เครื่องบินลาดตระเวนญี่ปุ่นเตรียมเพิ่มภารกิจในทะเลจีนใต้

สเตรทไทม์ของสิงคโปร์อ้างสื่อญี่ปุ่นว่าเครื่องบินลาดตระเวนรุ่น P-3C ของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นที่ปฏิบัติภารกิจต้านโจรสลัดที่โซมาเลียนั้น ระหว่างบินกลับจะถูกมอบหมายให้ลงจอดที่ฐานทัพของประเทศแถบทะเลจีนใต้อย่างเวียดนามหรือฟิลิปปินส์ด้วย โดยถือเป็นการปกป้องเสรีภาพการบินเหนือทะเลหลวงในห้วงที่จีนกำลังอ้างกรรมสิทธิ์เหนือทะเลจีนใต้

แฟ้มภาพเครื่องบินลาดตระเวนรุ่น P-3C Orion ของกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น ภาพถ่ายในเดือนตุลาคม 2552 (ที่มา: Toshi Aoki - JP Spotters/Wikipedia/CC BY-SA 3.0)

แผนที่ทะเลจีนใต้ แสดงแนว "เส้นประ 9 เส้น" (สีเขียว) ที่จีนอ้างว่ามีอำนาจอธิปไตยเหนือเกาะและทะเลบริเวณดังกล่าว (ที่มา: Wikipedia)

 

11 ม.ค. 2559 สเตรทไทม์ของสิงคโปร์ รายงานเมื่อ 10 ม.ค. อ้างแหล่งข่าวในรายงานของสื่อญี่ปุ่น โยมิอูริ ชิมบุน ระบุว่า กระทรวงกลาโหม ญี่ปุ่น และกองกำลังป้องกันตนเอง (JSDF) ตัดสินใจที่จะให้เครื่องบินลาดตระเวน P-3C ซึ่งกำลังจะกลับมาจากการปฏิบัติภารกิจต่อต้านโจรสลัดชายฝั่งโซมาเลีย ให้มีภารกิจบินลงจอดในฐานทัพของประเทศแถบทะเลจีนใต้รวมทั้งฟิลิปปินส์และเวียดนาม

เครื่องบินลาดตระเวน P-3C มีขีดความสามารถในการเฝ้าตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ และการตัดสินใจดังกล่าวก็เพื่อเพิ่มเที่ยวบินเข้ามาในพื้นที่ทะเลจีนใต้ บริเวณที่จีนอ้างว่าเป็นดินแดนของตน

และความเคลื่อนไหวนี้ก็จะเป็นการปกป้องเสรีภาพในการบินเหนือทะเลหลวง (freedom of over flight) และช่วยให้ญี่ปุ่น สามารถสนับสนุนภารกิจลาดตระเวนของสหรัฐอเมริการอบๆ เกาะเทียมที่จีนถมทะเลขึ้นจากเกาะปะการังและสันดอนในทะเลจีนใต้

สำหรับเครื่องบินลาดตระเวน P-3C ของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลญี่ปุ่น (MSDF) ใช้ปฏิบัติการร่วมกับหลายชาติเพื่อต่อต้านโจรสลัดชายฝั่งโซมาเลีย ในภูมิภาคแอฟริกา โดยเครื่องบินดังกล่าวเดินทางจากแอฟริกากลับมาญี่ปุ่นทุกๆ สามเดือน

โดยก่อนหน้านี้ เครื่องบินดังกล่าวพักเติมน้ำมันในฐานทัพซึ่งอยู่ห่างไกลจากทะเลจีนใต้อย่างสิงคโปร์และไทย ขณะที่เส้นทางบินในอนาคตจากญี่ปุ่นไปแอฟริกาอาจจะเป็นเส้นทางเดิม แต่ในเส้นทางบินกลับ เครื่องบินดังกล่าวจะมุ่งเติมน้ำมันในฐานทัพบริเวณทะเลจีนใต้ อย่างเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย

และในประเทศที่เครื่องบินของกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นไปเยือน ก็จะมีแผนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านกลาโหมกับประเทศที่ไปเยือนนั้นๆ ด้วย

โดยแผนการที่วางไว้ในเดือนกุมภาพันธ์ สเตรทไทม์อ้างว่าในเดือนกุมภาพันธ์ เครื่องบิน P-3C จะจอดที่ฐานทัพคัม รานห์ (Cam Ranh) ประเทศเวียดนาม และจะร่วมฝึกปฏิบัติเพื่อมิตรภาพที่นั่นด้วย

ทั้งนี้ระหว่างการเยือนเวียดนามของ เก็น นากะทะนิ รัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่น เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2558 มีข้อตกลงร่วมกันให้เรือของกองกำลังป้องกันตนเองทางทะเลของญี่ปุ่น (MSDF) เยือนฐานทัพคัม รานห์ เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวข้องกับด้านกลาโหม

ขณะเดียวกันมีการพิจารณาสถานที่จอดเครื่องบินที่ฐานทัพเรือของฟิลิปปินส์ที่เกาะปาลาวัน ใกล้หมู่เกาะสแปรตลี และเกาะลาบวน ของมาเลเซีย ซึ่งอยู่ตอนใต้ของทะเลจีนใต้

ทั้งนี้ สาธารณรัฐประชาชนจีนได้ยึด "เส้นประ 9 เส้น (nine-dash line หรือ 南海九段线) ในทะเลจีนใต้ว่ามีอำนาจอธิปไตยเหนือบริเวณที่เส้นประ 9 เส้นครอบคลุมอยู่ โดยเป็นการอ้างตามที่รัฐบาลจีนคณะชาติอ้างไว้เมื่อเดือนธันวาคม 2490 โดยเป็นการอ้างหลังการพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งสอง ต่อมาในยุคที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนยึดแผ่นดินใหญ่ได้ทั้งหมดในปี พ.ศ. 2492 จีนก็ยังคงอ้างกรรมสิทธิ์ตามเส้นประ 9 เส้น และต่อมามีการสร้างเกาะเทียมจากการถมทะเลขึ้นมาจากเกาะปะการัง และสันดอนในทะเลจีนใต้ รวมทั้งวางกำลังทางทหารในพื้นที่ด้วย

ขณะที่สหรัฐอเมริกาในยุคของประธานาธิบดีบารัก โอบามา พยายามยับยั้งความเคลื่อนไหวของจีน โดยในเดือนตุลาคม 2558 สหรัฐอเมริกาได้ส่งเรือพิฆาตชั้น Aegis ชื่อ USS Lassen เข้ามาลาดตระเวนภายในเส้น 12 ไมล์ทะเลของสันดอนซูบี (Subi Reef)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์