เกาหลีเหนือโชว์ยิงขีปนาวุธใต้น้ำ-เกาหลีใต้เชื่อเป็นคลิปเก่า-สหรัฐบิน B-52 ตอบโต้

หลังเกาหลีเหนือทดสอบระเบิดไฮโดรเจน-ปล่อยคลิปยิงจรวดจากเรือดำน้ำนั้น ล่าสุดเกาหลีใต้ระบุว่าเกาหลีเหนือนำคลิปการทดสอบจรวดครั้งก่อนๆ มาตัดต่อเพิ่ม ขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกานำเครื่องบิน B-52 ซึ่งติดตั้งจรวดหัวรบนิวเคลียร์ บินจากเกาะกวมมายังเกาหลีใต้เพื่อตอบโต้การทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

12 ม.ค. 2558 หลังจากเมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2559 สถานีโทรทัศน์ KCTV ของทางการเกาหลีเหนืออ้างว่าได้ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ประเภท ระเบิดไฮโดรเจนหรือ H-bomb ใต้ดิน (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง) และต่อมา KCTV ของเกาหลีเหนือเผยแพร่ภาพวิดีโอเมื่อวันศุกร์ (8 ม.ค.) เป็นภาพ คิม จอง อึน ซึ่งยืนอยู่บนเรือตรวจการ โดยอ้างว่าเป็นการชมการทดสอบขีปนาวุธแบบยิงจากเรือดำน้ำ หรือ SLBM นั้น (ชมคลิป)

ภาพจากคลิปของสถานีโทรทัศน์ KCTV ของทางการเกาหลีเหนือ เผยแพร่เมื่อ 8 ม.ค. 2559 อ้างว่าเป็นการทดสอบขีปนาวุธแบบยิงจากเรือดำน้ำ หรือ SLBM เมื่อเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตามกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ พบว่าคลิปที่มีการเผยแพร่ดังกล่าวมีการนำวิดีโอการทดสอบขีปนาวุธครั้งก่อนมาประกอบเพิ่มเติม (ที่มา: KCTV)

ภาพจากข่าวของ Arrirang News เปรียบเทียบวิถีของจรวดประเภท SLBM ที่เกาหลีเหนืออ้างว่าเป็นการทดสอบล่าสุดในเดือนธันวาคม 2558 (ขวา) แต่ในช่วงที่จรวดโคจรเหนือชั้นเมฆกลับมีวิถีเหมือนกับคลิปทดสอบขีปนาวุธสกั๊ด (SCUD) เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2557 (ซ้าย) (ที่มา: Arrirang News)

ภาพจากข่าวของ Arrirang News เปรียบเทียบวิถีของจรวดประเภท SLBM จากเรือดำน้ำ โดยในการทดสอบเดือนพฤษภาคมปี 2558 (ซ้าย) จรวดทำมุม 70 องศา ส่วนคลิปที่เกาหลีเหนือนำมาเผยแพร่ล่าสุด ที่อ้างว่าเป็นการทดสอบในเดือนธันวาคม 2558 (ขวา) จรวดทำมุม 90 องศา ทั้งนี้การที่ขีปนาวุธสามารถทะยานขึ้นไปในแนวดิ่ง ทำให้ประเมินได้ว่าเกาหลีเหนือมีการพัฒนาเทคโนโลยีบางด้าน

ล่าสุดในรายงานของสื่อเกาหลีใต้ Arirang News ซึ่งอ้างข้อมูลจากกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ตรวจสอบวิดีโอดังกล่าวแล้วพบว่าน่าจะเป็นภาพวิดีโอเก่า หลายฉากถูกตัดต่อขึ้นจากวิดีโอการทดสอบขีปนาวุธหลายเหตุการณ์ โดยพบว่า วิดีโอซึ่งเกาหลีเหนืออ้างว่าเป็นการทดสอบล่าสุดเมื่อเดือนธันวาคมปี 2558 ในทะเลตะวันออก หรือทะเลญี่ปุ่น จรวดที่คาดว่าถูกปล่อยออกมาจากเรือดำน้ำพุ่งขึ้นมาเหนือผิวน้ำเป็นแนวดิ่ง และเมื่อถึงระยะ 30-40 เมตร ก็ก่อประกายไฟพุ่งทะยานขึ้นไป แต่ในระยะความสูงมากกว่านั้น ตัดในวิดีโอได้ตัดกลับมาเป็นภาพจรวดที่โคจรเหนือชั้นเมฆ ซึ่งสื่อในวิดีโอล่าสุดตรงกับวิดีโอการทดสอบขีปนาวุธสกั๊ด (SCUD) เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2557

โดยคำแถลงของกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ระบุว่า ภาพวิดีโอของเกาหลีเหนือที่มีการเผยแพร่ใหม่นั้น มีการแก้ไขโดยนำวิดีโอของการทดสอบขีปนาวุธครั้งก่อนมาประกอบ โดยกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ยังเห็นว่าเกาหลีเหนือยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาขีปนาวุธ และน่าจะใช้เวลาอีกนานกว่าจะพัฒนาจรวดมิสไซล์เต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตามจากภาพวิดีโอล่าสุด ยังคงเป็นเรื่องยากที่เกาหลีใต้จะประเมินพิสัยทำการของขีปนาวุธนี้ แต่จากภาพวิดีโอล่าสุด ที่ขีปนาวุธสามารถทะยานขึ้นไปในแนวดิ่ง ทำให้ประเมินได้ว่าเกาหลีเหนือมีการพัฒนาเทคโนโลยีบางด้าน

ทั้งนี้ในเดือนพฤษภาคมปี 2558 เมื่อเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธแบบยิงจากเรือดำน้ำ หรือ SLBM จรวดทำมุมอยู่ที่ 74 องศา ในขณะที่วิดีโอล่าสุด จรวดทำมุมอยู่ที่ 90 องศา โดยกระทรวงกลาโหมของเกาหลีใต้ยังคงไม่ยืนยันความเป็นไปได้ที่ว่าเกาหลีเหนือจะสามารถพัฒนาขีปนาวุธแบบ SLBM ได้อย่างสมบูรณ์แบบภายใน 3-4 ปีนี้หรือไม่

เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ของสหรัฐอเมริกาบินออกจากฐานทัพอากาศที่เกาะกวม มายังน่านฟ้าของเกาหลีใต้เมื่อ 10 ม.ค. นอกจากนี้ยังมีเครื่องบิน F-16s 2 ลำ ของกองทัพอากาศสหรัฐ และเครื่องบิน F-15 Ks 2 ลำ ของกองทัพอากาศเกาหลีใต้ บินติดตามด้วย โดยกองกำลังสหรัฐอเมริกาประจำเกาหลี (USFK) ถือว่าการฝึกซ้อมร่วมกันนี้เพื่อแสดงขีดความสามารถของพันธมิตรในการปกป้องเกาหลีใต้ (ที่มาของภาพ: Facebook/7th Air Force, Republic of Korea)

แผนที่แสดงที่ตั้งของฐานทัพอากาศแอนเดอร์สัน ที่เกาะกวม ซึ่งเป็นสถานที่จอดประจำการของเครื่องบิน B-52 และฐานทัพอากาศโอซาน จังหวัดกองกีโด ประเทศเกาหลีใต้ (ที่มา: Googlemaps)

 

ขณะเดียวกัน Arrirang News รายงานว่า เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 ของสหรัฐอเมริกา ได้บินออกจากฐานทัพที่เกาะกวมในมหาสมุทรแปซิฟิกเมื่อวันเช้าอาทิตย์ (10 ม.ค.) โดยใช้เวลาทำการบิน 4 ชั่วโมง เป็นระยะทางกว่า 3,100 กม. มาถึงฐานทัพอากาศโอซาน ที่จังหวัดกองกีโด ทางตอนใต้ของกรุงโซล ในเวลาเที่ยงตามเวลาท้องถิ่น ทั้งนี้มีเครื่องบินเกาหลีใต้ F-15 Ks 2 ลำ และเครื่องบินของสหรัฐอเมริกา F-16s 2 ลำ บินติดตามมาด้วย

ทั้งนี้เครื่องบิน B-52 ดังกล่าวติดตั้งจรวดหัวรบนิวเคลียร์ และระเบิดทำลายบังเกอร์ซึ่งมีขีดความสามารถทำลายเป้าหมายที่อยู่ใต้ดิน และมีพิสัยทำลายเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปกว่า 3 พันกิโลเมตร

โดยเครื่องบิน B-52 บินอยู่เหนือฐานทัพอากาศโอซาน ก่อนที่จะบินกลับเกาะกวม โดยปฏิบัติการร่วมสหรัฐอเมริกา-เกาหลีใต้นี้ถือเป็นการตอบโต้การยั่วยุเกาหลีเหนือ

ในรายงานของเพจ กองกำลังสหรัฐอเมริกาประจำเกาหลี (USFK) พล.ท.เทอร์แรน โอ ชอก์เนสซี รองผู้บัญชาการกองกำลังสหรัฐอเมริกาประจำเกาหลี (USFK) และผู้บัญชาการกองทัพอากาศที่ 7 สหรัฐอเมริกา (7 AF) แถลงข่าวคู่กับ พล.ท. ลี วังกึน ผู้บัญชาการยุทธการ กองทัพอากาศสาธารณรัฐเกาหลี

"ภารกิจของเครื่องบิน B-52 เพื่อเป็นเสริมพันธกรณีของสหรัฐอเมริกาเพื่อความมั่นคงของพันธมิตรและหุ้นส่วน รวมทั้งสาธิตขีดความสามารถของพันธมิตรเพื่อการปกป้องสาธารณรัฐเกาหลี" พล.ท. ชอก์เนสซี นอกจากนี้ยังแถลงด้วยว่า "สหรัฐอเมริกายังคงรักษาพันธกรณีด้วยกำปั้นเหล็กเพื่อปกป้องชาติหุ้นส่วนของเรา และสองชาติตกลงใจที่จะรักษาเสถียรภาพและความปลอดภัยของคาบสมุทรเกาหลี อย่างที่มีการฝึกปฏิบัติในภารกิจของวันนี้ กองทัพอากาศของทั้งสหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐเกาหลีทำงานร่วมกันและฝึกร่วมกันอย่างใกล้ชิดทุกวัน เราเตรียมพร้อมที่จะเผชิญหน้าภัยคุกคามต่อพันธมิตรทุกอย่าง หรือเพื่อสาธารณรัฐเกาหลีที่ยิ่งใหญ่

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์