ประยุทธ์ขออย่าขยาย ‘ปมราชภักดิ์’ ชี้จะเป็นเครื่องมือให้แก่อีกพวกหนึ่ง

แนะให้มองเป็นเคสธรรมดา ที่มันเริ่มจากคนที่ใกล้ชิดสถาบันฯ มาหลอกลวงคนข้างนอกในโครงการราชภักดิ์ ชี้เกี่ยว ม.112 แต่ต้องระวังคนเลวๆ ที่พยายามหาโอกาสอยู่กับมาตราสำคัญนี้ที่มีไว้ปกป้องพระองค์ ระบุให้ความเป็นธรรม ถ้ายังไม่มีการตัดสินก็ต้องถือว่าผู้ต้องหาบริสุทธิ์หมด

 

24 พ.ย. 2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ หัวหน้า คสช.  กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างแถลงข่าวหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีอุทยานราชภักดิ์ ว่า

“เรื่องราชภักดิ์ ผมก็ขอร้องเถอะวันนี้อย่าไปขยายกันมากนักเลย ก็ไปเป็นเครื่องมือให้แก่อีกคนหนึ่งอีกพวกหนึ่ง มันก็สู่กันไปกันมา ผมยืนยันว่าผมไม่ได้เข้าข้างใคร ไม่ได้ปกปิดใคร ทำไมผมต้องปกปิด ตัวผมเองผมยังไม่ปิดแล้วจะปิดให้ใครทำไม

เพราะฉะนั้นขอให้มองประเด็นนี้เป็นประเด็นเคสธรรมดาอันหนึ่งก็คือ หนึ่งมันเริ่มจากที่มีคนที่ใกล้ชิดสถาบันมาหลอกลวงคนข้างนอกในโครงการราชภักดิ์ ผมถามว่าทุกคนหรือเปล่า ก็ไม่ใช่นะ มันก็มีคนที่ถูกร้องทุกข์กล่าวโทษเท่านั้นล่ะที่ทำ เพราะฉะนั้นผมก็ไม่ได้ปิดกั้นจะสอบคนเหล่านั้นก็สอบไปสิ แต่ไม่ใช่รื้อทั้งกองทัพบก มันไม่ใช่มันคนละเรื่องกัน เพราะฉะนั้นอย่าไปเป็นเครื่องมือให้เขา ทุกอย่างที่ทำมามันก็ยังเป็นขั้นตอนตามกฎหมายอยู่ แต่อีกฝ่ายก็พยายามดึงไปเทียบเคียงอีกคดีหนึ่งไง ซึ่งมันคนละเรื่องคนละประเด็นกันทั้งหมดเลยนะ โดยสิ้นเชิง

วันนี้ท่านรัฐมนตรีกลาโหมก็กำลังสั่งคณะกรรมการสอบสวนอีกระดับ กองทัพไปแล้ว กลาโหมก็ไปแล้ว ก็จบแล้วในขั้นตอนนี้ถ้าใช่ไม่ใช่ยังไง ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) สตง. (สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน) ก็ต้องสอบกันต่ออยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวหรอก แต่ก็ต้องสอบในสิ่งที่มันเกี่ยวข้องไม่ใช่เละไปทั้งหมดเพื่อเป็นการแก้แค้นมันไม่ใช่ เพราะว่าผมไม่ได้แก้แค้นใคร นะ พอได้แล้ว เพราะว่ามันเกี่ยวข้องกับมาตรา 112 ด้วยอะไรด้วย เดี๋ยวต่างชาติไม่เข้าใจจะไปกันใหญ่ ไอ้ผมไม่ได้ห่วงตรงนี้ ผมห่วงกฎหมายเราด้วย ก็รู้อยู่ไอ้คนเลวๆ มันพยายามจะหาโอกาสอยู่เรื่องมาตราสำคัญของเรานะ ถ้าไม่มีล่ะก็สถาบันปกป้องพระองค์เองไม่ได้เลย ท่านมาฟ้องศาลเองก็ไม่ได้อะไรก็ไม่ได้ นี่เขามีไว้สำหรับปกป้องท่าน พระองค์ท่าน แต่ไอ้คนจะเอามาใช้ประโยชน์มันก็เรื่องของมนุษย์เรื่องของคนท่านก็ทรงรับสั่งมาแล้วนะว่าไม่ว่าคนใกล้ชิดคนอะไรต่างๆ ถ้าทำความผิดก็ต้องถูกลงโทษ นี่ล่ะคือสิ่งที่ทรงรับสั่งมาโดยตลอด ให้ความเป็นธรรมกับเขา ถ้าไม่ดีก็ต้องลงโทษ ยิ่งใกล้ก็ต้องลงโทษ เพราะว่าถ้าผิดนะ ไม่ผิดก็แล้วไป

อย่าทำทุกอย่างพัวพันกันไปเสียทั้งหมดเลย ถามรายวันรายวันจนกระทั่งทำงานไม่ได้ ข้าราชการเขาก็ลำบาก ก็ผิดก็คือผิด ผิดวันนี้สอบวันนี้มันก็ผิด แล้วคดีความมันมีเท่าไหร่ ถ้าคดีมันน้อยมันก็ต้องเร่งให้เร็ว นั่นก็เรื่องของกระบวนการยุติธรรมเขา อย่ามาเปรียบเทียบกันว่าอันนี้ทำไมเร็ว อันนี้ทำไมช้า ไม่ใช่ เพราะคดีของทางโน้นมันเป็นมากี่ปีแล้วเล่า มีการแจ้งเตือนมากี่ปีแล้ว แล้วทำไม ไม่ทำ ไอ้นี้พึ่งเกิดมาเร็วๆ นี้ เขากำลังเดินหน้าสอบไปเรื่อยๆ อยู่ ก็จบแค่นั้น มันคนละเรื่อง เข้าใจหน่อย ผมไม่ปกปิดใครอยู่แล้ว

แล้วก็มันเป็นโครงการหนึ่งในหลายร้อยหลายพันโครงการของกองทัพบกก่อน และเป็นอีกหนึ่งในหลายๆ พันโครงการของกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีทุกเหล่าทัพ ไม่ใช่ว่าเอออันนี้มันเป็นอย่างนี้ อันนี้ส่วนหนึ่งของโครงการเดียวก็กลายเป็นทั้งกลาโหมหมด ทั้งทหารหมด มันไม่ใช่นะ ผมว่าไม่ใช่ ถ้างั้นกฎหมายต้องเขียนใหม่ว่าถ้ามีอะไรขึ้นมาปุ๊บตรงนี้มันต้อสอบทั้งหมดทั้งกระทรวงทุกหน่วยงาน มันต้องเขียนแบบนั้นเนอะ กฎหมายเขาไม่ได้เป็นแบบนั้น ให้ความเป็นธรรมทุกเรื่องถ้ายังไม่มีการตัดสินก็ต้องถือว่าผู้ต้องหาบริสุทธิ์หมดล่ะ นี่เรื่องเจตนารมณ์ของกฎหมายให้เขามีโอกาสแก้ตัว มีโอกาสชี้แจง กองทัพบกชี้แจงยังไงก็ฟังเขา เดี๋ยวกระทรวงกลาโหมเขาก็มีวิจารณาญาณเขาเพียงพอต้องทำอะไรต่อ ยุติธรรมเขาก็คุยกันว่าเดียวจะทำอะไรต่อ ถ้าจำเป็นก็ต้องทำ มันก็ต้องทำหมดมันเว้นได้ที่ไหน

พอแล้ว ผมขี้เกียจพูดเรื่องนี้นะ มันเสียหายอะไรบ้าง คงเข้าใจ”

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พื้นที่ประชาสัมพันธ์