สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 1-7 ม.ค. 2559

คุมเข้มแรงงานพม่าเดินทางกลับปีใหม่
 
เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหาราบที่ 4 อ.แม่สอด ตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก ตำรวจตระเวนชายแดน กองร้อย ตชด.ที่ 346 อ.แม่สอด จ.ตากประจำจุดตรวจบ้านห้วยหินฝน ถนนสาย อ.แม่สอด – อ.เมืองตาก เขต ตำบลแม่ปะ อ.แม่สอด ได้เข้มงวดกวดขัน การเดินทางกลับของแรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมาร์ ที่เดินทางกลับไปภูมิลำเนา ด้านชายแดนไทย – พม่า อำเภอแม่สอด โดยแรงงานดังกล่าว ได้กลับไปช่วงเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากสถานประกอบการที่เป็นนายจ้างหยุดงาน จึงทำให้แรงงานพม่า เดินทางกลับไปประเทศ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้มงวดเป็นกรณีพิเศษ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่มีกระแสการต่อต้านประเทศไทย จากกรณี คำพิพากษาคดีเกาะเต่า แต่ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีปัญหาใดๆ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เข้มงวดเป็นพิเศษกว่าทุกครั้ง
 
 
ตั้งทีมศึกษา "เอ็มโอยู" แรงงาน
 
อธิบดีกรมการจัดหางาน หรือ กกจ. กระทรวงแรงงาน นายอารักษ์ พรหมณี บอกว่า ขณะนี้ กกจ.ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมา 2 ชุด คือคณะทำงานพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมกฎ หมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน และคณะทำงานพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าว เพื่อศึกษาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ที่ทำร่วมกับประเทศต่างๆว่ามีส่วนใดที่ทำให้การบริหารจัดการเรื่องการนำเข้าแรงงานของไทยดำเนินการได้ช้า โดยจะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพทั้งกระบวนการตั้งแต่การนำเข้ามา กฎหมาย สวัสดิการ ที่จะต้องดูแลให้ครอบคลุมทั้งหมด มีแนวคิดจะเชิญผู้แทนองค์การแรงงานระหว่างประเทศ เข้ามาร่วมด้วยเพื่อให้มีมาตรฐานสากลนอกจากนี้จะต้องวางระบบการดูแลแรงงานต่างด้าวที่นำเข้ามาอย่างมีมาตรฐาน มีหลักประกัน มีผู้รับผิดชอบในตัวแรงงานต่างด้าวที่นำเข้ามา เบื้องต้นมองว่าบริษัทจัดหางานควรที่ จะต้องมีความรับผิดชอบในตัวแรงงานที่นำเข้ามาด้วย  นอกจากนี้จะต้องหาแนวทางที่ยั่งยืนในการใช้แรงงานต่างด้าว ต้องกำหนดหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานในประเทศ
 
 
ไร้ผล! แรงงานคอบบร้าประท้วงโบนัส-เงินเดือนบริษัทไม่ต่อรองทุกอย่างเป็นศูนย์
 
(4 ม.ค.) ที่สำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี นายมนต์ชัย คปติยานนท์ ผู้แทนสหภาพแรงงานบริษัทคอบบร้า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมด้วยพนักงานกว่า 50 คน เดินทางมารอการเจรจากับตัวแทนบริษัทฯ ในเรื่องขอให้บริษัทเปิดให้พนักงานเข้าไปทำงานก่อน หลังจากมีการรวมตัวเรียกร้องโบนัสกับบริษัทฯ แต่ยังไม่มีข้อยุติในการเจรจา
       
บริษัทจึงได้ใช้สิทธิตามกฎหมายปิดงานโดยไม่จ่ายค่าจ้าง และสวัสดิการตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2558 ที่ผ่านมา แต่ยังคงเปิดให้พนักงานบางส่วนเข้าไปทำงาน ทำให้พนักงานที่ไม่ได้เข้าทำงานเดือดร้อนไม่ได้รับค่าแรง ค่าจ้าง โดยผู้แทนสหภาพแรงงานมีความเห็นว่า บริษัทได้ทำการเหมือนเป็นการกลั่นแกล้งพนักงาน จึงได้ขอเจรจากับตัวแทนบริษัท โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย
       
นายมนต์ชัย คปติยานนท์ ผู้แทนสหภาพแรงงานบริษัทคอบบร้า อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า การเดินทางมาในครั้งนี้ก็เพื่อให้บริษัทรับพนักงานเข้าทำงานตามปกติ เนื่องจากบริษัทใช้คำว่าพิพาทแรงงาน ไม่ให้พนักงานเข้าทำงาน แต่ให้พนักงานส่วนหนึ่งเข้าทำงานได้ บริษัทไม่สมควรทำเป็น 3 โซน คือ โซนเหลือง เขียว แดง เพราะเราเป็นพนักงานเหมือนกันหมดทุกคน
       
ดังนั้น ตอนนี้ต้องเอาพนักงานกลับเข้าไปทำงานก่อน เพราะบริษัทใช้คำว่าพิพาทแรงงาน ทำให้บริษัทไม่จ่ายเงิน และสวัสดิการตั้งแต่วันที่ 4 มกราคมเป็นต้นไปไป ทำให้พนักงานได้รับความเดือดร้อน จึงต้องมาไกล่เกลี่ยกับทางบริษัท และให้หน่วยงานราชการเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยด้วย
       
สำหรับปัญหาเบื้องต้นเกิดจากเริ่มแรก บริษัทได้แจ้งว่าไม่มีโบนัสให้พนักงาน จึงได้มีการรวมตัวเจรจากันขึ้น โดยครั้งที่ 2 ได้ 0.5 มาเจรจาครั้งที่ 3 ได้ 0.75 พอครั้งที่ 4 เจรจากันได้ 1 เดือนโดยไม่มีการปรับขึ้นเงินเดือนให้ ซึ่งสหภาพฯ ได้ขอให้พื้นที่ในโรงงานรวมตัวแจ้งพนักงานให้ได้รับรู้ความเคลื่อนไหวในการเรียกร้องแต่บริษัทไม่ให้ จึงต้องรวมตัวกันหน้าโรงงาน จนบริษัทแจ้งขอปิดบริษัทซึ่งเหมือนเป็นการกลั่นแกล้งพนักงานคอบบร้าโดยตรง แต่บริษัทในเครือกลับเปิดหมดทุกโรง จึงเห็นว่าไม่ยุติธรรม เป็นการกลั่นแกล้งพนักงาน จึงต้องมาเจรจากันในวันนี้
       
ซึ่งผลกรุปออกมาทางบริษัทไม่รับข้อเสนอใดๆ โดยยืนยันจะไม่จ่ายโบนัส รวมทั้งขึ้นเงินเดือนให้แก่พนักงาน และจะยังปิดงานต่อไป แต่ถ้าหากพนักงานคนใดอยากจะกลับเข้าไปทำงานก็ต้องเซ็นสัญญายินยอมรับข้อตกลงของบริษัทก่อนถึงจะได้กลับเข้าไปทำงานตามปกติ ด้านสหภาพแรงงานบริษัทคอบบร้าฯ จะได้แจ้งให้พนักงานทราบ หากพนักงานยังยืนยันที่จะเรียกร้องโบนัสและขึ้นเงินเดือนอยู่ ทางสหภาพฯ ก็จะทำหนังสือร้องเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้ช่วยเหลือต่อไป 
 
 
แรงงานไม่พร้อมจ่ายบัตรทอง
 
ประธานศูนย์ประสานแรงงานนอกระบบแห่งชาติ น.ส.สุจิน รุ่งสว่าง บอกว่า กรณีกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เตรียมปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าหรือบัตรทอง เนื่องจากปัจจุบันรัฐต้องรับภาระด้านงบประมาณปีละกว่า 1 แสนบาท โดยเบื้องต้นมีแนวคิดในหลายรูปแบบทั้งรัฐรับภาระงบทั้งหมดเช่นเดิม การให้ผู้มีสิทธิร่วมจ่ายกรณีใช้สิทธิเกินความจำเป็นขั้นพื้นฐาน เช่น ห้องพิเศษ และการจะจัดเก็บอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มให้มากกว่าปัจจุบันนั้นมองว่า รัฐควรรับภาระงบประมาณระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเช่นเดิม และไม่ควรเพิ่มอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มมากกว่าอัตราปัจจุบันขณะที่ สธ.ควรบริหารจัดการเงินภาษีของประชาชนที่นำมาใช้บริหารจัดการบัตรทองให้มีประสิทธิภาพมากกว่านี้ รวมทั้งต้องจัดระบบข้อมูลผู้มีสิทธิบัตรทองระหว่างผู้มีรายได้กันคนชั้นกลางให้ชัดเจนเพื่อให้เห็นถึงรายได้และภาระค่าใช้จ่ายบัตรทองของคนแต่ละกลุ่มนอกจากนี้ หากจะให้ผู้มีรายได้น้อยอย่างแรงงานนอกระบบร่วมจ่ายบัตรทองคงไม่ไหวเพราะทำงานกันแบบหาเช้ากินค่ำ รายได้น้อย แต่ในส่วนของคนชั้นกลาง เช่น เจ้าของกิจการซึ่งมีรายได้มากน่าจะมีกำลังในการร่วมจ่ายมากกว่า ถ้ามีการใช้สิทธิเกินความจำเป็นขั้นพื้นฐาน เช่น ห้องพิเศษ อาหารพิเศษ ยานอกคุณภาพสูงซึ่งไม่ใช่กรณีเพื่อใช้ในการรักษาชีวิตกรณีฉุกเฉินก็ควรให้ร่วมจ่ายในส่วนนี้
 
 
ก.แรงงานเร่งแก้ค้ามนุษย์เพื่อนบ้าน 4 ประเทศ
 
นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาค้ามนุษย์ด้านแรงงาน อย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลแรงงานต่างด้าว จึงได้ประสานความร่วมมือกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน CLMV ซึ่งเป็นประเทศส่งออกแรงงานอย่างใกล้ชิด เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไข และป้องกันปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงาน สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการดำเนินการของภาครัฐ โดยเชิญเอกอัครราชทูตจาก 4 ประเทศ คือ เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา และลาว มาพบเพื่อร่วมหารือความร่วมมือด้านแรงงานซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ทั้ง 4 ประเทศ ได้แสดงความเห็นด้วยกับแนวทางที่กระทรวงแรงงาน เสนอ และยินดีที่จะให้ความร่วมมือเพราะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติของทั้งสองฝ่าย ในภาพรวมอย่างเต็มที่
 
นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดลงพื้นที่ร่วมกันระหว่างสถานเอกอัครราชทูต กับกระทรวงแรงงาน เพื่อตรวจสภาพการจ้าง สภาพการทำงานและที่พักอาศัย รวมทั้งร่วมกันแก้ไขปัญหาแรงงานด้วย ตลอดจนดำเนินการตาม MOU และข้อตกลงให้คู่ภาคีร่วมกันวางแผนการดำเนินการและมีการกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์อย่างเป็นรูปธรรม
 
 
แจ้งเปลี่ยน รพ.ประกันสังคมถึง 31 มี.ค.
 
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กระทรวงแรงงาน นายโกวิท สัจจวิเศษ บอกว่า สปส.เปิดให้ผู้ประกันตนที่จะเปลี่ยนสถานพยาบาลจะต้องมายื่นแบบ สปส. 9-02 พร้อมแนบบัตรรับรองสิทธิฉบับเดิม เพื่อเลือกสถานพยาบาลใหม่ได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2559โดยมีสถานพยาบาลในปี 2558 ที่ไม่เข้าร่วมจำนวน 6 แห่ง คือ โรงพยาบาล(รพ.)คามิลเลียน กรุงเทพฯ รพ.รวมแพทย์ชัยนาท จ.ชัยนาท รพ.รวมแพทย์ (หมออนันต์) จ.สุรินทร์ รพ.เอกปทุม จ.ปทุมธานี รพ.หนองคายวัฒนา จ.หนองคาย และ รพ.นอร์ทอีสเทอร์น - วัฒนา จ.อุดรธานี ซึ่ง สปส.ได้จัดสถานพยาบาลอื่นให้ผู้ประกันตนที่ใช้บริการทั้ง 6 สถานพยาบาลนี้แล้วทั้งนี้ สอบถามได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง 
 
 
ฉะผู้บริหาร กทม. ทำตัวยากจน-ไร้โบนัส จนท.
 
เมื่อวันที่ 6 มกราคม ที่ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากทม. เป็นประธานการประชุมสภากทม. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่ 1 ครั้งที่ 1 ประจำปีพ.ศ. 2559 โดยมีนางผุสดี ตามไท รองผู้ว่าฯกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าฯกทม. นายจุมพล สำเภาพล รองผู้ว่าฯกทม. นายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วยสมาชิกสภากทม. และคณะผู้บริหารกทม. ร่วมประชุม ขณะที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. ไม่ได้เข้าร่วมประชุม ซึ่งทางคนใกล้ชิดเปิดเผยว่าติดภารกิจส่วนตัว
 
ในที่ประชุม นายสุทธิชัย ทรรศนสฤษดิ์ ส.ก. ได้ยื่นกระทู้ถามสดเรื่อง ขอทราบเหตุผลและความจำเป็นในการใช้งบประมาณจำนวนมากถึง 39 ล้านบาท ในการจัดแสดงแสงไฟบริเวณลานคนเมืองในเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ โดยกล่าวว่า มีความไม่สบายใจถึงการใช้งบประมาณของผู้บริหารกทม.ในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างมากถึงความไม่เหมาะสมและไม่คุ้มค่า ถึงแม้ว่าทางผู้บริหารกทม.จะได้ชี้แจงผ่านสื่อมวลชนแล้วว่า งบประมาณที่นำมาดำเนินการ มาจากงบกลางปี 2559 ซึ่งตามอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าฯกทม. สามารถนำมาใช้จ่ายได้ แต่ข้อเท็จจริงคืองบกลางนั้น ตามระเบียบได้จัดสรรไว้เพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินและเพื่อช่วยเหลือประชาชนในเรื่องเร่งด่วน อาทิ การช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วม ส่วนที่ผู้บริหารระบุว่าตามหลักการสามารถนำมาใช้จ่ายในเรื่องนโยบายของผู้ว่าฯกทม.นั้น หลักการดังกล่าวอยู่ในข้อกำหนดของผู้บริหารเอง และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการนำมาใช้จ่ายในกรณีที่ไม่เร่งด่วนอย่างในลักษณะนี้มาก่อน จึงมองว่าไม่ได้มีความจำเป็น
 
"โบนัสปีนี้ก็ไม่มีให้เจ้าหน้าที่ เงินบำนาญก็เพิ่งมาขอยืมเงินกองทุนเงินสะสม เหมือนยากจน แต่ยังใช้เงินฟุ่มเฟือย ผมแค่เปรียบเทียบนะไม่ได้ต้องการจะว่าใคร ซึ่งไม่มีสมัยไหนที่จะมีข่าวฉาวเท่าสมัยนี้มาก่อน มีแต่เรื่องทุจริตออกทีวีทุกวัน จึงขอถามผู้บริหารว่า โครงการนี้มีความจำเป็นมากขนาดไหน ถึงต้องจัดสรรงบกลางเพื่อนำไปจัดทำ หากไม่ทำจะสร้างความเสียหายต่อประชาชนอย่างไร และเหตุใดในร่างขอบเขตงาน หรือทีโออาร์ จึงไม่กำหนดคุณสมบัติเรื่องประสบการณ์ในการติดตั้งไฟประดับของผู้รับจ้าง และโครงการนี้เป็นของทางสำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว หรือของผู้บริหารกทม.เอง และขอฝากทิ้งท้ายไว้ว่า จะทำอะไรอย่าให้ข้าราชการที่ตั้งใจทำงานต้องเป็นอันตรายในหน้าที่การงานเลย" นายสุทธิชัย กล่าว
 
ด้านนายอมร กิจเชวงกุล รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า การติดตั้งไฟประดับ เป็นโครงการที่ผู้ว่าฯกทม. ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ หลังเจอเหตุการณ์ระเบิดที่แยกราชประสงค์ ซึ่งการกระตุ้นการท่องเที่ยวก็เป็นหนึ่งในนโยบายของรัฐบาลเช่นกัน ที่ให้ความสำคัญและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในการขอจัดสรรงบประมาณปี 2559 ทางกองการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรม กีฬาและการท่องเที่ยว ได้ขอจัดสรรงบประมาณเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ จำนวน 317 ล้านบาท แต่สุดท้ายได้ผ่านขั้นตอนการพิจารณาของสภากทม.แล้วเหลือเพียง 50 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งในจำนวนนี้ไม่มีการจัดสรรงบประมาณด้านกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเลย ทางผู้บริหารจึงได้พิจารณาจัดสรรงบกลางเพื่อนำมาจัดทำโครงการดังกล่าว
 
นายอมร กล่าวว่า ส่วนร่างทีโออาร์ที่เปิดกว้างนั้น ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกำหนดร่างขอบเขตของงาน หรือคณะกรรมการทีโออาร์ และปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ อย่างถูกต้องทุกประการ ส่วนการจัดหาเอกชน กทม.มีความเชื่อมั่นว่าสำนักวัฒนธรรมฯ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการจัดงานกิจกรรม สามารถจัดหาผู้จัดงานได้อย่างเหมาะสม
 
 
ก.แรงงาน ห่วงลูกจ้างซันโค โกเซ ฝ่าฝืน "กฎหมายชุมนุม" จัดรถส่งกลับถึงบ้าน
 
นายสุรเดช วลีอิทธิกุล รองปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวในการแถลงข่าว กรณีลูกจ้าง บริษัท ซันโค โกเซ เทคโนลยี (ประเทศไทย) กว่า 500 คน ได้เดินทางเข้ามาชุมนุมที่บริเวณลานชั้นล่างอาคารกระทรวงแรงงาน เพื่อเรียกร้องให้ พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ช่วยเหลือในการเจรจากับนายจ้าง กรณีข้อพิพาทแรงงานที่สหภาพแรงงานยื่นเสนอขอโบนัสและปรับสภาพการจ้างและนายจ้างปิดงาน ว่า พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของลูกจ้าง และต้องการปกป้องไม่ให้ลูกจ้างทำผิดและฝ่าฝืนกฎหมายจากการเดินทางมาชุมนุมภายในกระทรวงแรงงานซึ่งเป็นสถานที่ราชการสำหรับประชาชนทั่วไป การชุมนุมที่มีลักษณะกีดขวางและรบกวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่และผู้มาติดต่อราชการ อาจจะขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมในที่สาธารณะได้ กระทรวงแรงงานจึงมีความห่วงใย ลูกจ้างที่มาร่วมชุมนุมอย่างมาก
 
ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้ดูแลและดำเนินการชี้แจง พูดคุยกับลูกจ้างเพื่อสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับการดำเนินการของภาครัฐอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา และเพื่อป้องกันลูกจ้างไม่ให้ทำผิดหรือฝ่าฝืนข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมในที่สาธารณะ จึงได้อำนวยความสะดวกจัดรถบัส จำนวน 10 คัน และรถตู้ อีก 4 คัน ไปส่งลูกจ้างกลับถึงบ้านที่จังหวัดระยอง โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยการและประสานงานให้ลูกจ้างมั่นใจในความปลอดภัยเรื่องการเดินทาง
 
สำหรับการเจรจาเพื่อยุติปัญหาชุมนุมในครั้งนี้ ได้เชิญตัวแทนสหภาพแรงงานซันโค โกเซ ประเทศไทย นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย และนายอมรเดช ศรีเมือง ประธานสหภาพฯหารือกับผู้บริหารกระทรวงแรงงาน และผู้แทนนายจ้าง โดยไม่มีการจับกุม หรือการควบคุมตัวผู้หนึ่งผู้ใดทั้งสิ้น อีกทั้งไม่ได้มีการดำเนินคดีแต่อย่างใด ส่วนปัญหาข้อเรียกร้องดังกล่าวเบื้องต้น ทั้งสองฝ่ายจะมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ในวันศุกร์ที่ 8 มกราคม นี้ ซึ่งในการเจรจานั้นจะยึดหลัก "สุจริตใจ" โปร่งใส มีความเข้าใจ ไว้วางใจระหว่างนายจ้างลูกจ้าง ความปรองดองสมานฉันท์จะนำไปสู่แรงงานสัมพันธ์ที่ดีในสถานประกอบการ เนื่องจากทั้งนายจ้างและลูกจ้างต่างต้องพึ่งพาอาศัยกัน นำเหตุผลและข้อเท็จจริงมาพูดคุยกัน แต่ทุกอย่างมีกรอบกฎหมายให้ถือปฏิบัติ
 
 
 
 
เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น