ใช้ ม.44 เว้นโทษคณะทำงานสอบคดีจำนำข้าว ปีการผลิต 48/49 ถึงปี 56/57

ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คำสั่งหัวหน้า คสช. ใช้ ม.44 ต่ออายุคณะกรรมการสอบคดีจำนำข้าว ตั้งแต่ปีการผลิต 48/49 จนถึงปีการผลิต 56/57 หาคนทำผิด ให้ชดใช้ค่าเสียหาย พร้อมอุ้มคณะทำงานไม่ให้ถูกฟ้องกลับแพ่ง-อาญา-วินัย
 
 
31 ต.ค. 2558 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 39/2558 เรื่องการคุ้มครองการบริหารจัดการข้าวคงเหลือในการดูแลรักษาของรัฐ และการดำเนินการต่อผู้ต้องรับผิด ตามที่มีการดําเนินการตามโครงการรับจํานําข้าวเปลือกของรัฐบาลในอดีต ตั้งแต่ปีการผลิต 48/49 จนถึงปีการผลิต 56/57 ปรากฏว่ายังคงมีข้าวคงเหลือในการดูแลรักษาของรัฐที่เก็บอยู่ทั่วประเทศเป็นปริมาณมหาศาล หากการเก็บรักษาและการควบคุมดูแล หรือการระบายข้าวออกสู่ตลาด ไม่รอบคอบรัดกุม หรือไม่สุจริต ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศ เพราะรัฐต้องจัดสรรงบประมาณเป็นจํานวนมากเพื่อการบริหารจัดการ และการเก็บรักษาข้าวที่คงเหลือไม่ให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้องเร่งตรวจสอบปริมาณและคุณภาพ รวมทั้งวางมาตรการระบายข้าวดังกล่าว ออกสู่ตลาดให้เหมาะสม มิให้กระทบต่อราคาข้าวฤดูกาลใหม่ที่ทยอยออกมา ทั้งต้องดําเนินการต่อผู้ต้องรับผิด เพื่อให้ชดใช้ความเสียหายแก่รัฐ อันเป็นความจําเป็นเพื่อป้องกันและระงับความเสียหายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
 
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว 57  หัวหน้า คสช.โดยความเห็นชอบของ คสช. จึงมีคําสั่ง ดังต่อไปนี้ 1. ให้บุคคล คณะบุคคล คณะทํางาน คณะกรรมการ หน่วยงานของรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ได้รับแต่งตั้งตามกฎหมาย หรือได้รับมอบหมายจากหัวหน้า คสช. คสช. นายกฯ ครม.หรือคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว ให้ดําเนินการบริหารจัดการข้าวที่อยู่ในการดูแลรักษาของรัฐตามโครงการรับจํานําข้าวเปลือกของรัฐ ตั้งแต่ปีการผลิต 48/49 จนถึงปีการผลิต 56/57  ซึ่งได้ดําเนินการมาตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 หรือภายหลังจากนั้น ยังคงมีอํานาจหน้าที่ดําเนินการดังกล่าวต่อไปเช่นเดิม ทั้งนี้เพื่อระงับยับยั้งมิให้เกิดความเสียหายแก่รัฐเพิ่มขึ้น เพราะเหตุแห่งความเสื่อมสภาพของข้าว ความแตกต่างระหว่างราคาข้าวที่รับจํานํากับราคาที่จําหน่ายได้ การที่รัฐต้องรับภาระ ค่าเช่าคลัง ค่าประกันภัย ค่าดูแล รักษาคุณภาพข้าว ค่าใช้จ่ายอื่นและดอกเบี้ยและเพื่อป้องกันมิให้การระบายข้าวเป็นการเพิ่มอุปทาน ในตลาดในช่วงเวลาเดียวกับที่มีผลผลิตฤดูกาลใหม่โดยไม่สมควร รวมทั้งดําเนินการเพื่อให้ทราบตัวผู้ต้องรับผิด และเรียกให้ผู้นั้นชดใช้ความเสียหายแก่รัฐตามกฎหมาย ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ และได้กระทําโดยสุจริต ย่อมได้รับความคุ้มครอง ไม่ต้องรับผิดทั้งทางแพ่ง ทางอาญา หรือทางวินัย 2. คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์