ทนายธนกฤตทวงสัญญาตำรวจขีดเส้น 7 วัน ถอนแจ้งความทหาร แลก ไม่โดน 112

 

4 ธ.ค.2558 เวลาประมาณ 14.30 น. เบญจรัตน์ มีเทียน ทนายความของนายธนกฤต ทองเงินเพิ่ม 1 ในผู้ถูกกล่าวหาเตรียมการป่วนกิจกรรมสำคัญ ได้เดินทางมายังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อขอเข้าพบ พ.ต.ท.มิ่งมนตรี ศิริพงษ์ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการ ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบคดีที่ก่อนหน้านี้เบญจรัตน์ได้แจ้งความกล่าวโทษกับคณะพนักงานสอบสวนที่ออกหมายจับนายธนกฤต ในความผิดฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่, แจ้งความเท็จและหมิ่นประมาทต่อนายธนกฤต

เบญจรัตน์กล่าวว่า เธอเป็นตัวแทนของลูกความมาทวงถามสัญญาต่อตำรวจเจ้าของคดี เพราะก่อนหน้านี้ตำรวจเจ้าของคดีได้เดินทางไปเข้าพบและเจรจากับนายธนกฤตที่เรือนจำขอนแก่น การเจรจามีข้อสรุปว่าหากนายธนกฤตยอมถอนแจ้งความ ไม่เอาความผิดกับ พล.ต.วิจารณ์ จดแตง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล และคณะที่ทำการสอบสวนและออกหมายจับ ทางตำรวจก็จะไม่แจ้งความเอาผิดตามมาตรา 112 ต่อนายธนกฤตเช่นกัน นายธนกฤตจึงได้ยินยอมเซ็นการถอนแจ้งความ แต่ขณะนี้ไม่ทราบแน่ชัดว่าข้อตกลงดังกล่าวยังมีผลอยู่หรือไม่ ลูกความของเธอจึงต้องการการยืนยัน โดยขอให้ตำรวจมีท่าทีชัดเจนว่าจะไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 แก่นายธนกฤตภายใน 7 วัน ไม่เช่นนั้นตัวเธอในฐานะทนายที่ได้รับมอบอำนาจทางกฎหมายจากลูกความก็จะเข้าทำการแจ้งความเอาผิดกับ พล.ต.วิจารณ์ และพล.ต.อ.ศรีวราห์ ต่อไป

เบญจรัตน์ กล่าวต่อว่า ในการมาครั้งนี้ได้รับแจ้งจากนายร้อยเวรประจำกองบังคับการปราบปรามว่า พ.ต.ท.มิ่งมนตรี เจ้าของคดีไม่อยู่ และนายร้อยเวรได้เสนอว่าต้องการพบกับ "ผู้ใหญ่" หรือไม่ เธอตอบว่าไม่ต้องการพบ แต่ขอให้นายร้อยเวรบันทึกข้อความที่เธอนำมาเพื่อเสนอต่อ พ.ต.ท.มิ่งมนตรี

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เบญจรัตน์เปิดเผยด้วยว่าหลังจากที่ได้เดินทางเข้าพบนายธนกฤตด้วยตัวเอง นายธนกฤตได้ยอมรับว่าได้เซ็นถอนแจ้งความในคดีดังกล่าวไปแล้ว แต่ต่อมานายธนกฤตได้ทราบข่าวจากภายในเรือนจำว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจยังยืนยันที่จะแจ้งความเอาผิดต่อตัวเขาอยู่จึงได้ทำหนังสือมอบอำนาจต่อทนายความอีกครั้งเพื่อให้เป็นตัวแทนในการฟ้องร้องเอาผิดต่อผู้ที่กล่าวหาสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อตัวเขา ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเป็นเช่นนั้นการยืดเวลาการดำเนินคดีตามที่ธนกฤตต้องการออกไปอีก 7 วัน จะเป็นการผิดต่อเจตนาของลูกความซึ่งเป็นผู้เสียหายหรือไม่ เบญจรัตน์กล่าวว่า การยืดเวลาดังกล่าวเป็นการให้เวลาให้ฝ่ายผู้มีอำนาจเพื่อให้มีท่าทีที่ชัดเจน และหากเป็นไปได้ทนายความก็ไม่อยากให้ลูกความต้องถูกฟ้องร้องเอาผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112

ทั้งนี้เหตุการณ์แจ้งความกล่าวโทษทหารตำรวจที่ออกหมายจับโดยทนายความของนายธนกฤตนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากนายธนกฤตยังอยู่ในเรือนจำและเขายืนยันว่าไม่มีส่วนรู้เห็นต่อเรื่องการวางแผนป่วนกิจกรรมสำคัญตามที่ถูกกล่าวหา ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์