ายของทีมทนายความจำเลยก่อนศาลมีคำพิพากษา  หลังจากที่ทีมทนายความไทยจำนวน 7 คน ได้ร่วมกันต่อสู้คดีกันมาตลอดระยะเวลาหนึ่งปี  โดยได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนด้านต่างๆ จากชาวพม่า ออสเตรเลียและอังกฤษ ทั้งในฐานะผู้ช่วยและที่ปรึกษา เพื่อให้แน่ใจว่า  จำเลยทั้งสองจะได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมและสามารถต่อสู้คดีได้อย่างที่ควรจะเป็น  ซึ่งคำให้การของพยานบุคคลในคดี  สื่อต่างๆ ได้นำเสนอต่อสาธารณชนอย่างกว้างขวาง  โดยการสืบพยานสิ้นสุดเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2558  รวมพยานบุคคลจำนวน 34 ปาก  ใช้เวลารวม 21 วัน  พร้อมทั้งมีการนำเสนอพยานเอกสารจำนวนหลายพันฉบับ  โดยศาลจังหวัดเกาะสมุยนัดคู่ความมาฟังคำพิพากษา ในวันที่ 24 ธันวาคม 2558

ฮันน่าห์ วิเตอร์ริดจ์ (23) และเดวิด มิลเลอร์ (24) ถูกฆาตกรรม เมื่อเช้าวันที่ 15 กันยายน 2557  ที่เกาะเต่า  ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในอ่าวไทย  การสืบสวนเหตุฆาตกรรมเพื่อหาฆาตรกรของพนักงานสอบสวนไทย  ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทั้งในและต่างประเทศ  ในประเด็นเรื่องการเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์  และข้อกล่าวหาในเรื่องการทรมานจำเลยทั้งสองคนระหว่างการสืบสวน  ความท้าทายต่อหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยที่กำลังเผชิญอยู่นี้  ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับความปลอดภัยในการท่องเที่ยวในประเทศไทยเช่นเดียวกัน

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2557 ซอ ลิน และไว เพียว (วิน ซอ ตุน) แรงงานต่างด้าว อายุ 22 ปี จากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์  ได้ถูกจับกุมในข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย  หลังจากนั้น จึงมีการแจ้งข้อหาแก่จำเลยทั้งสองเพิ่มเติมในเรื่องการข่มขืน ฆาตกรรมและลักทรัพย์ ฮันน่าห์ วิเตอร์ริดจ์ และเดวิด มิลเลอร์ ซึ่งในช่วงแรกจำเลยทั้งสองคนให้การรับสารภาพในระหว่างการจับกุมและสอบสวน  โดยมีการทำแผนประกอบคำรับสารภาพการฆ่าและข่มขืนกระทำชำเราในสถานที่เกิดเหตุต่อหน้าสาธารณชน  และมีการแสดงในสถานที่ทำการสอบสวน

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2557  พนักงานอัยการขอศาลสืบพยานล่วงหน้าก่อนฟ้องคดี  จำเลยทั้งสองเห็นว่าอยู่ในศาลได้  จึงแจ้งแก่ทนายความที่มาจากสภาทนายความว่าไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา  ภายหลังทนายความได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากจำเลยทั้งสองว่า เหตุที่รับสารภาพเพราะถูกทรมานและทำร้ายร่างกายในระหว่างถูกควบคุมตัวก่อนที่จะถูกนำตัวไปให้พนักงานสอบสวนซักถาม  เพื่อให้มีการบันทึกคำรับสารภาพโดยไม่สมัครใจ  เครือข่ายสิทธิแรงงานข้ามชาติ (Migrant Worker Rights Network - MWRN) และกลุ่มรณรงค์เพื่อปกป้องสิทธิ  จึงได้ร้องเรียนต่อสภาทนายความให้ช่วยจัดหาทนายความช่วยเหลือจำเลยทั้งสอง  เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า พวกเขาจะสามารถต่อสู้คดีตามข้อกล่าวหาได้อย่างเต็มที่และได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม  และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความอยุติธรรมในคดีที่มีความร้ายแรง  ซึ่งมีการถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างกว้างขวาง

ในการฟ้องคดีนี้ใช้เวลานานถึงสองเดือน  นับแต่ที่มีการจับกุมจำเลยทั้งสอง  อันเป็นผลมาจากการที่สื่อมวลชนและนักการทูตให้ความสนใจคดีนี้เป็นอย่างมาก  นอกเหนือไปจากการเรียกร้องขอความเป็นธรรมของจำเลยกับครอบและสาธารณชน  จนมีการสอบสวนจำเลยทั้งสองเพิ่มเติม  โดยต่างยืนยันว่า พวกเขาเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่เต็มใจในการรับสารภาพ  อย่างไรก็ตาม  พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องอาญาทั้งซอ ลิน และ ไว เพียว  หลายข้อหาต่อศาลจังหวัดเกาะสมุย  เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2557  หลังจากการนัดตรวจพยานหลักฐานหลายครั้ง  ผู้พิพากษาเห็นชอบที่จะให้เวลาที่เพียงพอแก่จำเลยเพื่อเตรียมการต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่  จึงกำหนดให้มีการพิจารณาคดีเป็นเวลา 21 วัน  โดยเริ่มสืบพยานโจทก์ก่อนนัดแรก ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2558

คำแถลงการณ์ปิดคดีที่มีการยื่นต่อศาลจังหวัดเกาะสมุยในวันนี้ ได้นำเสนอรายละเอียดและข้อสรุปประเด็นสำคัญในการต่อสู้คดีของฝ่ายจำเลย  จากการสืบพยานจำเลย 13 ปาก ในศาล  เพื่อแสดงให้เห็นว่า มีเหตุที่ควรเชื่อถือพยานจำเลยมากน้อยเพียงใด รวมทั้งนำเสนอการสืบพยานของฝ่ายโจทก์ด้วย เช่นกัน เพื่อเปรียบเทียบความน่าเชื่อถือของพยานโจทก์ให้ศาลพิจารณา ดังนี้

(1) การดำเนินคดีกับจำเลยก่อนฟ้องคดี ไม่ชอบด้วยกฎหมาย  เพราะกระบวนการสอบสวนหลังการจับกุมและแจ้งข้อหาไม่ถูกต้อง  มีการสอบสวนในฐานะพยาน  แต่กลับมีคำรับสารภาพคดีฆ่าและข่มขืนกระทำชำเราในคำให้การนั้น  โดยไม่มีทนายความหรือบุคคลที่จำเลยไว้ใจร่วมอยู่ในการสอบสวนด้วย  ไม่มีการแจ้งสิทธิของผู้ต้องสงสัยในคดีอาญาหรือการอธิบายลักษณะของข้อหาอันเป็นเหตุจับกุมให้พวกเขาฟัง  ไม่มีการจัดล่ามแปลภาษาและตัวแทนผู้ต้องหาเพื่อปกป้องสิทธิทางกฎหมายให้อย่างถูกต้องและเหมาะสม  และระบุถึงการนำตัวอย่างดีเอ็นเอไปโดยไม่สมัครใจ  แล้วจึงเสนอว่า พยานหลักฐานในชั้นนี้  ศาลไม่ควรรับฟัง

(2) คำรับสารภาพที่โจทก์อ้างต่อศาล ถูกทำขึ้นโดยไม่สมัครใจ  เพราะเหตุที่จำเลยถูกทรมานและข่มขู่จนทำให้เกรงกลัวต่อชีวิตและความปลอดภัย  ซึ่งมักมีแรงงานต่างด้าวบนเกาะเต่ารายงานว่า ถูกกระทำทารุณอยู่เสมอ  คำสารภาพที่เป็นลายลักษณ์อักษร  แม้มีการลงชื่อไว้  ก็ไม่อาจรับฟังได้ รวมทั้งเอกสารอื่นๆ ที่ถูกบังคับให้ลงชื่อ  โดยไม่ทราบถึงผลที่เกิดขึ้น  คำสารภาพหรือการจำลองเหตุการณ์ที่ได้มีการบันทึกวิดีโอส่งศาลในคดีนี้  จึงมีขึ้นโดยจำเลยไม่สมัครใจ  กระทำไปเพราะถูกข่มขู่ว่าจะมีการใช้ความรุนแรง  แล้วจึงเสนอว่า พยานหลักฐานเหล่านี้  ศาลไม่ควรรับฟังและเป็นหลักฐานที่ไม่อาจรับฟังได้

(3) จำเลยไม่เกี่ยวข้องกับอาวุธที่ใช้ก่อเหตุฆาตกรรม (จอบ) เพราะไม่ปรากฏดีเอ็นเอที่จอบ  แต่ปรากฏข้อมูลดีเอ็นเอของบุคคลอื่นแทน

(4) หลักฐานดีเอ็นเอที่อ้างว่า เชื่อมโยงจำเลย  พยานวัตถุหรือหลักฐานแวดล้อมทั้งหมดที่สามารถจะยืนยันความผิดจำเลย  ขาดความน่าเชื่อถือและไม่อาจรับฟังได้  เพราะกระบวนการจัดเก็บ การทดสอบ หรือการวิเคราะห์ตามหลักสากลที่ได้รับการยอมรับ เช่น มาตรฐาน ISO 17025  ทำให้หลักฐานนี้ไม่อาจนำมายืนยันความผิดจำเลยโดยปราศจากข้อสงสัยใดๆ ว่า กระทำการข่มขืนชำเราผู้ตายเพศหญิง หรือฆ่าผู้ตายเพศผู้ตายเพศชายได้  ซึ่งรวมทั้งหลักฐานทางวัตถุที่จะเชื่อมโยงจำเลยเข้ากับสถานที่เกิดเหตุ เช่น ก้นบุหรี่  การลักโทรศัพท์มือถือและแว่นกันแดดของผู้ตายเพศชาย รวมถึง “ชายที่กำลังวิ่ง” ที่ถูกจับภาพได้ในกล้องวงจรปิด

(5) สำนวนของโจทก์ขาดหลักฐานชิ้นสำคัญที่จำเป็นในการพิสูจน์ความผิดของจำเลย ซึ่งรวมถึงภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุ  รายงานการชันสูตรพลิกศพ  และขั้นตอนกระบวนการวิเคราะห์ดีเอ็นเอ  เอกสารเกี่ยวกับหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่อยู่ในความควบคุม  และบันทึกห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการวิเคราะห์ดีเอ็นเออย่างละเอียด  นอกจากนี้ เสื้อผ้าและผิวตามร่างกายของผู้ตายเพศหญิงซึ่งคาดว่าจะมีร่องรอยดีเอ็นเอที่สำคัญของผู้กระทำผิด  ยังคงไม่ถูกตรวจสอบ หรืออาจมีการตรวจสอบ แต่กลับไม่นำมารวมอยู่ในสำนวนคดีของโจทก์หรืออ้างในบัญชีระบุพยาน ซึ่งดูน่าสงสัย  ภาพที่ตัดจากกล้องวงจรปิดที่โจทก์นำเสนอ  ไม่สมบูรณ์และไม่มีการเสนอหลักฐานรอยพิมพ์ลายนิ้วมือหรือรอยเท้า แต่อย่างใด

บทสรุปของคำแถลงการณ์ปิดคดีฉบับนี้  จึงเป็นความเห็นของจำเลยที่ขอให้ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสองเสีย ด้วยเหตุผลดังกล่าว

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์