‘วีระ’ ยื่น ป.ป.ช. สอบปมราชภักดิ์ 'เรืองไกร' จี้สตง.เรียกเงินคืน 46 ล้าน

8 ธ.ค.2558 นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น มายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ผ่านนายสุทธิ บุญมี ผู้อำนวยการสำนักการข่าวและกิจการพิเศษ โดยขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์ที่มี พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหมในขณะนั้น และพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกและผู้เกี่ยวข้อง กรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต เป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 123 / 1 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐมาตรา 7 และมาตรา 12

หนังสือดังกล่าวยังระบุว่า การที่พล.อ.อุดมเดชไม่ตรวจสอบและลงโทษข้าราชการทหารของกองทัพบกที่มีส่วนพัวพันการทุจริต ซึ่งอาจเกี่ยวกับการเรียกรับเงินของเซียนพระจากเจ้าของโรงหล่อ 4 โรง จึงถือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการจัดตั้งมูลนิธิราชภักดิ์ อาจเป็นการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบเงินที่ได้รับบริจาค และเป็นช่องทางเพื่อทุจริตเงินบริจาคสนับสนุนการก่อสร้างอุทยาน จึงขอให้ป.ป.ช.ตรวจสอบเงินที่ได้รับบริจาคว่ามียอดรวมทั้งหมดจำนวนเท่าใดตรงกับใบเสร็จที่ออกไปหรือไม่

'เรืองไกร' จี้เรียกเงินคืน สร้างอุทยานราชภักดิ์ 46 ล้าน

ขณะที่วันเดียวกัน(8 ธ.ค.58) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือให้ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เรียกเงินคืนจากโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ จำนวน 46,943,800 บาท จากที่ได้ติดตามตรวจสอบโครงการ พบว่า อาจมีการใช้งบประมาณแผ่นดินไปในลักษณะผิดประเภท หรือผิดวัตถุประสงค์หรือไม่เนื่องจากมีการใช้งบกลางไปจัดหาวัสดุคือหินอ่อนและหินแกรนิต เพื่อใช้ประกอบการก่อสร้างฐานแท่น และลานบันไดในโครงการอุทยานราชภักดิ์ กรณีดังกล่าวมีการระบุว่าเป็นการจัดหาวัสดุที่เป็นทรัพย์สินถาวรใหม่ของกองทัพบก

แต่ในความเป็นจริงกลับนำทรัพย์สินนั้นไปติดตั้งบนทรัพย์สินถาวรของอุทยานราชภักดิ์ ซึ่งถือเป็นหน่วยงานอื่นที่ไม่ใช่กองทัพบก กรณีดังกล่าวอาจมีลักษณะที่หลีกเลี่ยงระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และไม่เป็นการรักษาวินัยการเงินการคลังที่ดีหรือไม่นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า ในการใช้เงินลักษณะที่คล้ายกัน สตง. เคยมีหนังสือทักท้วงมาแล้ว เห็นได้จากหนังสือด่วนมากที่ ตผ 0004/ 3484 ลงวันที่ 29 ก.ค. 2551 เรื่องการจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ เพื่อให้หน่วยงานราชการอื่นยืมใช้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่อมา สตง. ทักท้วงว่า ทำไม่ได้

ดังนั้นกรณีการใช้งบกลางของกองทัพบกไปจัดหาทรัพย์สินถาวรให้หน่วยงานอื่นได้กรรมสิทธิ์ไปเลยนั้น น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องจึงขอนำเรื่องดังกล่าวมาเป็นบรรทัดฐาน เพื่อให้ สตง. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ตรวจสอบ ว่า จะต้องมีการเรียกเงินแผ่นดินคืน 46,943,800 บาท จากการใช้งบประมาณแผ่นดินในโครงการอุทยานราชภักดิ์หรือไม่อย่างไรก็ตาม นายเรืองไกร ยืนยันว่า ตนไม่มีหน้าที่ไปชี้ถูกหรือผิด เพราะเป็นหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตนเพียงยื่นเอกสารทางราชการ และมองว่าสตง.ทำงานได้รวดเร็ว อีกทั้งกองทัพและคสช.ไม่ได้ห้ามตนตรวจสอบ เพราะตนไม่ได้นำไปตีข่าวหรือขยายผล เป็นการยื่นเอกสารตามปกติตามที่นายกรัฐมนตรีให้การสนับสนุน

นายพิสิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) กล่าวว่า จะทำการตรวจสอบงบกลางที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติกว่า 63 ล้านบาทในการจัดสร้างอุทยานราชภักดิ์และเงินจากหน่วยงานภาครัฐที่สนับสนุนการจัดสร้างจากต้นทางไปปลายทางที่เบิกจ่ายและปลายทางที่รับเงิน อีกทั้งตรวจสอบเงินจากผู้บริจาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับรัฐอีกด้วย โดยขณะนี้เพิ่งผ่านปีงบประมาณ 2558 หน่วยงานต่างๆเพิ่งทยอยส่งเอกสารมายังสตง. ซึ่งต้องใช้เวลาตรวจสอบต่อไปทั้งนี้ ตนยังไม่สามารถระบุตัวเลขงบประมาณการจัดสร้างได้ทั้งหมด แต่เงินที่ใช้งบประมาณจากรัฐและเงินสนับสนุนจากรัฐด้วยกันก็ตามที่ปรากฏเป็นข่าว แต่เงินบริจาคตนยังไม่ทราบว่าจำนวนเท่าใด ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบหาหลักฐาน ส่วนค่าส่วนต่างนั้นต้องมีหลักฐานชัดเจน จะใช้เพียงความรู้สึกตัดสินไม่ได้นอกจากนี้หากสตง.ตรวจสอบพบใช้เงินไม่ถูกต้อง มีการทุจริตจริง ก็จะส่งให้พนักงานสอบสวนต่อไป พร้อมยืนยันว่าไม่มีความพิเศษใดๆ หรือเกรงใจใครในการตรวจสอบ เพราะต้องเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ และสำนักข่าวไทย

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์