ประยุทธ์ ย้ำข้าราชการทำงานเชิงรุก ให้สมกับเงินเดือนจากภาษีประชาชน

ยัน พ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพ ไม่ใช่ กม.หนุน GMOs รับไทยมีเข้ามาขายแล้ว ครม.อนุมัติงบฯ ช่วยชาวสวนยางอีก 5,000 ล้าน-งบ 700 ล้าน ช่วยเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง ให้ญี่ปุ่นเข้าร่วมทุนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายร่วมกับไทย – เมียนมาร์ ครม.ตีกลับร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ

8 ธ.ค.2558 รายงานข่าวจากศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงผลการประชุมฯ ถึงเรื่องที่นายกรัฐมนตรีปรารภและสั่งการต่อที่ประชุมฯ โดยนายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยต่อกรณีที่มีกลุ่มการเมืองออกมาระบุว่าที่ผ่านมานโยบายหรือโครงการใดที่ดำเนินการแล้วไม่เป็นผลเพราะข้าราชการไม่ใช่นักการเมืองและวันนี้กลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่อยู่แล้ว รัฐบาลนี้หากทำไม่ได้ก็อย่ามาโทษกลุ่มการเมืองดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ไม่ได้สนใจต่อการวิพากษ์วิจารณ์ของกลุ่มการเมือง แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือข้าราชการในฐานะที่เป็นผู้นำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งต้องมีการประสานงาน ชี้แจงให้ข้อคิดเห็น ติดต่อและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งตรงนี้คือส่วนสำคัญที่นายกรัฐมนตรี ต้องการปลุกจิตสำนึกของข้าราชการทุกกระทรวงให้เห็นถึงบทบาทหน้าที่อันสำคัญ และต้องทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มกำลังความสามารถ ทั้งการปฏิบัติและการสร้างความเข้าใจควบคู่กันไป โดยอย่าปล่อยให้มีความขัดแย้งในเรื่องต่าง ๆ เกิดขึ้นในพื้นที่  ดังนั้น ข้าราชการ ทั้งระดับบน กลาง และล่าง ต้องประสานงานกัน และให้นำกลุ่มที่มีความคิดเห็นขัดแย้งเสวนาเพื่อหาข้อยุติให้ได้ว่าแท้จริงแล้วแนวความคิดของใครถูกหรือไม่ถูก โดยให้นำแนวความคิดเหล่านั้นมาผสมผสานกัน ซึ่งหากดำเนินการเช่นนี้ได้จะทำให้ทุกโครงการที่เกิดขึ้นจะมีข้อยุติและทำให้สามารถขับเคลื่อนประเทศและพัฒนาต่อไปได้

เพราะฉะนั้น จึงขอให้ข้าราชการคิดและทำงานเชิงรุก มีวิสัยทัศน์ ทุ่มเทให้เหมาะสมกับการรับเงินเดือนภาษีของประชาชน ซึ่งตรงนี้ทำให้สืบเนื่องไปถึงเรื่องของการประเมินผลข้าราชการด้วย โดยจะมีการปรับเปลี่ยนการประเมินให้สอดคล้องไปตามบทบาท อำนาจหน้าที่ของข้าราชการแต่ละส่วนแต่ละฝ่าย ทั้งนี้ต้องมีการประเมินทั้งความประพฤติส่วนตัวบุคคล ผลงานที่เกิดขึ้น และการควบคุมบังคับบัญชาหน่วย เช่น กรณีของครู จะต้องอยู่ในห้องเรียนให้มาก การเพิ่มวิทยฐานะด้วยการวิจัยก็ส่วนที่จะทำให้มีองค์ความรู้มากขึ้นแต่อย่าให้เป็นปัจจัยหลักสำคัญในการพิจารณาคนขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น  เพราะคนที่จะสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ต้องเชี่ยวชาญในงานที่ตัวเองกำลังปฏิบัติอยู่ ซึ่งตรงนี้จะสามารถตอบโจทย์ในการแก้ไขปัญหาในการพัฒนาบุคลากรของประเทศได้ในวันข้างหน้า โดยนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งรัดดำเนินการดังกล่าวให้ทันในการประเมินของปีงบประมาณ 2559 ต่อไป

ส่วนเรื่องการเพิ่มการผลิตแพทย์นั้น ปัจจุบันสิ่งที่พบคือคนได้รับการคัดเลือกเข้ามาเรียนแพทย์เมื่อจบแล้วบางคนได้ลาออกไปทำงานอิสระส่วนตัวและยินดีที่จะจ่ายเงินค่าปรับหรือเงินค่าประกัน ทำให้มีบรรยากาศของแพทย์สมองไหล อย่างไรก็ตามถึงแม้ประเทศไทยจะมีแพทย์จำนวนมาก แต่ในอนาคตประเทศไทยมีเป้าหมายที่จะเป็นฮับ (hub) สำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือสาธารณสุขของภูมิภาค แต่จำนวนปริมาณแพทย์ที่ลงไปให้บริการกับประชาชนในท้องถิ่นและภูมิภาคยังมีจำนวนน้อย นายกรัฐมนตรี จึงมีนโยบายให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาหาแนวทางที่จะสามารถผลิตแพทย์เพิ่มได้และต้องทำงานในพื้นที่เพื่อให้บริการกับประชาชน ทำให้ประชาชนในภูมิภาคต่าง ๆ เข้าถึงบริการทางสาธารณสุขและแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง

ยัน พ.ร.บ.ความปลอดภัยทางชีวภาพ ไม่ใช่ กม.หนุน GMOs รับไทยมีเข้ามาขายแล้ว

พร้อมกันนี้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชี้แจงถึงเรื่องพระราชบัญญัติความปลอดภัยทางชีวภาพ ที่ครม.ได้ผ่านความเห็นชอบไป ว่า กฎหมายดังกล่าวไม่ใช่เป็นกฎหมายที่ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการทำ GMOs แต่เป็นกฎหมายที่ต้องการจะกำหนด กฎ กติกา หลักเกณฑ์ให้ชัดเจนว่าจะควบคุมความปลอดภัยของการตัดต่อพันธุกรรมในพืชและสัตว์อย่างไร เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่าในประเทศไทยมีผลผลิตเกี่ยวกับ GMOs เข้ามาขายในประเทศแล้ว ซึ่งตรงนี้จะมีวิธีการควบคุมอย่างไรที่จะไม่ให้มีผลกระทบต่อพืช คน และสัตว์ในประเทศ เพราะฉะนั้นจึงมีกฎหมายดังกล่าวออกมา และกฎหมายฉบับนี้มีขั้นตอนควบคุมที่ละเอียดก่อนที่จะนำผลผลิตออกมาจำหน่ายได้ต้องผ่านการทดสอบจากห้องทดลองและผ่านการทดสอบในภาคสนามที่มีการประเมินความเสี่ยงและประเมินผลกระทบต่อคนและสัตว์เรียบร้อยแล้ว ตลอดจนขั้นตอนในการขออนุญาตผู้ที่ประกอบการจะต้องเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีการกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน จากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรวบรวมส่งให้คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณาก่อนและทุกอย่างต้องเป็นไปอย่างถูกต้องชัดเจน

อย่างไรก็ตามกฎหมายดังกล่าวเมื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาแล้วก็จะส่งยังสำนักคณะกรรมการกฤษฎีกาก่อนส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติพิจารณา โดยจะมีการเชิญผู้ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันมาศึกษาทำความเข้าใจ หากกฎหมายดังกล่าวเป็นผลดีก็จะผ่านแต่ถ้าไม่ดีก็ไม่ผ่าน โดยขอให้เข้าใจในวัตถุประสงค์ของรัฐบาลว่าสิ่งใดที่ยังมีความกังขาก็จะมีการนำมาพิจารณาในรายละเอียดอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นขอให้กลุ่มและผู้ที่มีความเป็นห่วงในเรื่องนี้อย่าเพิ่งกังวลจนเกินไป

อนุมัติงบฯ ช่วยชาวสวนยางอีก 5,000 ล้านบาท

พล.ต.สรรเสริญ เปิดเผยด้วยว่า ที่ประชุมครม. อนุมัติงบประมาณเพิ่ม 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการสินเชื่อเพื่อเกษตรกรรายย่อยสวนยาง เดิมคณะรัฐมนตรีอนุมัติวงเงินสินเชื่อสนับสนุนโครงการนี้ไปแล้ว 10,000 ล้านบาท ผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งโครงการดังกล่าวมีเกษตรกรที่ผ่านหลักเกณฑ์ 82,000 ราย วงเงิน 7,394 ล้านบาท และมีเกษตรกรที่ไม่ผ่านหลักเกณฑ์ประมาณ 20,000 ราย วงเงิน 2,322 ล้านบาท

อนุมัติงบ 700 ล้านบาท ช่วยเกษตรกรที่ประสบภัยแล้ง

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่าที่ประชุมครม. มีมติอนุมัติงบกลางช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง วงเงิน 700 ล้านบาท เพื่อชดเชยเกษตรกรที่ปลูกพืชใช้น้ำน้อย และกลุ่มเกษตรกรที่หันไปทำอาชีพอื่นนอกเหนือจากภาคเกษตร พร้อมทั้งเห็นชอบในหลักการในการจัดหาสถาวรที่เพื่อจัดทำศูนย์การเรียนรู้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยกำชับให้ไปศึกษารายละเอียดอีกครั้ง

ให้ญี่ปุ่นเข้าร่วมทุนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายร่วมกับไทย – เมียนมาร์

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวกล่าวอีกว่าที่ประชุม ครม. มีมติเห็นชอบให้ญี่ปุ่น เข้าร่วมทุนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในการจัดตั้งร่วมลงทุนกับทวาย ที่เดิมไทยได้ร่วมลงทุนกับเมียนมาร์ สัดส่วนร้อยละ 50 วงเงินประเทศละไม่เกิน 100 ล้านบาท และเมื่อมีญี่ปุ่นมาร่วมลงทุน สัดส่วนการลงทุนของทั้งสามประเทศ จะถือเป็น ร้อยละ 33.33 วงเงินไม่เกินประเทศละ 100 ล้านบาทซึ่งรัฐบาลเชื่อว่าการร่วมลงทุนในครั้งนี้จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้ดี

ครม.ตีกลับร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. ได้ตีกลับร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมและร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม โดยให้ไปศึกษารายละเอียดเพิ่ม พร้อมชี้แจง 26 ประเด็นที่ยังเป็นข้อขัดแย้งและให้คำนึงถึงประโยชน์ของชาติเป็นหลัก

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ชี้แจงรายละเอียดหลักการร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ ภายหลังจากมีการหารือกับคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 และ พ.ร.บ.ภาษีเงิน ได้ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) โดยเตรียมที่จะส่งร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมทั้ง 2 ฉบับ ให้คณะกรรมการกฤษฎีกาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวน 26 ประเด็นที่ยังมีความเห็นไม่ตรงกัน เช่น เรื่องระบบสัมปทาน การแบ่ง ปันผลผลิต การจ้างผลิต การจัดตั้งบริษัทน้ำมันแห่งชาติ เป็นต้น ก่อนที่จะนำมาเสนอ ครม.อีกครั้ง ซึ่งยังไม่สามารถกำหนดเวลาที่ชัดเจนได้ แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด คาดว่าจะไม่ทันปีนี้

คปพ. ค้าน นำพ.ร.บ.ปิโตรเลียม เข้า ครม.

โดยก่อนหน้านั้น เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย ( คปพ.) นำโดย นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ พร้อมด้วยตัวแทนนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ และ ตัวแทนภาคประชาสังคม ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์  ผ่านนายกมล สุขสมบูรณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณ ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงจุดยืนในการคัดค้านกรณีที่กระทรวงพลังงานจะนำร่างแก้ไข พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม  เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้ (8 ธ.ค.)

ทั้งนี้ คปพ.เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุติการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ โดยระบุว่าร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ได้แก้ไขปัญหาข้อกฎหมายต่างๆ ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)  เสนอให้ปรับแก้กว่า 50 มาตรา  หากคณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างกฎหมาย 2 ฉบับนี้ของกระทรวงพลังงาน และหากผ่านกระบวนการทางกฎหมายแล้วนำไปบังคับใช้ ให้เอกชนเข้ายื่นขอสิทธิเพื่อการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม รอบที่ 21 จะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติและประชาชนเป็นอย่างยิ่ง

นอกจากนี้ คพป.ยังขอให้นายกรัฐมนตรีตั้งคณะทำงานยกร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ….และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ….ตามผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 และพ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม 2514 ของ สนช.

ที่มา : ศูนย์สื่อทำเนียบฯ และสำนักข่าวไทย

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์