‘ประยุทธ์ คืนความสุขฯ’ ชี้การ์ตูน-เกมส์-โซเชียลมีเดีย ทำให้ทุกคนชินกับการใช้กำลัง

ระบุย้ายโรงงานออกไปเพื่อหาโรงงานที่ทันสมัยเข้ามาแทน ขอประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก เผยส่งคนไปทำความเข้าใจอาจารย์นักศึกษาธรรมศาสตร์เรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนแล้ว ขอให้คำนึงถึงการปฏิรูป

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ซึ่งมีการกล่าวถึงประเด็นอุบัติเหตุทางถนน การท่องเที่ยว ผลิตผลทางการเกษตร ราคาสินค้าการเกษตร มาตรการช่วยเหลือด้านภาระหนี้สินต่าง ๆ กองทุนการออมแห่งชาติ การร่างรัฐธรรมนูญ การจัดระเบียบสังคม การรักษาความสะอาด การจัดการเรื่องขยะ การเจรจาเขตการค้าเสรี และ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก (TPP) นโยบายการปราบปรามผู้มีอิทธิพล เป็นต้น

โดยมีรายละเอียดดังนี้

สัปดาห์นี้วงการกรีฑาผู้พิการของไทยได้สร้างชื่อเสียง และนำความสุขมามอบให้กับพี่น้องชาวไทย โดยคุณเรวัตร์ ต๋านะ นักกีฬาวีลแชร์เรซซิ่ง ทีมชาติไทยสามารถคว้าแชมป์โลกวีลแชร์ เรซซิ่ง 1,500 เมตร ที 54 มาได้ ในการแข่งขัน ไอพีซี แอธเลติกส์ เวิลด์แชมเปี้ยนชิพ 2015 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา นอกจากนี้คุณสายชล คนเจน ก็สามารถคว้าเหรียญเงินมาครองในการแข่งขัน 200 เมตร ที 54 อีกด้วย นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีและชื่นชม ในนามของรัฐบาล   ผมขอยกย่องและขอขอบคุณนักกีฬาทุกคนเลยนะครับที่เป็นตัวแทนของประเทศและได้นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทยของเรา วันนี้ผมมีข้อห่วงใยและเรื่องที่เรียนให้ทราบดังต่อไปนี้

รื่องอุบัติเหตุทางถนน เป็นเรื่องที่หน่วยงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีความกังวลและห่วงใยมาโดยตลอด มีความพยายามในหลายวิธีการ เพื่อไม่ให้พี่น้องประชาชนต้องสูญเสียชีวิต หรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุดเทศกาล ทั้งรถยนต์ส่วนตัว  รถจักรยานยนต์ รถโดยสาร รถทัวร์ และรถรับจ้าง โดยสถิติการสูญเสียชีวิตนั้น  จากการจราจรสูงมาก ถือเป็นการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ อันมีค่าสูงสุดของประเทศ และการสูญเสียทางเศรษฐกิจอีกด้วย  คงไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ ไม่มีใครมีความสุขที่ได้เห็นสถิติการเสียชีวิต การบาดเจ็บ ถึงแม้ว่าจะลดลงอย่างไรก็ตาม แต่ก็มีคนเจ็บคนตายอยู่  ผมก็ไม่อยากให้มีสักคนเดียว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้สั่งการทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้ว ให้ไปหาแนวทางในเรื่องทบทวนหลักเกณฑ์ กติกา ข้อกฎหมาย ในการที่จะควบคุมการขับขี่ยานพาหนะ การใช้รถใช้ถนน การจราจร ตลอดจนเงื่อนไขการประกันภัย ประกันชีวิตต่าง ๆ ให้มีการปรับปรุงมาตรการควบคุม พลขับ พนักงานขับรถ ทั้งภาครัฐและเอกชน  มีเครื่องมือในการควบคุมความเร็ว  เช่น เรื่องระยะเวลาในการทำงานของพนักงานขับรถ ต้องไม่เกินกี่ชั่วโมงต่อวัน  ความเร็วต้องไม่เกินเท่าไหร่ ใช้เครื่องมือควบคุมใช้อย่างไร  ตลอดจนมาตรการควบคุมไม่ให้พนักงานขับรถที่เมาสุราหรือมีกลิ่นสุรามาขับรถได้ สำหรับรถเมล์ใหม่ รถรับจ้างใหม่ที่กำลังจัดหา จะต้องมีเครื่องมือพิเศษ เช่น GPS หรือเครื่องควบคุมความเร็ว ควบคุมพลขับ รถเก่านั้นค่อย ๆ ปรับปรุงไป

อีกเรื่องหนึ่งคือ เรื่องการปรับปรุงถนนที่กลับรถ ทางโค้ง เส้นทางอันตรายที่ขึ้นเนินอะไรก็แล้วแต่ ที่มีความเสี่ยงไม่ปลอดภัย รวมทั้งอุปกรณ์ทันสมัยให้กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการจราจรและอุบัติเหตุ ให้มีการบูรณาการงบประมาณของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยทางถนนให้กับผู้ใช้รถได้มาดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ แล้วเกิดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรม

เรื่องการท่องเที่ยว สำหรับการใช้ที่ดินเพื่อการท่องเที่ยวที่เป็นที่ถูกกฎหมายนั้นก็ไม่มีปัญหา จัดระเบียบภายในได้ แต่ถ้าหากว่าเป็นที่ดินที่มีปัญหาอยู่ในการที่จะสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกบุกรุกอยู่ในปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น ภูทับเบิก เราจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายก่อนและตรงตามวัตถุประสงค์เดิมที่กำหนด ในบางพื้นที่ที่อาจจะมีความบกพร่องไม่ถูกต้องจะต้องมีมาตรการรองรับ แต่ทุกคนที่บุกรุกอยู่จะต้องยอมรับในกฎหมาย กฎหมายว่าอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น ไม่ใช่ก็ยังคงประกอบการต่อไป แต่จะต้องหาทางว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรกับบุคคลเหล่านี้ แต่ถ้าในพื้นที่ที่ถูกต้องก็ไปบริหารจัดการกันให้มีความเรียบร้อย สวยงาม สะอาดและเป็นที่ท่องเที่ยว ที่พักของนักท่องเที่ยว ตอนนี้การท่องเที่ยวของประเทศไทยกำลังบูมอยู่ เพราะฉะนั้นผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายจะต้องยอมรับว่า ตัวเองนั้นมีการกระทำความผิดอยู่ จะให้รัฐช่วยเหลืออะไรอย่างไร ถ้าไม่ยอมรับกันก็ช่วยอะไรไม่ได้

อีกประการหนึ่ง คือประชาชนต้องให้ความร่วมมือกับรัฐด้วย ช่วยกันเคารพกฎหมาย ไม่สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมาย ผิดระเบียบ ผิดกติกาที่กำหนด โดยไม่มีการบอกว่าทำผิดด้วยความจำเป็นเพราะไม่มีรายได้ หรืออยากให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวโดยที่ไม่ได้ดูว่ามีการบุกรุกสถานที่หรือบุกรุกป่าไม้หรือไม่อะไรทำนองนี้  เรากำลังทำเรื่องเหล่านี้ให้มีความชัดเจนขึ้นต่อไปในอนาคตและยั่งยืนด้วย

เรื่องผลิตผลทางการเกษตรทุกชนิด ปัจจุบันรัฐบาลกำลังกำหนดมาตรการช่วยเหลือ ในการปรับโครงสร้างการเกษตร เพื่อให้ชาวเกษตรกรได้ยืนอยู่อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ด้วยตัวของตัวเองเข้มแข็งจากภายใน ผมขอเตือนบรรดาแกนนำกลุ่มต่าง ๆ ว่าอย่าได้นำเกษตรกรมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล เพราะรัฐบาลนี้จะไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้องที่ไม่เกิดประโยชน์แก่ตัวท่าน เราจะดำเนินการในลักษณะเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับพวกท่าน ขอให้ทุกคนร่วมมือกับเราในการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและยั่งยืนจะดีกว่า ทุก ๆ คน ทุกคณะที่มา ผมก็ได้ให้หน่วยงานชี้แจงไปแล้วว่าถ้าฟังเรา แนวทางของเรา และร่วมมือกับเรา เราก็ดูแลได้ แต่ถ้าไม่เอาอะไรสักอย่างเลย  แล้วก็ดื้อดึงขัดขืน ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

สำหรับมาตรการช่วยเหลือด้านภาระหนี้สินต่าง ๆ รัฐบาลทราบดีปัญหาของเราก็อยู่ที่ว่า  หนี้ทุกคนมีเป็นจำนวนมาก ไม่ใช่เฉพาะเกษตรกร ครู ข้าราชการ หรือหนี้ครัวเรือนของประชาชนทั่วไป  ผ่านมาเป็นที่เวลายาวนานทุกคนก็ลำบาก ทุกคนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ไปกู้ธนาคารบ้างอะไรบ้าง แต่ต้องกลับมาทบทวนดูว่า การที่เรามีหนี้นั้นเป็นหนี้เกิดจากอะไร เพราะฉะนั้นอย่าให้เพิ่มเติมจากเดิม รัฐบาลกำลังจะพยายามแก้ไขปัญหาเหล่านี้ก็คงต้องใช้เวลาและมีมาตรการที่เหมาะสม จะต้องแก้ทั้งระบบโดยการช่วยเหลือของระบบธนาคารรัฐ  ธนาคารพาณิชย์อะไรก็แล้วแต่  แต่ต้องระมัดระวังหนี้ NPL คงไม่ใช่การแก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้าไม่ยั่งยืน  วันหน้าก็เกิดขึ้นมาใหม่จะทำอย่างไร  เราไม่อาจจะยกหนี้สินให้ใครได้ทันที  มีหลายกลุ่มจะพยายามมาบีบบังคับให้รัฐบาลยกหนี้ให้ทั้งหมด   ซึ่งเป็นไปไม่ได้นึกถึงคนอื่นเขาด้วย  ทำไม่ได้หรอกเป็นเรื่องของการประกอบการในเรื่องของการธนาคารแหล่งเงินทุกต่าง ๆ ขอร้องในส่วนของเงินทุนนอกระบบด้วย ขอให้ระมัดระวังอย่าให้ผิดกฎหมาย ดูแลคนให้มีความสุข  วันนี้วุ่นวายไปทุกเรื่อง ทั้งความจน ทั้งการกระทำความผิดกฎหมาย ทั้งความลำบากต่าง ๆ เหล่านี้  ทำให้บ้านเมืองสับสนอลหม่านทั้งหมด  เพราะฉะนั้นปัญหาเหล่านี้เรากำลังแก้อยู่ทั้งระบบทั้งหมดเลย ประชาชนจำนวน 70 ล้านคนทำอย่างไรถึงจะอยู่อย่างมีความสุข ขอให้ทุกคนได้ร่วมมือ ร่วมกันพิจารณาหาทางออกให้ได้ อย่าคิดว่าถ้าทำแบบนี้แล้วจะได้ทั้งหมดหรือได้แบบที่ต้องการ มันไม่ได้หรอก เพราะรัฐบาลไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้นต้องค่อยเป็นค่อยไป เรากำลังพิจารณาทั้งหนี้ครัวเรือน หนี้สาธารณะของประเทศ  ได้มีการพูดคุยในฝ่ายเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังแล้วว่าจะทำอย่างไร สิ่งใดที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือไม่มีมูลค่าในอนาคต วันนี้รัฐบาลก็ไม่อยากสนับสนุนนะครับ

สำหรับมาตรการที่รัฐบาลออกไปเพื่อให้คนมีรายได้น้อยได้มีที่อยู่อาศัย แล้วเป็นการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น  ก็อาจจะเป็นหนี้ที่เกิดการกู้เงินเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย เราก็ต้องมีมาตรการป้องกัน มีมาตรการไม่ให้เกิดเป็นหนี้ศูนย์อีกเช่นกัน  อันนี้หลายคนเข้ามาสงสัยว่า จะเหมือนรถยนต์คันแรกหรือไม่ ซึ่งถ้าเรามองด้วยเผิน ๆ นะอาจจะคล้ายกันหรือไม่ แต่ถ้ามองในข้อเท็จจริงแล้วไม่เหมือนกันหรอก เพราะเราไม่ได้มีการคืนภาษีเป็นเงินสดไปก่อน  วันนี้ก็ต้องผ่อนชำระกันไปอะไรกันไป มีการลดดอกเบี้ย  ลดการผ่อนชำระบ้างอะไรบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องการแก้ปัญหาด้วยระบบการเงินการธนาคารหรือมาตรการทางภาษี ไม่ใช่คืนเงินสดต้องไปหาเงินสดมาคืนให้ไปก่อน ทุกคนก็ซื้อกันใหญ่โตก็เป็นการสร้าง Demand เทียมไป วันนี้โชคดีที่ดีขึ้นในเรื่องของธุรกิจการส่งออกหรือธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องยานยนต์วันนี้ก็เริ่มดีขึ้น แต่ติดปัญหามาหลายปีมาแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ สร้าง Demand เทียมมา เราจะต้องทำอะไรไม่ผิดวินัยการเงิน การคลัง มาตรการทางภาษีเป็นสิ่งที่รัฐสามารถทำได้  และจะต้องได้รับความร่วมมือทั้งสถาบันการเงินของรัฐและเอกชนร่วมมือกัน และรัฐจะต้องช่วยเหลืออยู่แล้วในส่วนนี้ ไม่ใช่ให้เปล่าแล้วเราไม่ช่วยดูแลเลยคงไม่ได้ เพราะรัฐบาลดูแลอยู่แล้วหลายคนพูดว่า รัฐบาลช่วยเหลือให้กู้ แต่รัฐบาลก็ไม่ดูแลเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้  รัฐบาลก็ต้องเสียเงินเหมือนกัน ไม่ใช่ไม่เสีย แต่เสียอย่างไรให้เกิดความยั่งยืนและใช้เงินให้น้อยที่สุด เพราะเงินเราก็น้อยลง ๆ รายได้ก็ได้น้อยลงอีกเหมือนกัน

เรื่องการร่างรัฐธรรมนูญ ปัจจุบันก็เดินหน้าไปขอบคุณทุกคนเมื่อวานได้พบแม่น้ำ 5 สายแล้วก็ทำความเข้าใจร่วมกันว่า  เราจะเดินหน้าประเทศอย่างไรด้วยความร่วมมือซึ่งกันและกัน  ด้วยการบูรณาการและการมีความส่วนของประชาชน  วัตถุประสงค์ที่เราต้องการคือ ทำอย่างไรให้ประเทศชาติและประชาชนปลอดภัยมีเสถียรภาพ  ได้พูดถึงการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หรือกลไกใดก็แล้วแต่ มีการดำเนินการในช่วงระยะเวลาที่เปลี่ยนผ่านไปสู่รัฐธรรมนูญ และเป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์   เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องหารัฐธรรมนูญที่เหมาะสมกับประเทศไทยของเราให้ได้  ขอความร่วมมือด้วยจากทั้ง คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) คงเข้าใจกันกันดีแล้ว   ประเด็นสำคัญคือ  ทุกคนไม่ว่าจะเป็นคณะทำงานใด ๆ ก็แล้วแต่ไม่ว่าจะเป็นประชาชนต้องมองกลับมาที่ปัญหาของบ้านเรา  โจทย์ของบ้านเราว่ามีอะไรบ้างแล้วเกิดจากปัจจัยภายใน ภายนอกอย่างไร

เพราะฉะนั้นขั้นตอนในการแก้ปัญหาควรจะเป็นอย่างไร  วิธีการ How to do  และ Road Map ในแต่ละเรื่องที่จะต้องปฏิรูปเหล่านี้มันจะต้องมีการลงละเอียดว่าจะแก้ได้อย่างไรให้ยั่งยืน จะต้องมีการประสานงานกันบูรณาการกัน รับฟังความคิดเห็นอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่เราเปิดช่องทางให้หลายช่องแล้ว ไม่ว่าจะเป็นช่องของ กรธ. สนช. สปท.และมีช่องทางโซเชียลมีเดีย และเว๊บไซต์มากมาย ก็เสนอเข้ามา และในส่วนของการรับฟังความคิดเห็นเดี๋ยวพอเขาเริ่มร่าง เริ่มทำอะไรกันเขาก็จะไปสร้างความเข้าใจในทุกพื้นที่ก็ขอภาวนาให้มาร่วมกันด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมาผมตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่า คนที่มาฟังนั้นก็เป็นคนที่ไม่ค่อยได้มีปัญหาอะไรมากนักก็มาเสนอโน่น เสนอนี่  แต่คนที่ถูกชักจูงก็ไม่ต้องมา ก็มีอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งกลุ่มนี้จะปฏิเสธทุกอย่าง

ผมก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร ไม่ร่วมมือร่วมใจทั้งสิ้น แล้วก็ไปอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชน ไปโน่นเลย แล้วบอกรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ ก็เปิดมาก็มาซิครับ วันนี้ผมก็รับจากทุกทางหลายท่านได้เขียนจดหมายมาโดยตรงที่ผมด้วย ขอร่วมมือกันตรงนั้นตรงนี้ ผมก็ยินดี และวันนี้ผมได้ให้คนไปพบปะทั้งอาจารย์ นิสิต นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ด้วย ขอร้องกันว่า วันนี้ประเทศชาติเป็นอย่างไรขอให้เข้าใจหน่อย วันหน้าต้องกลับมาสู่การเป็นประชาธิปไตยอยู่ดี วันนี้ถ้าเรียกร้องกว่านี้ก็ปฏิรูปไม่ได้  แต่ถ้าทุกคนคิดว่าไม่ปฏิรูปอะไรเลยผมก็จนใจ ก็มีปัญหาหมดทางกฎหมายด้วยอะไรด้วย  ผมไม่อยากจะทำให้ทุกคนเดือดร้อน

เรื่องการจัดระเบียบสังคม ทั้งในพื้นที่กรุงเทพและต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว ป่าเขา ชายหาด การจัดระเบียบรถจักรยานยนต์รับจ้าง คิวรถตู้ การค้าขายบนทางเท้า หาบเร่ แผงลอย ทหารได้จัดไปแล้วในช่วงที่ผ่านมา บางพื้นที่ก็ยังเรียบร้อยอยู่ ประชาชนมีความสุขอยู่บ้างสำหรับคนที่เคยกระทำความผิดอยู่ในบริเวณนั้นทำไม่ได้ไง พอเราผ่านไปแล้วก็จะไปทำเรื่องอื่นทหารจะไปตรงอื่นก็ต้องกลับมาดูที่เก่าใหม่  ผมก็ไม่ทราบว่าประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงในพื้นที่ดูแลกันอย่างไร บางครั้งผมได้ข่าวมาด้วยว่า เจ้าหน้าที่ไปอ้างว่า เพราะ คสช. มาทำให้เขาลำบาก เจ้าหน้าที่อย่างนี้ยังมีอยู่เลย ก็ขอให้ กทม. ได้มีการตรวจสอบด้วยในทุกพื้นที่  ต้องเข้าใจกันสร้างความเข้าใจกับประชาชน ไม่ใช่เอาตัวรอด ที่ทำมาเพราะ คสช. สั่ง เพราะนายกฯ สั่ง  ผมสั่งเพื่อใคร และท่านต้องทำงานอย่างไร อย่าให้เกิดขึ้นอีกโดยเด็ดขาด การบุกรุกสถานที่ต่าง ๆ เหล่านี้ไม่เป็นระเบียบ ถ้าอย่างนั้นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงผมจะเริ่มพิจารณาโทษ เพราะปล่อยให้กลับมาเหมือนเดิมอีกไม่ได้ อย่าให้ทั้งประชาชนคนไทย ทั้งต่างประเทศ นักท่องเที่ยวเขาเดือดร้อน

การตรวจสอบต่าง ๆ ที่ผ่านมานั้น ผมอยากจะเรียนว่า  ขอให้หน่วยงานระดับล่างลงไป ได้ลงไปในพื้นที่ และไปดูว่าสิ่งที่เราทำวันนี้สามารถจะทำต่อไปได้หรือไม่ ที่ผ่านมามีปัญหาอย่างไร และนำเรื่องที่เป็นปัญหานั้นมาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเขาแก้ปัญหา แต่เรื่องที่ต้องรักษาระเบียบ กติกาต้องมาก่อน และทำอย่างไรจะไม่เกิดความขัดแย้งไม่สร้างปัญหาใหม่ เพราะฉะนั้นเราอาจจะต้องมาพิจารณาว่า ถ้าสมมติหน่วยงานในพื้นที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ทำงานไม่ได้ยุบไปเลยดีกว่า จัดตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมาเพื่อที่จะดูแลเรื่องเหล่านี้จากพลเรือน ตำรวจ ทหารไหม ก็ไปหาทางออกมา ถ้ายังปล่อยกันอยู่แบบนี้ไม่เกิดประโยชน์ในการที่ให้รับผิดชอบอะไรสักอย่างก็ไม่ได้ทั้งหมด วันข้างหน้าก็เกิดขึ้นมาใหม่ ข้อสำคัญคือประชาชนต้องมีส่วนร่วมด้วย เริ่มตั้งแต่ไม่ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ไปหาทางออกว่า จะไปทำอาชีพอะไรอย่างไรที่ไม่ผิดกฎหมาย ไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่นเขา ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล การค้าขายถ้าไปค้าขายในที่ไม่ถูกต้องก็อย่าไปอุดหนุนกัน ซึ่งเป็นการอุดหนุนที่ไม่ถูกวิธี

เรื่องของการรักษาความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยบริเวณพื้นที่ต่าง ๆ ริมแม่น้ำ คูคลอง ผมก็ยังเป็นห่วงอยู่ ต้องมีการแก้ไขการบุกรุกให้ได้อย่างยั่งยืน และดูแล้วว่าจะทำอย่างไรกันสำหรับผู้ที่เดือดร้อน  เพียงแต่ว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องผิดกฎหมายทั้งสิ้นที่ทุกคนทำมาจนเป็นปกติ เมื่อบังคับใช้กฎหมายก็บังคับไม่ได้ ในลักษณะที่เป็นการผ่อนชำระราคาถูกอะไรก็แล้วแต่ดูแลทั้งหมด กำลังทำเป็นแผนงานอยู่ทั้งข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหารชั้นผู้น้อย  เป็นหลักก่อน รวมทั้งประชาชนด้วยในทุกจังหวัดทุกพื้นที่ ซึ่งต่อไปจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก หลายพื้นที่ได้เคลียร์ไปแล้วจะต้องไม่กลับมาใหม่และดำเนินการหามาตรการดูแลให้ได้

เรื่องคูคลองหลายแห่งตื้นเขิน วันนี้ก็มีปัญหาเรื่องการส่งน้ำ การระบายน้ำ เวลาน้ำท่วมก็มีปัญหา น้ำแล้งก็ส่งน้ำไปไม่ได้จากคูคลองไปคลองซอยคลองอะไร เพราะมันตันทั้งหมด ซึ่งไม่ได้รับการดูแลมาผมไม่รู้ว่าหน้าที่ของใคร  โดยมีหน้าที่ของ อปท. บ้าง ซึ่งเป็นหลักในการดูแลเมื่อรัฐสร้างอะไรไปแล้ว ก็ต้องดูแลในขนาดเล็กต่าง ๆ เหล่านี้ต้องดูแล  ท่านก็มีเงินมีทองอยู่ส่วนหนึ่งถ้าไม่พอก็บอกมา รัฐบาลก็จะต้องหาเงินไปเสริมให้เป็นเรื่องเป็นราวไป ไม่ใช่ผ่านมาทั้งหมดก็ตื้นเขินเหมือนเดิม ไปตรวจทีอะไรทีก็เห็นแต่ความทรุดโทรม ใช้การไม่ได้  ก็ตอนสร้างเสร็จแล้วก็ส่งไปให้รับผิดชอบตอนนั้นก็ดีอยู่ แล้วท่านก็บอกว่าไม่มีเงิน ไม่มีทองดูแล แต่ไม่ใช่อย่างเดียว ไม่มีเงินรัฐก็ต้องดูแลให้ แต่ปัญหาคือท่านไม่ดูมากกว่าก็เลยแย่ไปหมดวันนี้ต้องเสียหายไป 70 - 80% แล้วจะทำอย่างไร อย่าให้มันเกิดขึ้นอีก เรื่องการทิ้งขยะเหมือนกัน อย่าทิ้งสิ่งปฏิกูลต่าง ๆ หรือขยะลงไปในแม่น้ำ ในน้ำลำคลองต่าง ๆ ซึ่งเป็นบ่อเกิดของน้ำเสีย

สำหรับการจัดการเรื่องขยะ เป็นเรื่องใหญ่อย่าคิดว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ ไม่จำเป็นไม่เห็นต้องสร้าง ไม่เห็นต้องทำ ไม่เห็นต้องใช้จ่ายงบประมาณ วันนี้เราก็ทราบอยู่หน้าที่เรื่องขยะนั้น เป็นหน้าที่ของ อปท. ซึ่งอาจจะมีงบประมาณน้อยไม่เพียงพอ เพราะอัตราเก็บเงินค่าขยะน้อยมาก รู้สึกจะเดือนละ 20 กว่าบาท จะทำได้อย่างไรวันนี้ ในเมื่อคนมากขึ้น พื้นที่มากขึ้น ขยะมากขึ้น เพราะยังไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย เรื่องรายได้ รายจ่ายต่าง ๆ  ติดขัดไปหมด เพราะระยะเวลาที่ผ่านมานั้นไม่ได้ดูในรายละเอียด นี่คือเรื่องเล็ก ๆ ที่ทำให้เกิดเรื่องใหญ่ๆ เกิดปัญหาทับซ้อนมาตามลำดับ ทุกคนต้องการความสะอาด แต่ทุกคนก็ไม่ยอมเสียสละมีเจ้าหน้าที่ก็ทำงานไม่ได้  มีบางอย่างและบางครั้งมีการทุจริตโกงกินเข้าไปอีกเลยวุ่นไปทุกเรื่อง วันนี้ต้องกลับมาทบทวนดูว่า จะทำอย่างไรนำขยะมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไร ทำขยะให้เป็นทรัพย์สินที่มีค่าเกิดอาชีพรายได้ ห่วงโซ่คุณค่า และเรื่องของพลังงานด้วย เพราะว่าถ้าเราต่อต้านกันเรื่องพวกนี้ต่อไป ขยะก็จะมากขึ้น ๆ  ปีหนึ่งหลายร้อยหลายพันตัน ทุกเดือนก็สะสมเข้าไป แล้ววันหน้าก็เป็นขยะพิษ วันนี้ถูกเรียกร้องให้ดูแลความสะอาดแต่ทุกคนไม่ช่วยกันเสียสละ เงินค่าขยะ 20 กว่าบาท ก็ยังบ่นกันอยู่อีก พอจะเพิ่มอีกก็ไม่ได้

เพราะฉะนั้น ไปชั่งน้ำหนักให้ดีว่าเราจะทำอย่างไรดี  ผมอยากให้ทุกคนมีส่วนร่วมในเรื่องเหล่านี้ถ้าท่านไม่เข้าใจตั้งแต่แรกคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ส่วนตนส่วนรวมก็ไม่เกิด  ก็ต้องมี Give มี Take อะไรกัน บ้างเจ้าหน้าที่เขาจะทำได้อย่างไรไม่มีเงิน เพราะฉะนั้นเราต้องพิจารณาดูว่าอะไรมาก อะไรน้อยเสียหายอย่างไร แก้ไขได้หรือไม่ถ้าแก้ไขได้ก็จำเป็นต้องทำนะไม่อย่างนั้นจะเกิดปัญหาส่วนร่วมกับพื้นที่ด้วย อย่าเห็นแก่ตัวกัน  กลายเป็นว่าพื้นที่เราไม่ให้ใครมาทิ้ง ไม่ให้สร้างโรงขยะ ไม่ให้สร้างที่หลุมขยะอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ แล้วจะไปทิ้งที่ไหนใช่ไหม ในเมื่อจำเป็น แต่จะทำอย่างไรที่เกิดขึ้นมาแล้วจะเกิดประโยชน์กับชุมชนและประชาชนในแถบนั้นให้ได้ด้วย เราต้องสร้างสมดุลให้ได้  ผมฝากข้าราชการไปทำความเข้าใจให้ได้ด้วยในเรื่องเหล่านี้อย่าให้เกิดความขัดแย้งอีกต่อไปอีกเลยเวลาเราจำกัด

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมกับรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ได้มีการพบปะพูดคุยกับนักลงทุนหลายบริษัท เพื่อจะรับทราบถึงปัญหาข้อขัดข้อง  หาแนวทางที่ทำให้เกิดความร่วมมือให้ได้โดยเร็ว เป็นที่น่ายินดีที่นักลงทุนรายใหญ่หลายบริษัท อาทิ ฟอร์ด มาสด้า มิตซูบิชิ โตโยต้า ซีเกต สหพัฒน์ ซัมซุง ฯลฯ  ยินดีที่จะลงทุนต่อไปในประเทศไทย โดยอาจจะต้องมีการปรับรูปแบบ และเพิ่มการลงทุนให้มากขึ้น รวมทั้งเราจะเพิ่มเติมในเรื่องการศึกษาวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการสร้างความเข้มแข็งให้กับคนไทย ทุกบริษัทยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพ และเสถียรภาพของไทยในการเจริญเติบโตในอาเซียน

เพราะฉะนั้น เราเองจำเป็นต้องปรับรูปแบบการลงทุน ปรับตนเองให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง  กติกาของหลาย ๆ ประเทศเปลี่ยนไป เราก็จำเป็นต้องแข่งขันกันในเรื่องนี้  สิทธิประโยชน์ การลงทุนให้แก่ชาวต่างชาติ ต้องมีการเปลี่ยนแปลง ไม่อย่างนั้นเราก็จะด้อยไปเรื่อย ๆ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เราก็ลดลงไปตามลำดับ เพราะฉะนั้นการลงทุนในประเทศไทยหลายบริษัทที่อาจจะเห็นว่ามีการย้ายออกไป เขาจะอธิบายว่าเป็นโรงงานเก่าและที่ย้ายไปเพราะเป็นการผลิตสินค้าขั้นพื้นฐาน เขาก็จะหาโรงงานที่ทันสมัยเข้ามาแทน อันนี้ก็ฝากเรียนพ่อแม่พี่น้องด้วยอย่าเพิ่งตื่นตระหนกขอเวลาสักนิดเขาจะปรับปรุงพื้นที่โรงงานต่าง ๆ ให้ทันสมัยขึ้น เพราะจะมีการจ้างงานเหมือนเดิม วันนี้ต้องหาอาชีพอื่นไปก่อน เขาจะเพิ่มเป็นโรงงานที่มีการผลิตสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มเข้ามาแทน ก็ดีจะได้พัฒนาประเทศไทยในเรื่องนี้ด้วย เรื่องนวัตกรรม การวิจัยและพัฒนา

สำหรับเรื่องการเจรจาเขตการค้าเสรี ( FTA) และ RCEP กับประเทศต่าง ๆนั้น กำลังดำเนินการอยู่หลายประเทศที่เกี่ยวข้องก็มีความก้าวหน้าทั้งตุรกี ชิลี อาเซียน+6 จีน ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ กำลังเดินหน้าอยู่ในเรื่องเหล่านี้ อีกไม่กี่วันผมต้องไปประชุมเกี่ยวกับเรื่องเขตเศรษฐกิจของอาเซียนที่จะร่วมมือกันอย่างไรกับประเทศต่าง ๆ  หลายประเทศด้วยกันในเดือนหน้า

เรื่อง Trans-Pacific Partnership (TPP) เช่นกันกำลังศึกษาอยู่ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่หารือร่วมกันของรัฐบาลกับภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ เอกชน เกษตรกรรม การค้า และอื่น ๆ จะต้องหาข้อสรุปให้ได้ว่ามันดี มันเสียอย่างไร จะแก้ไขความเสี่ยงเหล่านั้นได้อย่างไร อย่าไปคิดว่ามันจะได้อย่างเดียว เสียก็มี มีได้ก็ต้องมีเสีย ทุกส่วนจะต้องร่วมมือกันพิจารณาตัดสินใจร่วมกัน หากจะต้องเข้าเป็นภาคี  ไม่ใช่วันหน้าเอาวันนี้อยากเข้า พอวันหน้ามีปัญหาขึ้นมาโทษกลับมาที่รัฐบาลอีก  เพราะฉะนั้นเป็นความเห็นชอบร่วมกันก็ไปหามา  ซึ่งคือระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง เสียงส่วนใหญ่ว่าไงก็ว่ามาแต่ต้องยอมรับกันว่า ผิดพลาดเราจะแก้ไขอย่างไรต่อไป

เรื่องการปราบปรามการทุจริตคอรัปชั่น รัฐบาลกำลังทำอยู่อย่างต่อเนื่อง อย่าไปฟังที่ออกมาพูดจาให้ร้ายต่าง ๆ เหล่านั้น วันนี้เราต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ ให้มีความชัดเจนขึ้นในทุกกระบวนการ ผม และ คสช. ก็ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวอะไรตรงนั้นเลยเพียงแต่นำสู่กระบวนการเท่านั้น แต่เรื่องการพิจารณาจะเร็วจะช้าก็เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ตามหลักฐาน วัตถุ พยาน พยานบุคคลอะไรก็แล้วแต่ สังคมอย่ากดดันมากนักเลยฟังบ้าง อย่าไปฟังแต่สื่อที่บิดเบือน โซเชียลมีเดียที่บิดเบือนหรือบางคนที่ออกมาพูดบิดเบือน ถ้าประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ  ถ้าไม่มีอะไรผิดกฎหมายมันจะมีอะไร ถ้ามีมูลก็ต้องไปสอบสวน วันนี้ยังไม่ทันเข้าอะไรเลย แค่ตั้งเรื่องขึ้นมาไปดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอนปกติ วันนี้ก็แอบอ้างกัน เรื่องความไม่เป็นธรรม ไม่ยุติธรรม เร่งรัดจนเกินไป ผมบอกแล้วว่าถ้าไม่ผิดก็คือไม่ผิด จะเร็วจะช้าถ้าไม่ผิดคือไม่ผิด ถึงจะเร็วหรือช้าแต่ถ้าผิดก็ต้องผิด นี่คือข้อเท็จจริง อย่าลืมข้อเท็จจริงเหล่านี้

เรื่องนโยบายการปราบปรามผู้มีอิทธิพล สืบเนื่องมาจากรัฐบาล ซึ่งผมมีความเป็นห่วงปัญหาสังคมในปัจจุบัน จะเห็นว่ามีโจร มิจฉาชีพมากขึ้น มีการใช้ความรุนแรง มีการใช้อาวุธสงครามเข้าแก้ปัญหา ไม่มีความหวาดกลัวกฎหมาย จะเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนกันหรืออย่างไร ขี่รถจักรยานยนต์แซงกันไป-มา ขับรถเก่งอะไรต่าง ๆ ก็ยกปืนเอามาขู่เขา ทำได้อย่างไรแบบนี้  ต้องไปอยู่ในป่าในเขานู้น ยังผิดกฎหมายเลย ทุกวันนี้ชักปืนออกมายิงเฉย ๆ ทะเลาะกันในครอบครัวก็เอาปืนมาฆ่ากัน ยิงกัน  สิ่งนี้ทำให้สังคมเสื่อมโทรม คนเราใช้อารมณ์เหนือเหตุผลมากขึ้นทุกวัน ใช้ความรู้สึกในการตัดสินใจ อันนี้คือสิ่งที่เป็นพิษเป็นภัยมาจากสื่อ จากโซเชียลมีเดียที่ไม่ดี ทำให้คนที่เห็นความรุนแรงเป็นเรื่องปกติธรรมดา เป็นการเร้า เขาเรียกว่าแรงขับเคลื่อน บางทีก็วัยรุ่นบ้าง เยาวชนบ้าง ทุกคนมีแรงขับเคลื่อนที่เหลือเฟืออยู่แล้ว พอมีเกมส์บ้าง เกมส์ออนไลน์บ้าง โซเชียลมีเดียบ้าง ฯลฯ ก็ทำให้ทุกคนคุ้นชินกับการใช้กำลัง คุ้นชินกับการทำลายล้างกันด้วยอาวุธในโลกที่อาจจะไม่เป็นจริงในโซเชียมีเดีย เรื่องการ์ตูนบ้าง อะไรบ้าง เกมส์ต่าง ๆ เหล่านี้ ทุกคนเลยมองเป็นเรื่องธรรมดาไปหมด ถ้าเราเห็นว่าต่างประเทศเขาเกิด เล่นเกมส์มาก ๆ ก็อยากไปใช้อาวุธจริง ๆ ก็สร้างการบาดเจ็บสูญเสียในโรงเรียนบ้าง ในสถานที่ต่าง ๆ บ้าง ทุกประเทศเกิดขึ้นหมดแล้ว นี่คืออันตรายที่เกิดขึ้นจากโซเชียมีเดียที่ไม่มีคุณภาพ ผมก็อยากจะมอบนโยบายให้ดำเนินการ ให้เจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร และประชาชนช่วยกันสร้างสภาวะแวดล้อมที่สงบเรียบร้อยและปลอดภัยให้สังคมกลับคือมาเป็นปกติ

สำหรับคำว่า “ผู้มีอิทธิพล” มีคำจำกัดความอยู่แล้ว ซึ่งหมายความถึง บุคคลที่จะมีความเชื่อมโยงกับการกระทำผิดกฎหมาย รวมความไปถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด แสวงประโยชน์ กดขี่ ข่มเหง พี่น้องชาวบ้านผู้บริสุทธิ์ – ไม่มีทางต่อสู้ ผู้มีอิทธิพลดังกล่าว มักจะเป็นเครือข่ายอาชญากร ซุ้มมือปืน และเป็นองค์ประกอบที่สำคัญด้วย เรื่องอาวุธสงครามหรืออะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่

นโยบายนี้ไม่ได้เป็นการไล่ล่าฆ่าฟันใคร เพียงแต่กำชับให้มีมาตรการที่เหมาะสมทางกฎหมาย เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเจ้าหน้าที่ อย่าปล่อยปละละเลย เราไม่จำเป็นต้องไปออกกฎหมายอะไรใหม่ ๆ อยู่แล้ว กฎหมายเดิมก็เพียงพออยู่แล้ว วันนี้เราก็มีมาตรา 44 อยู่แล้วด้วย ก็ไม่อยากให้ทุกคนมาต่อสู้กันอีกต่อไปในอนาคตด้วยอาวุธสงคราม หรือใช้ความรุนแรง รัฐบาลพยายามจะใช้กฎหมายอย่างดีที่สุด กฎหมายอื่น ๆ เรามีอยู่แล้ว เช่น กฎหมายยาเสพติด กฎหมายอาวุธเถื่อน น้ำมันเถื่อน ค้ามนุษย์ การลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าว ทุกอย่างมีกฎหมายหมดวันนี้ บางอันไม่มีก็มีในสมัยนี้ แต่ทุกคนก็ไม่ค่อยเคารพกฎหมาย สิ่งนี้อันตรายจะปฏิรูปอะไรไม่ได้ถ้าทุกคนไม่เคารพกฎหมาย ยังไม่รู้จักตัวตนของตนเอง การทวงหนี้ เก็บค่าคุ้มครอง บุกรุกป่า เป็นต้น  เป็นเรื่องที่ต้องกังวล สำหรับปุถุชนคนดีทั่วไป ทั้งนี้ เพื่อคืนความเป็นธรรมสู่สังคม สร้างชุมชนที่ปลอดภัย และลดสภาวะความหวาดระแวงของคนในชาติกับกฎหมาย ซึ่งเป็นพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย ต้องไม่ไปรบกวนคนอื่น ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เขาเรียกว่าประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ไม่ละเมิดสิทธิ์เขา และกฎหมายจะทำให้สังคมมีความเท่าเทียมกัน กฎหมายอันเดียวกัน

ทั้งหมดเหล่านี้ ขอให้สื่อต่าง ๆ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่ไปขยายความว่าเตรียมจะใช้อำนาจต่าง ๆ ไปใช้สร้างความรุนแรง ก็เขาเป็นคนที่ทำความผิดอยู่ เราก็ใช้กฎหมายผิดตรงไหนผมไม่เข้าใจ สื่อก็ไปเขียนเป็น Story ขึ้นมาอยู่เรื่อยทุกเรื่อง อะไรที่กำลังทำหรือทำไปแล้วเพื่อส่วนรวมก็นำเสนอแต่ข้อเรียกร้องที่ตรงกันข้ามมาตลอด ผมไม่เข้าใจว่าเป็นอย่างไร ผมไม่ศัตรูกับท่านอยู่แล้ว แต่ท่านก็ไม่เคยแก้ไขตัวเอง บางสื่อที่ชอบทำให้เกิดความขัดแย้ง ขยายความขัดแย้ง ไปจับเล็กจับน้อยมาตลอดเลย เปิดเฟซบุ้ก เว็บไซต์ให้คนมาคอมเม้นท์สิ่งที่เป็นความขัดแย้ง ทำไมท่านไม่เปิดเว็บไซต์ขึ้นมาแล้วทำให้สังคมปรองดองกัน ท่านไม่ช่วยผมเลย วันนี้ก็ต้องมาดูกัน สังคมต้องช่วยกันดูด้วยไม่อย่างนั้นปรองดองไม่ได้อยู่แล้ว พอเริ่มก็จะตีกันอีก เพราะฉะนั้นเราต้องดูความเข้มแข็งและยั่งยืนของประชาชนด้วย วันนี้งานค่อนข้างยากไปเรื่อย ๆ ระยะแรกเป็นงานที่แก้ในเชิงเดี่ยว สั่งอันนี้วันนี้แก้ วันนี้ใช้กำลังไปเท่านี้ ใช้กฎหมายก็จบ แต่จะกลับมาใหม่ถ้าเราไม่ช่วยกันดูแล แต่วันนี้งานในระยะที่ 2 มีการทับซ้อนกันมาก ไม่ว่าจะข้ามกระทรวง ข้ามกรม อะไรมาเกี่ยวข้องกับพลเรือน ตำรวจ ทหาร เกี่ยวกับกฎหมายก็ต้องแก้ไขหลายฉบับ ยากไปหมดตอนนี้ แถมยังมีคนที่ไม่เข้าใจมาต่อต้าน ไม่ทราบว่าด้วยเหตุผลอะไร เหตุผลประชาธิปไตยที่เขาพูดกันกับสิทธิมนุษยชนหรือไม่ แต่เคยเป็นห่วงคนที่เขาเดือดร้อนจากเรื่องเหล่านี้ไหม ที่รัฐพยายามจะแก้อยู่ ไม่เคยห่วง พูดแต่เรื่องเลือกตั้ง ประชาธิปไตย ผมไม่เคยไปเถียงท่านอยู่แล้ว อย่างไรก็ต้องเลือกตั้ง ฉะนั้นเรื่องอะไรที่ผิดกฎหมายก็ต้องผิดกฎหมาย ค่อย ๆ หาทางแก้ไขกัน ถ้าผิดมากก็แก้เร็ว ถ้าผิดช้าอย่างไรก็ต้องแก้ กฎหมายมีอยู่แล้วไม่เร็วไม่ช้า เดี๋ยวท่านไม่เข้าใจอีก ก็อยู่ในกรอบกฎหมาย หลายเรื่องปล่อยปละละเลยกันมานาน เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบด้วย ผมเองก็ต้องรับด้วย เพราะผมอยู่ในเหตุการณ์มาตลอด แต่ผมก็ให้รัฐบาลให้หน่วยงานเข้ามาดูแล เข้ามาร่วมมือกันมาตลอด วันนี้ผมเข้ามาบริหาร ผมจะต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้ ทุกคนช่วยกัน

การต่อต้านต่าง ๆ นั้น ขอร้องอย่ามาอ้างเหตุผลเลย อย่างมาโยงความผิดให้คนอื่น ไปไล่ฆ่าคนโน้นคนนี้ โจมตีกันไปกันมา ปรองดองกันไม่ได้หรอกถ้ายังไม่หยุด เรื่องของนิสิต – นักศึกษา ผมก็ได้ให้คนไปคุยกับครู อาจารย์ต่าง ๆ ขอร้องกันกรุณานึกถึงประเทศชาติด้วย อย่าเสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยวันหน้าก็เป็นประชาธิปไตยที่ทุกคนต้องการอยู่แล้ว วันนี้ท่านต้องรู้ว่าปัญหาประเทศอยู่ตรงไหน ที่ผ่านมาทุกคนมีแรงขับเคลื่อนที่แรงมากกมาย เมื่อมีคนมาให้ข้อมูลท่านไม่ถูกต้องก็ทำให้ท่านเคลื่อนไหวในทางที่ผิด และเป็นอันตรายกับตัวเอง พ่อแม่ กับอะไรก็แล้วแต่ และทำให้ประเทศชาติเสียหาย วันนี้มาคุยกัน เพราะเห็นรับปากว่าจะมาคุยกัน และร่วมกันปฏิรูป ขอบคุณล่วงหน้า

เรื่องการพัฒนา รัฐบาลให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืนในการประชุม ครม. ได้สั่งการไปแล้ว 3 เรื่องด้วยกัน ประกอบด้วย (1) เรื่องระบบการศึกษา ต้องให้ความสำคัญตั้งแต่เด็กเล็ก (0 – 3 ขวบ) ในช่วงที่สมองกำลังพัฒนาอย่างเต็มที่ เด็ก ๆ ทำอย่างไรจะไม่ป่วย ไม่เครียด จากสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย กดดัน การศึกษาทำอย่างไรจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มประสบการณ์ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน การทำงานเพื่อสังคม มีการพัฒนาวิชาชีพ พัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นต้น (2) เรื่องระบบสาธารณสุข ถ้าหากมีการบริหารจัดการได้ดี เงินที่มีอยู่จำนวนจำกัดนั้น ก็อาจจะช่วยส่งเสริมให้ทรัพยากรมนุษย์ของเรามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องการทำงาน การใช้จ่ายงบประมาณเพื่อจะใช้พัฒนาประเทศต่อไป ถ้าเราบริหารจัดการเงินต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ดีก็จะฉุดรั้งศักยภาพในทุก ๆ ด้าน เพราะทำให้คนป่วย เจ็บ ไม่มีเรี่ยวแรงทำงาน ต้องหาเงินมารักษา ก็เป็นหนี้อีกเช่นเดิม ประเทศก็เดือดร้อน วันหน้าก็กลายเป็นประเทศที่ป่วย ประเทศที่ไม่แข็งแรงตามไปด้วย และเรื่องต่อไป (3) เรื่องสิ่งแวดล้อม เราจะต้องมีการพัฒนาที่ยั่งยืน ไม่มีผลกระทบซึ่งกันและกัน ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะสิ่งแวดล้อมต้องอยู่กับเราอีกยาวนาน ต้องคู่กับมนุษย์ มนุษย์ต้องดูแลรักษา เขาก็ยังดูแลรักษาเรา ทั้งป่า น้ำ ระบบนิเวศน์ ต้องรักษาสมดุลกันให้ได้ อย่าให้เกิดพิษขึ้นมา วันหน้าจะอยู่กันไม่ได้ เพราะจะย้อนกลับมาทำร้ายพวกเรากันเอง เราจะต้องรักษาไว้ให้อนาคตด้วย ไม่ใช่ใช้จนหมดในยุคของเรา วันนี้ป่าน้อยลง ฝนก็น้อยลง ถ้าป่ายิ่งน้อยไปกว่านี้ ฝนก็จะไม่มีเลย วันหน้าลูกหลานจะอยู่อย่างไร

รัฐบาลนี้พยายามดำเนินการทุกอย่างตามแนวทางหลักการของ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” เป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน และนำแนวคิดของประชาคมโลกมาดำเนินการขับเคลื่อนด้วยผ่านกรอบความร่วมมือต่าง ๆ เพราะฉะนั้นเราจะต้องพึ่งพาซึ่งกันและกันอยู่แล้วในโลกใบนี้ ประเทศไทยจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่ได้

เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง คือ การจัดหาเงินที่ไม่ได้รับของรัฐบาล เรามีรายจ่ายมากกมาย รายได้รัฐก็มาจากการเก็บภาษี ภาษีบุคคล นิติบุคคล หรือภาษีอื่น ๆ หลายอย่างด้วยกัน ผมก็อยากทำความเข้าใจวันนี้ไม่อย่างนั้นก็ขัดแย้งเรื่องนี้กันอีกต่อไป ฟังก่อนผมไม่ได้หมายความว่าผมจะเก็บภาษีท่านวันนี้ยังทำไม่ได้ แต่อยากให้คิดดูว่าเราจะทำอย่างไรให้ประเทศเราดีขึ้น เรามีรายจ่ายที่ชัดเจน ทั้งงบประจำ งบลงทุน ซึ่งแปรเปลี่ยนไปตามมากน้อย งบเร่งด่วน ที่แก้ปัญหาภัยพิบัติ ความเดือดร้อนต่าง ๆ เหล่านี้ และงบสุทธิเราใช้ส่วนใหญ่ จะเห็นว่ากระทรวงศึกษาธิการก็ใช้มาก คือ งบการศึกษาฟรีด้วย อะไรด้วย ก็เป็นสิ่งที่ดี มีการปฐมพยาบาลฟรี รักษาพยาบาลฟรี กระทรวงศึกษาธิการระดับ 2 ทั้ง 2 อันผมไม่ได้ว่าไม่ดี แต่ทำอย่างไรเราจะมีเงินมาสนับสนุนให้มากกว่านี้ ทำอย่างไรจะทำให้เกิดความเป็นธรรมทั่วถึงมากกว่านี้ ไม่ทำให้ระบบการรักษาพยาบาลเสียหาย โรงพยาบาลต่าง ๆ จะต้องไม่เป็นหนี้สิน ต้องช่วยกันคิด ถ้าท่านอยากได้อย่างเดียวแต่ท่านไม่ร่วมมือ ไม่ช่วยเหลือ ก็ทำอะไรไม่ได้ การปรับปรุงประสิทธิภาพก็ไม่ได้ หมอ พยาบาลก็ไม่มีสตางค์ ไม่มีเงินผลิตมาพัฒนาโรงพยาบาล ทุกคนก็ต้องหนีไปอยู่นู่น ไปเข้าคลินิก แล้วก็บ่นว่าแพงอีก จะให้ผมทำอย่างไร งบประมาณใช้มากขึ้นทุกวัน ๆ คนมากขึ้น เรื่องก็เยอะขึ้น การพัฒนาก็ต้องทำ การลงทุนก็ต้องทำเพื่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น อัตราโครงสร้างภาษีเราไม่เคยได้รับการปรับปรุงอย่างเป็นระบบ ค่อนข้างจะสับสนอลหม่านพอสมควร ยุ่งยาก อีกประการหนึ่งคือจัดเก็บไม่ได้ เพราะความไม่ซื่อสัตย์ต่อกันมีการโกงภาษี รายได้ปัจจุบันเราได้มาจากภาษีบุคคลธรรมดา ปัจจุบันยื่นแบบ ภ.ง.ด. ไว้เพียง 10 ล้านคน แต่เช็คแล้วตัวเลขคร่าว ๆ วันนี้ที่เสียภาษีจริง ๆ แค่ 3.5 ล้านคน ได้รับยกเว้นภาษี ประมาณ 6.5 ล้านคน ที่มีรายชื่ออยู่ นิติบุคคล 1.5 ล้านราย หรือเกือบ 2 ล้านรายในขณะนี้ จ่ายภาษีเพียง 6 แสนราย ใน 6 แสนรายก็มีทั้งที่ถูกต้องและไม่ถูกต้อง เสนอตรงบ้างไม่ตรงบ้าง อีกอันหนึ่งคือภาษีบำรุงท้องถิ่นที่เก็บได้เอง ตามหลักเกณฑ์เก่าปี 2520 พ.ร.บ. เดิม มีการพัฒนาหลายอย่างมาแล้วแต่เก็บเท่าเดิมอยู่ 30 กว่าปีแล้วนอกจากเก็บได้น้อย ยังเก็บได้ไม่ครบอีกด้วย ไม่มีประสิทธิภาพในการจัดเก็บ ก็ต้องปรับดูแลกันทั้งหมด ทำให้รัฐต้องเสียงบประมาณในการอุดหนุนอีกประมาณ 2 แสนล้านบาท ทำให้รายได้ต่าง ๆ ที่รัฐต้องเก็บไว้ตรงกลางทั้งงบประจำ งบลงทุน และงบแก้ปัญหาคือ งบกลางที่จะทำตามนโยบายเร่งด่วนแก้ปัญหาประชาชนลดลงมาทั้งหมด เพราะทุกอย่างถ่วงกันหมด รายได้ไม่มี การลงทุนต่าง ๆ ก็จำเป็นทั้งถนน รถไฟ รถไฟฟ้า ท่าเรือ สนามบิน ฯลฯ วันนี้ราคาแพงหมด เราทำเองไม่ได้ ก็ต้องสร้างความเข้มแข็ง ระยะแรกอาจจะร่วมมือ ต้องซื้อมา วันหน้าต้องทำเองทั้งหมด ทำให้ได้ด้วยการวิจัยและพัฒนา การทำสัญญากับใครก็ต้องมาร่วมมือกัน ถ่ายทอดเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็แล้วแต่

เรื่องราคาสินค้าการเกษตรก็ลดลงไปอีก รายได้ก็ลด แล้วทำอย่างไร เราแข่งขันกับใครไม่ได้  เกษตรกรมีรายได้น้อยก็เดือดร้อน รัฐก็ต้องหาเงินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ก็เหมือนงูกินหาง จะทำอย่างไร ฝากคิดเท่านั้นเอง วันนี้ฝากคิดไปก่อน วันหน้าจะทำอย่างไรเมื่อวันหน้าสถานการณ์ดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ควรจะต้องเสียมากขึ้นไหม ที่ไม่เดือดร้อนให้เกิดความเป็นธรรม ถ้ารายได้น้อย ๆ จะเสียอะไรมากมายขนาดนั้นไม่ได้ ก็เข้าใจว่าอยากให้บ้านเมืองเจริญ เราก็ต้องหาเงินให้มากขึ้นในวิธีทางที่ถูกต้อง การเรียกร้องต่าง ๆ 2 – 3 วันที่ผ่านมาจะเห็นว่าเรียกอันโน้นเรียกอันนี้ ขออันนี้ยื่นคำขาดกับผม ผมไม่ให้ท่านมายื่นคำขาดกับผม ยื่นไม่ได้ สถานการณ์ไม่ปกติอยู่แล้ว ท่านมาบอกผม แล้วผมจะหาทางแก้ให้ ถ้ากดดันไม่มีได้อะไรทั้งสิ้น ผมไม่ให้ ต้องเข้าใจ  นึกถึงคนอื่นเขาบ้าง เรื่องภาษี VAT เหมือนกัน ประชาชนอาจจะไม่เสียภาษีบุคคลเพราะว่ารายได้ไม่ถึง แต่ท่านก็เสียภาษี VAT 7% ทุกคนเสียหมดในการซื้อของอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่จะบวกภาษี VAT 7% วันนี้ 7% มากี่ปีแล้ว ทั้งที่ควรจะขึ้นก็ขึ้นไม่ได้

วันหน้าถ้าหากรายได้ดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น เข้มแข็งขึ้น ยั่งยืนขึ้น ทุกคนก็จะมีเงินรายได้มากขึ้นในการซื้อของ อาจจะต้องขึ้นบ้าง แต่จะขึ้นเท่าไหร่ยังไม่รู้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ แค่ขึ้น 1% ได้เงินมาแสนกว่าล้านบาท แต่ก็ขึ้นไม่ได้ ทำอย่างไร ก็มีแต่จ่าย ๆ ทุกวัน การลงทุนต่าง ๆ เราต้องทำ ถ้าเราไม่ลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน รถไฟ รถไฟฟ้า การประปา ฯลฯ คนไม่มาลงทุนบ้านเราหรอกครับ วันนี้ที่เขามาเพราะเรามีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ดีพอสมควร แต่เราต้องทำให้ดีกว่านี้ ไม่อย่างนั้นเราจะเข้มแข็ง หรือแข่งขันกับประเทศอื่นที่เขากำลังพัฒนาไม่ได้เหมือนกัน วันนี้บ้านเราก็แออัดขึ้น ถนนหนทางก็จำกัด การขนส่งก็มีปัญหา อยากจะฝากไว้ด้วย ฝากคิดไว้ก่อนเรื่องภาษี ทำอย่างไรจะมีเงินมาบริหารงานแผ่นดิน ดูแลประชาชนที่รายได้น้อยให้มีรายได้สูงขึ้น เข้าระบบภาษี ทุกคนอย่าไปกลัวคำว่าภาษี ถ้ามีเงินก็ต้องเสียสละกัน ผมยังเสียภาษีครบมาตลอด ข้าราชการทุกคน พลเรือน ตำรวจ ทหารเสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วยมา ทุกคนเลี่ยงไม่ได้เพราะตัดจ่ายตั้งแต่ที่ได้รับเงินเดือนแล้ว

อยากถือโอกาสนี้ ประชาสัมพันธ์ในวันออมแห่งชาติ วันที่ 31 ตุลาคมของทุกปีกำหนดเป็น “วันออมแห่งชาติ”ถือโอกาสว่าจะทำอย่างไรที่จะส่งเสริมการออม วัฒนธรรมการออมของรัฐ จากการสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานสถิติแห่งชาติ และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า 41% ของประชาชน ยังไม่มีการเก็บออมไว้ใช้ในยามชรา ผมเข้าใจว่าจะมีให้เก็บได้อย่างไร เพราะรายได้ยังไม่พอใช้เลย ผมเพียงแต่พูดให้ฟังว่า ทำอย่างไรเราจะมีเงินเก็บออม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วง มากกว่า 56% ของประชาชนที่ตอบแบบสำรวจไม่คิดว่าตนเองมีเงินออมเพียงพอไว้ใช้ในยามชรา และมากกว่า 52% ของคนชราพึ่งตนเองไม่ได้ วันหน้าประเทศเราต้องเป็นสังคมสูงอายุมากขึ้น มีอย่างเดียวตอนนี้ คือต้องอาศัยเบี้ยยังชีพ และลูกหลานช่วยเลี้ยงดู ลูกหลานไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ที่เพียงพอก็ไม่ได้เลี้ยงพ่อแม่ ไม่มีปัญญาก็เป็นภาระกันไปกันมา แต่ก็ต้องทำ ลูกหลานก็ต้องดูแลพ่อแม่ พี่น้องด้วย ความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญ มาก-น้อยก็ต้องดูแลท่าน ท่านเลี้ยงเรามาตั้งแต่เด็ก

เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่ว่าจะเป็นคนวัยทำงาน นักเรียน และนักศึกษาก็มีความจำเป็นที่ต้องให้ความสำคัญกับ “การออมวันนี้ เพื่ออนาคต” เพราะหากไม่ออมวันนี้ วันหน้าก็มีปัญหา เริ่มออมตั้งแต่เด็ก แล้วแก่ตัวจะไม่ลำบาก ปัจจุบันออมกันน้อยก็น่าเป็นห่วง สำหรับการออมมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ควรมีการจัดทำบัญชีค่าใช้จ่ายของตนที่เรียกว่า “บัญชีครัวเรือน” เพื่อเสริมวินัยการออม และสร้างความฉลาดเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการเงินอีกด้วย ซึ่งการเงินในครอบครัวก็มีความจำเป็น ทำอย่างไรจะไม่เป็นหนี้นอกระบบ หนี้ครัวเรือน หนี้บัตรเครดิต สิ่งเหล่านี้ทำให้ตัวเลขสัดส่วนของหนี้สูงขึ้นทุกที แต่เป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ก็ต้องมาดูว่าทำอย่างไรประชาชนจะมีหนี้น้อยลง ต้องกลับมาสู่ความพอเพียงก่อน ช่วยกันรักษาวินัย เรื่องการใช้เงิน ลูกก็ต้องช่วยพ่อแม่ ลูกสำคัญ พ่อแม่รักลูกทุกคน ลูกขออะไรก็ต้องหามาให้จนได้

ที่ผ่านมา รัฐบาลได้ผลักดันให้ กอช. (กองทุนการออมแห่งชาติ) เปิดรับสมาชิกได้ ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2558 เราก็ตั้งเป้าหมายไว้ล่วงหน้า แต่ในปัจจุบันนั้นทราบว่าสมาชิกสูงกว่าเป้าหมายที่คาดไว้ในปี 2558 คือ 340,000 ราย เป็นพี่น้องเกษตรกรกว่าร้อยละ 70  และร้อยละ 95 เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป สำหรับเป้าหมายใน 2559 อยู่ที่ 1.5 ล้านคน อยากให้มากขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาลไม่ได้ให้ท่านออมคนเดียว รัฐบาลต้องจ่ายเงินสบทบให้ท่านด้วย เวลาจ่ายคืนจะได้มากขึ้นกว่าที่ท่านฝากไว้

ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ได้รับสวัสดิการต่าง ๆ จากรัฐบาล ซึ่งมีกติกากันอยู่ก็ขอให้สมัครเข้าเป็นสมาชิก กอช. ต้องช่วยตนเองด้วย อย่าหวังให้แต่คนอื่นเขาช่วยตลอดเวลา ไม่ยั่งยืน ต้องสร้างหลักประกันในอนาคต สำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ขึ้นไป รัฐบาลก็ได้เปิดโอกาสให้สมัครเป็นสมาชิก กอช. ได้ภายใน 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 26 กันยายนปีนี้ (2558) ไปจนถึง วันที่ 25 กันยายน ปีหน้า (2559) ลูกหลานก็สามารถสมัครให้กับพ่อและแม่ได้ รายได้อาจจะมีไม่มากนักก็ค่อยให้ไป สะสมไม่ได้จำกัดจำนวนอยู่แล้ว ไม่ได้เท่ากันทุกเดือนด้วยซ้ำไป รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  (ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสิน

ธ.ก.ส. ก็จะมีกิจกรรมส่งเสริมการออมใน “วันการออมแห่งชาติ” โดยมีการระดมเงินออมจากเกษตรกร และประชาชนทั่วไป ที่ไม่ได้อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญของภาครัฐหรือเอกชน และสามารถสะสมเงินวันละเล็กวันละน้อย เพื่อรับบำนาญไว้ใช้ในอนาคต และเป็นหลักประกันในการดำรงชีพยามชรา พร้อมจัดกิจกรรม โครงการ “เกษตรสุขภาพดี กับ ธ.ก.ส.” ส่งเสริมด้านสุขภาพของลูกค้าเกษตกร ระหว่างวันที่ 2 - 6 พฤศจิกายน 2558 ที่สำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดฉะเชิงเทรา

สุดท้ายนี้ สำหรับผลการดำเนินงานตลาดคลองผดุงกรุงเกษมที่เพิ่งจบไปในห้วงนี้ ทั้งงาน “นวัตกรรมและเทคโนโลยีไทยเพื่อ SMEs” และ งานตลาด “สุดยอด SMEs ของดีทั่วไทย” ได้รับความสนใจจากกลุ่มเป้าหมาย ประชาชนเป็นที่น่าพอใจ มีผู้เข้าชมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 65,000 คน มียอดการสั่งซื้อนวัตกรรมและเทคโนโลยีสูงถึง 160 ล้านบาท และมีการหมุนเวียนของเม็ดเงินในการจับจ่ายใช้สอย ภายในงาน เป็นเงินกว่า 17 ล้านบาท นับเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs นักวิจัย นักพัฒนา นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงผลงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ รวมถึงผู้ผลิตสินค้าและผู้ขายสินค้า ได้มีโอกาสซื้อขายสินค้าและมีความรู้ในเรื่องนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ฯ อีกทั้ง การสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้แก่เยาวชนและประชาชนทุกคนได้เห็นคุณค่ามีการเลือกใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถตอบสนองความต้องการและการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม และยั่งยืน โดยหลักการทางวิทยาศาสตร์ ที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทุกคนอยู่กับวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น ตื่นมาก็ต้องเจอวิทยาศาสตร์ แสง สี เสียง พลังงานทั้งหมดคือวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น ซึ่งจะช่วยตอบโจทย์การมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของคนไทย และเป็นต้นแบบหนึ่ง ที่จะสานต่อให้งานคลองผดุงกรุงเกษมเดินหน้าอย่างต่อเนื่องต่อไปอีกด้วย ขอบคุณครับ ขอให้ทุกคนมีความสุขในวันหยุดสุดสัปดาห์ สวัสดีครับ

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์