ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุปมอุทยานราชภักดิ์ หากไม่มีผู้ร้องก็ไม่สามารถดำเนินการได้

18 พ.ย. 2558 นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวถึงการตรวจสอบทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า หากมีการยื่นเรื่องมายังผู้ตรวจการแผ่นดินก็สามารถเข้าไปตรวจสอบเกี่ยวกับการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐและจริยธรรมในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องในโครงการดังกล่าวว่าประพฤติมิชอบหรือไม่ แต่หากไม่มีผู้ร้อง ก็ไม่สามารถดำเนินการได้ หรือหากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาแล้ว ผู้ตรวจการแผ่นดินจะไม่เข้าไปตรวจสอบซ้ำ เพราะถือเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของ ป.ป.ช. และเป็นการทำงานซ้ำซ้อน แต่เบื้องต้นเรื่องดังกล่าวถือว่าอยู่ในขอบเขตและอำนาจที่ผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถจะพิจารณาได้ อย่างไรก็ตาม หากตรวจสอบพบว่ามีปัญหา จะทำรายงานเสนอผู้บังคับบัญชาให้รับทราบพิจารณาความผิด

เชื่อ กก.ตรวจสอบฯ ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. หากพบ จนท.รัฐเกี่ยวข้องทุจริต

วันเดียวกัน นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงการตรวจสอบโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ว่า ขณะนี้ต้องรอผลการตรวจสอบจากคณะกรรมการตรวจสอบโครงการอุทยานราชภักดิ์ของกองทัพบกก่อน ขณะที่ ป.ป.ช.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ร่วมแสวงหาข้อมูลควบคู่ เพื่อประกอบการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ซึ่ง ป.ป.ช.อาจพบข้อมูลที่น่าสงสัยเอง หรือจากรายงานของกองทัพก็ได้ แต่ยังไม่ใช่การตั้งข้อร้องเรียน

นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า ในส่วนของเงินที่ใช้ในการก่อสร้าง ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นเงินบริจาคหรือเงินงบประมาณจากรัฐบาล ซึ่งแม้จะเป็นเงินบริจาคของมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ก็จะต้องพิจารณาว่ามูลนิธิฯ ใช้เงินเพื่อวัตถุประสงค์อะไร โดยหากให้เพื่อประโยชน์ของรัฐก็ต้องนำเงินเข้าตามระบบราชการ

“หากมีข้าราชการของกระทรวงกลาโหมเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ป.ป.ช.จะต้องดูว่าบุคคลดังกล่าวมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการอย่างไร และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ โดยยืนยันว่า ป.ป.ช.จะติดตามการตรวจสอบของคณะกรรมการฯ  รวมถึงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง กองทัพจะต้องส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.มาดำเนินการตามขั้นตอนอยู่แล้ว หากเป็นความผิดทางอาญาจะต้องส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” นายสรรเสริญ กล่าว

นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า หากมีผู้ร้องเรียนกับ ป.ป.ช.ในเรื่องดังกล่าว จะต้องตรวจสอบว่าพยานหลักฐานเพียงพอหรือไม่ และผู้ถูกร้องเรียนเป็นใคร หากพบว่าการร้องเรียนนั้นมีมูล ป.ป.ช.มีสิทธิ์รับเรื่องมาพิจารณาได้ทันที

ที่มา : สำนักข่าวไทย

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์