ประยุทธ์สอนครูอาจารย์อย่าใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เกรงหมดอนาคต

เมื่อวันที่ 15 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลา 20.15 น. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “จากใจนายกรัฐมนตรี” ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย โดยระบุถึง การร่างรัฐธรรมนูญนั้นจะต้องมีการลงมติ สำหรับการแก้ปัญหาเกษตรกรนั้น รัฐบาลทำได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว พร้อมยืนยันด้วยว่าดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงระบบการศึกษาด้วยว่า ต้องเข้าใจหลักการเหตุผล ถ้าไม่เข้าใจในหลักการเหตุผล ไม่เข้าใจปัญหา ไม่เข้าใจกฎหมาย ทุกคนจะทำตามใจชอบ โดยย้ำด้วยว่าการปรองดองสมานฉันท์นั้นจะต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย รวมทั้งเตือนครูอาจารย์อย่ามาใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือทางการเมือง เพราะจะทำให้นักศึกษาหมดอนาคตด้วย 

"วันนี้รู้สึกจะบางที่ บางอาจารย์จะสอนเรื่องสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตยอยู่นั่นแหละขัดแย้ง ต้องคิดเห็นต่างทุกเรื่อง ผมไม่ได้บอกว่า เห็นต่างไม่ได้ แต่ต้องร่วมมือ เห็นต่างทุกเรื่อง ไปอย่างไร อย่ามาใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือทางการเมือง นักศึกษารู้หรือเปล่าว่าเป็นเครื่องมือ หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม ไม่ได้เป็นตายเวลานี้ ตัวคุณจะตายเองติดคุก และไม่มีอนาคต และมาโทษผมอีก" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

โดยรายละเอียดดังนี้ 

ย้ำรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่จะต้องมีการลงมติ

คงต้องพบกันอีกครั้ง วันนี้อยากจะกล่าวอะไรจากใจของนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบด้วย อยากให้ทุกคนเข้าใจสถานการณ์บ้านเมือง อยากให้พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่านเข้าใจในเรื่องต่อไปนี้

เรื่องสำคัญคือ เรื่องรัฐธรรมนูญที่กำลังร่างอยู่จะต้องมีการลงมติ การทำประชามติจะผ่านหรือไม่ผ่าน จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่ถูกต้องตามกระบวนการยุติธรรมหรือว่าจะทำให้บ้านเมืองสงบสุข มีรัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลหรือเปล่า เพราะเป็นเป็นเรื่องอนาคต แต่วันนี้เราจะร่วมกันสร้างอนาคตเหล่านั้นได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเราต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทำความรู้ความเข้าใจกันทุกคน ให้ไปหนทางเดียวกัน

เรื่องแรกคือ ประชาชน นักการเมือง ภาคประชาสังคม ภาคธุรกิจ เอกชน ข้าราชการ NGO หรือนักสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ หลายกลุ่มหลายฝ่ายด้วยกันทุกคนต้องรับรู้ปัญหาของประเทศว่า อยู่ตรงไหนทั้ง 6 กลุ่ม อย่าเพิ่งไปมองอย่างอื่น มองในประเทศเราก่อนว่าทุกอย่างมีปัญหาหมดเลย ทุกปัญหามีความเชื่อมโยงกันหมด แก้อย่างหนึ่งไปโยงอีกอย่างหนึ่งและอีกหลายอย่างด้วยหลายเรื่องกฎหมายไม่ทันสมัย กฎหมายก็ยังไม่มีเหล่านี้ทำให้การแก้ปัญหาช้ามาก จนหลายคนอาจจะไม่เข้าใจว่า ทำหรือยังหรือยังไม่ได้ทำ แต่ที่เขาทำแล้วไม่ค่อยฟัง ที่ไม่ทำทวงทุกวัน และก็ไม่ร่วมมือด้วย เพราะฉะนั้นประชาชนควรจะทราบว่าปัญหาอะไรที่ทำให้ประเทศเราเจริญเติบโตได้ช้า ขาดความเข้มแข็งในทุกมิติ ทำให้เรามีขีดความสามารถในการสร้างการแข่งขันน้อย รายได้ประเทศน้อย จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้มีการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ 11 ด้าน ตามที่เรากำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ อาจจะมากกว่า 11 ด้านก็ได้อยู่ในเรื่องที่ 11 เป็นเรื่องอื่น ๆ ใครจะเสนออะไรมาก็เป็นเรื่องอื่น ๆ

แก้ปัญหาเกษตรกรชี้ทำได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว

เรื่อง ปัญหาของความเหลื่อมล้ำในการดำรงชีพ อาชีพรายได้การเกษตร พืชเชิงเดี่ยว การส่งออกลดลง ต้นทุนการผลิตสูง อาจจะเป็นสาเหตุการใช้จ่ายของงบประมาณที่ผ่านมามีปัญหา เราไม่สามารถนำงบประมาณไปพัฒนาประเทศในด้านอื่น ๆ อย่างเพียงพอ เช่น การลงทุน การสาธารณูปโภคต่าง ๆ เหล่านี้ หรือไปทำให้โครงสร้างเศรษฐกิจข้างล่างเข้มแข็ง แจกเครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยให้กับชาวไร่ ชาวนางบฯไม่มี เพราะติดกับรายได้ที่ไม่เพียงพอ วันนี้เราทำได้ขนาดนี้ก็เก่งแล้ว ประชาชนก็มีหนี้สินล้นพ้นตัวอีก หลายอย่างก็เป็นสิ่งที่พวกเราต้องคิด เห็นใจเขาบ้าง ผมกำลังเข้ามาแก้ให้

เรื่องต่อไปคือ เรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ถ้าหากว่าเราไม่มีธรรมาภิบาลต่อไป ไม่เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจจากประชาชน ประชาชนไม่พอใจ ทุกฝ่ายก็วุ่นวายสับสน ขาดการบูรณาการ การจัดทำแผนงานโครงการที่ซ้ำซ้อนกัน ขาดการเสนอเริ่มต้นกระบวนการงบประมาณประจำปีจำเป็นต้องกำหนดให้ชัดเจนในกฎหมายใหม่หรือในรัฐธรรมนูญ ในเรื่องการปรับปรุงระบบงบประมาณของประเทศให้มีการบริหารงานข้ามกระทรวง ข้ามหน่วยงานในขีดอันเดียวกัน ที่เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมจับต้องได้ เช่น การบริหารจัดการน้ำ การจัดที่ดินการเกษตร อุตสาหกรรม สาธารณูปโภคพื้นฐานอะไรเหล่านี้เป็นปัญหาสำคัญของประเทศได้ประโยชน์ทั้งสิ้น

เรื่องที่ห้า เรื่องการพัฒนาตนเอง การเพิ่มขีดความสามารถของตนเองยังน้อยอยู่ นักการเมือง ข้าราชการ ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การทุ่มเทเสียสละ คำนึงถึงส่วนรวมคือ ประชาชนทั้งประเทศอย่างแท้จริงต้องทุ่มเทช่วงนี้

ยันดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียม

เรื่องที่หก คือ เรื่องการสร้างความเข้าใจในระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้องต่อไปคือ การที่รัฐบาลต้องมีธรรมาภิบาล ต้องดูแลประชาชนทุกคนอย่างเท่าเทียมให้มีอนาคตทั่วถึงเป็นธรรมลดช่องว่าง หากเรามุ่งหวังแต่เพียงงานการเมืองอย่างเดียวก็เป็นปัญหาอีก ที่ผ่านมาก็มีทั้งดีและไม่ดี ที่ไม่ดีก็พยายามจะแบ่งฝักแบ่งฝ่ายพยายามแบ่งประชาชนตามกลุ่มอาชีพ เป็นหลายกลุ่มหลายฝ่ายให้ง่ายต่อการสร้างผลประโยชน์ทางการเมืองด้วย สร้างคะแนนเสียงที่ดีเขาก็มี ก็นำส่วนที่ดีมาผสมผเสกันไปก็ดีหมด อย่าไปนำสิ่งที่ไม่ดีมาผสมผเสก็ยิ่งไม่ดีกว่าเดิม รัฐบาลจะทำอย่างนั้น อยากให้ทุกคนร่วมแก้ปัญหาให้หมด คนไทยทุกคน ฝ่ายการเมืองอาจจะมองว่ายากเกินไป อาจจะมีผลในอนาคต ผมขอร้องท่านอย่าคิดอย่างนั้น วันหน้าท่านจะได้รับความเชิดชูในเกียรติยศชื่อเสียงของท่าน ไม่มีใครมาโจมตีท่านว่าท่าน ผมก็รักท่านอยู่ เพราะอย่างไรการเมืองคือการเมือง ผมเข้าใจ แต่อย่างไรประเทศชาติต้องมาก่อน วันนี้ถ้าหากว่าการแข่งขันทางการเมืองสูงมากเกินไปเอาชนะกันทุกอย่าง ประชาชนกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองก็จะเกิดความแตกแยกเข้าไปอีก อันนี้ผมพูดถึงว่า ถ้าเราทำต่อไป ว่าอะไรที่ถูกต้องรัฐบาลที่เป็นธรรมาภิบาลจะต้องคำนึงถึงเสียงส่วนใหญ่ ถูกต้อง แต่จะต้องดูแลคนส่วนน้อยให้ได้อย่างไร ไม่ใช่ดูแลเฉพาะที่เป็นฐานการเมือง ต้องดูแลประชาชนทุกระดับให้ทั่วถึง ทั้งรายได้สูง กลาง น้อยอย่างเท่าเทียม มากน้อยตามความจำเป็น ในการมีส่วนร่วมของประชาชนต้องดูว่า แค่ไหนอย่างไรเมื่อไหร่ โดยที่ไม่ไปสร้างความขัดแย้ง สร้างความชักช้า ทำโครงการอะไรก็ไม่ได้ที่เป็นเพื่อส่วนรวม

ในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ทุกคนเข้าใจว่า มีการบริหารแผ่นดินทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น วันนี้พยายามจะทำให้เกิดความสอดคล้อง มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน แผนงานโครงการงบประมาณก็มาจากอัตยายขนมยายก็เก็บจากภาษีทั้งหมด ภาษีท้องถิ่น ภาษีการค้า ภาษีนิติบุคคลเหล่านี้มาผสมผเสเป็นงบประมาณประเทศ ส่วนหนึ่งก็ใช้บำรุงท้องถิ่น ส่วนหนึ่งรัฐบาลมาปรับเฉลี่ยเกลี่ยให้ แต่โครงการต้องสอดคล้องกัน ใหญ่ กลาง เล็ก ถ้าใกล้ประชน อปท.ไปดู ไม่พอก็ส่วนภูมิภาค ส่วนกลาง ลงมาช่วยก็เหมือนการสอดประสานงบประมาณแผนงานให้เต็มพื้นที่ ปีนี้ได้เท่านี้ก่อน ปีหน้าก็ไปต่อที่ขาด ก็เสร็จเป็นพื้นที่ ตอนนี้ก็ไม่เสร็จสักอัน เพราะฉะนั้นทุกคนต้องมีการพัฒนาการ

ชี้การศึกษาถ้าไม่เข้าใจในหลักการเหตุผล ไม่เข้าใจปัญหา ไม่เข้าใจกฎหมาย ทุกคนจะทำตามใจชอบ

เรื่องการพัฒนาการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญ เรื่องของการเรียนรู้ความคิดที่มีเหตุมีผลต่อเนื่อง ถ้าไม่เข้าใจในหลักการเหตุผล ไม่เข้าใจปัญหา ไม่เข้าใจกฎหมาย ทุกคนจะทำตามใจชอบ ถือว่าเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนรวมกัน ทำให้เป็นปัญหามาก เราเป็นรัฐเดียวทางพฤตินัยและนิตินัย การใช้จ่ายงบประมาณที่จะแยกเป็นอิสระตามพื้นที่กระจายอำนาจเต็ม ๆ สุด ๆ ทำไม่ได้ เพราะงบประมาณที่เก็บได้ไม่เท่ากัน ภาษีแต่ละท้องที่ไม่เท่ากัน ส่วนหนึ่งก็มาใช้ส่วนรวมเฉลี่ยแบ่งปันกันไปที่อื่นด้วย ส่วนหนึ่งใช้ในการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันหารือกัน

วันนี้เรามีกลไกการบูรณาการประชารัฐอยู่แล้ว ในอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. ไปผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดเล็กไปสอดคล้องกับจังหวัดทั้งโครงการเล็ก โครงการกลาง โครงการใหญ่ งบประมาณมาจากไหนถ้าคิดอย่างนี้ก็จบ งานเดียวกัน ข้างล่างประสานกันนำงบฯ มาช่วยกัน ข้างบนก็ช่วยกันคิดกำหนดนโยบาย เสร็จแล้วงบประมาณก็ลงมาสอดแทรกเติมเข้าไปอย่างนี้จบแน่นอน วันนี้ไม่จบสักอย่าง ถ้าถามว่าระบบน้ำเป็นอย่างไรไม่จบอีก การส่งน้ำ การระบายก็ไม่จบอีก ไม่จบสักอย่าง แล้วจะทำอย่างไรกันต่อไป วันนี้รัฐบาลวางพื้นฐานตาม Road Map ของเราทั้งบน กลางล่าง ประชารัฐให้ตรงกับความต้องการของประชาชน ในพื้นที่ ตรงกับปัญหามีความเชื่อมโยงทั้งห่วงโซ่เศรษฐกิจ ห่วงโซ่มูลค่าโดยให้เกิดความเข้มแข็งจากภายในชุมชนไปสู่จังหวัด ภูมิภาค ผมต้องการให้ 4 ภูมิภาคนี้แข็งแรง วันนี้เรามีภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือด้วยทั้งหมดจะแข็งแรงเป็นภูมิภาคได้อย่างไร และแลกเปลี่ยนค้าขายและเชื่อมโยงอย่างไร อันไหนทำผลิต อันไหนทำแปรรูป จะส่งออกอะไรก็แล้วแต่ สร้างห่วงโซ่มูลค่าให้ได้ ด้วยการสร้างนวัตกรรม เพราะฉะนั้นถ้าทำให้ภูมิภาคทั้งหมดนั้นเข้มแข็งในตัวของตัวเอง วันข้างหน้าไปสู่การมีรายได้ที่เก็บภาษีใกล้เคียงกัน ไม่อย่างนั้นไม่เท่ากันก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะฉะนั้นขอให้ช่วยกันถ้าไม่เข้มแข็งมีเกษตรอย่างเดียว ไม่มีเกษตรอุตสาหกรรมเลย ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดเล็กไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และรายได้จะมาจากไหน รอผลผลิตออกมาทั้งปี 4 เดือน 6 เดือนออกที ต้องเป็นหนี้เพราะระหว่างนั้นใช้เงินอะไร เพราะฉะนั้นต้องมีอุตสาหกรรมเกิดขึ้นมาบ้าง ลูกหลานจะได้ช่วยหาเงินเลี้ยงพ่อ เลี้ยงลูก ในช่วงที่รอผลิตผลกำลังออก แปลงเกษตรไปปลูกพืชหลายชนิดมาเป็นเกษตรผสมผสานหรือการปลูกพืชเสริม การเลี้ยงสัตว์เพิ่ม มีทุกอย่างทั้งหมดให้เป็นแบบแต่ไม่เอา ไม่ทำกัน เอาง่าย ๆ ทำแล้วรัฐพยุงราคาขายให้ได้ แต่ภาระไปอยู่ที่ไหนไม่รู้ อย่างนี้ไม่ได้ มันอันตราย เพราะฉะนั้นหลักการต่อให้ดีอย่างไร สถานการณ์ดีก็ตาม ถ้าประชาชนไม่มีความพร้อม พื้นที่ยังไม่เข้มแข็ง อันตรายมาก เรื่องนี้เรียนให้ทราบเฉย ๆ ให้รู้ถึงปัญหาในทุกมิติ คิดในภาพกว้างบ้างอย่าคิดเฉพาะตัวเอง ชุมชนตัวเองอย่างนี้ไม่ได้ ต้องขับเคลื่อนไปด้วยกันขึ้นอยู่กับประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก เพราะท่านเป็นคนเลือกรัฐบาล ส่วนผู้กำกับดูแลข้าราชการ มันต่อเนื่องกันแบบนี้ใครอยู่คนใดคนหนึ่งไม่ได้อยู่แล้ว

ปรองดองสมานฉันท์อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย 

เรื่องของการปรองดองสมานฉันท์ วันนี้ก็เปิดประเด็นมาอีกแล้ว ทั้งนี้ผมเคยเรียนอยู่เสมอว่า อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย สิ่งแรกก็คือการปรองดองต้องเกิดจากใจของท่านเองทุกพวก ไม่เอาพวกเอาฝ่าย ไม่เอาตัวตนไม่เอาการเมือง และบังคับให้รัฐบาล คสช. ทำให้มันเกิดขึ้น ตราบใดที่รัฐบาลและ คสช. ยังไม่เห็นการพัฒนาจากนักการเมือง กลุ่มการเมือง ภาพสังคม NGO ที่แสดงให้เห็นว่า ถ้าเราทำเรื่องการปรองดอง จะเกิดผลสัมฤทธิ์ได้ชัดเจน ก็คงไม่ใช่โครงการทำ เพราะฉะนั้นขอให้ทุกคนไปปรับปรุงตัวเองด้วย ถ้าหากอยากจะปรองดองด้วยทั้งหมดทีเดียวก็เริ่มต้นให้ได้ ถ้าเริ่มต้นทะเลาะกันแล้ว ไม่ต้องไปตรงอื่นแล้ว เรื่องการแก้ไขปัญหาชาติบ้านเมือง รัฐบาล คสช. ทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้ง จะต้องลดความขัดแย้งก่อน วันนี้เริ่มสู่การปรองดอง จะไปนิรโทษ แล้วแต่กฎหมาย เป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ เรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องประชามติ คนทั้งประเทศต้องออกมาแสดงลงประชามติ ต้องมาลงเลือกตั้งทั้งหมด ที่มีสิทธิ์ในการเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นเสียหายเหมือนเดิม ไม่อยากให้คิดว่าเวลามีปัญหาแล้วทะเลาะกันเมื่อไหร่ก็ตาม รัฐบาล นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ใช้อำนาจสิ มาตรา 44 แก้ปัญหาทุกอย่าง และข้างล่างไม่สงบทำอย่างไร ใช้ไป สรุปที่ทะเลาะกันทั้งหมด กลับมาทะเลาะกับผมคนเดียว ได้ไหม ไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะฉะนั้นใครที่ยังมีความคิดสุดโต่ง มีตัวตน มีผู้ใหญ่แอบแฝง จะถูกไม่ถูก จะมีเจตนาไม่มีเจตนา แต่ถ้าไม่เคารพกฎหมายกันก็ไปไม่ได้อีก เรื่องศาสนาวันนี้เริ่มขัดแย้งกันอีกแล้ว กล่าวหาว่าข้างนั้น ข้างนี่ ไม่สนใจ เพราะเป็นชาวพุทธ เคารพในพระสงฆ์เสมอมา ในคำสอนพระพุทธเจ้าเสมอมา ไม่สนใจผู้นำแต่ละฝ่ายว่าเป็นใคร ทุกคนก็อาจจะมีความปรารถนาดี แต่อย่าลืมว่าเป็นความขัดแย้งที่รุนแรง ในสมัยก่อนจำได้ไหม โลกใบนี้รบกันเรื่องของศาสนากันมากมาย สงครามศาสนาตายกันทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นรัฐบาลเป็นห่วงเรื่องนี้ เป็นห่วงประชาชนที่ให้ความเคารพนับถือ ภายใต้การนำของแต่ละฝ่ายมากกว่า ใครผิดใครถูกยังไม่กล่าวถึงตรงนั้น เพราะฉะนั้นไปหาทางออกให้ได้ หากยังใช้อารมณ์ ใช้ความรู้สึก กฎหมายอยู่ตรงไหนไม่รู้ อีกกลุ่มบอกว่าต้องรีบทำ อีกกลุ่มบอกว่าทำแล้วทำไมไม่โปร่งใส แล้วจะไปทางไหน ต้องการความสงบสุขของบ้านเมือง ต้องการดำรงความศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาพุทธและพระสงฆ์ วันนี้อย่าทะเลาะกันอีกเลยเรื่องแบบนี้ หยุดซะเถิด อะไรเป็นกิจของสงฆ์ ของฆราวาสแยกให้ออก ต่างฝ่ายต้องหาทางออกให้ได้ อย่าให้เสื่อมความนับถือ หม่นหมอง เคารพในกฎหมาย เคารพในการปกครองของพระสงฆ์ เรื่องใครจะทำผิดทำถูกไปหาวิธีการมา ไปหาข้อยุติมา อย่ากล่าวอ้างกันไปเรื่อย ๆ เพราะกฎหมายมีอยู่ ถ้าเราไม่ทำตามกฎหมายก็ไม่ได้อีก แต่จะทำอย่างไรไม่ทำให้ทะเลาะกัน วันเวลาที่เหมาะสมเป็นเรื่องของรัฐบาลจะดำเนินการ ไม่ต้องมาบังคับ ไม่อย่างนั้นทุกเรื่องใครก็แล้วแต่ก็วางระเบิดเวลาทุกที่ไป ทุกเรื่อง ทุกงาน ไว้ให้ คสช. ไว้ให้รัฐบาลเหยียบกับระเบิดทุกวัน จะปฏิรูปได้อย่างไร จะแก้ปัญหาประเทศได้อย่างไร ไปแก้ปัญหากันมาให้ได้ ไม่ได้เข้าข้างใคร ต่อไปเรื่องความสงบสุข อย่างแบ่งฝ่ายกันทุกเรื่อง เรื่องรัฐธรรมนูญ เรื่องการเมือง เรื่องรัฐบาล เป็นฝ่ายได้หมดเลย ถ้าเป็นฝ่ายที่ร่วมกันทำความดี เห็นต่างร่วมกันแก้ปัญหา อยู่กันได้หมด แต่ถ้าเห็นต่างทะเลาะกันทุกเรื่อง และยกความรับผิดชอบให้คนอื่นตลอดเวลา จะไปทำอะไรได้ ประเทศ สื่อสำคัญ ไม่อยากตำหนิใคร ส่วนใหญ่มีแต่การขยายความขัดแย้งด้วยเจตนาหรือไม่เจตนา วันนี้ต้องรู้ตัวตลอด อย่าเผลอ ต้องมีสติ ปัญญา สัมปชัญญะในการที่จะร่วมกันสร้างทางสายกลางอยู่ร่วมกัน ให้ทุกฝ่ายเรียนรู้ ไม่ใช่เสนอแต่เรื่องความแตกแยก ความขัดแย้ง ทุกวัน ตัวหนังสือใหญ่ ๆ บนหน้าปก พาดหัวหน้าแรกทุกวัน แล้วจะมีความสุขได้อย่างไร เปิดมาก็ไม่มีความสุขแล้ว ไม่อยากอ่าน เปิดมามีแต่ฆ่ากัน ตีกัน สิ่งเหล่านี้ไปอยู่ข้างในก็ได้ เรื่องดาราก็ไปอยู่หน้าดารา ยุ่งไปทุกเรื่อง เรื่องสำคัญไม่พูด ปัญหาประเทศไม่พูด ไม่แสดง ไม่เน้น ไม่อยากพูด ประเทศเรื่องอะไรสำคัญแยกไม่ออกกันแล้ว

เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรก็ตามที่มีปัญหาอยู่วันนี้ อาจจะมีปัญหาด้วยวิธีการ ด้วยหลักการ ด้วยไม่เคยทำ หรือยากเกินไป จะทำความเข้าใจ ค่อย ๆ สิ เอามาใคร่ครวญ คนที่มีความรู้สูง นักวิชาการ ครู ฟังที่พูด และไปคิดดู คิดทบทวน ยากไหมที่ผมพูด ไม่เคยคิดอะไรเลย บอกว่าผมพูดมากมาย ฟังก็ไม่ฟัง แล้วมาติตลอดเวลา แต่ถามว่าคุณเคยทำไหม ก็ไม่เคยทำอีก เพราะฉะนั้นก็ช่วยกัน เก่งทุกทั้งหมดทุกคน ทำไมเราไม่ใช้ความเก่งที่มาเสริมกัน ผมใช้ความเด็ดขาด ใช้การนำแบบทหาร จะได้เกิดผลสัมฤทธิ์ คุณก็เอาวิชาการมาเสริม เอาความรู้ ไม่ใช่มาติว่าทหารไม่มีความรู้ ไม่มีความรู้จะอยู่ได้ถึงทุกวันนี้หรือประเทศ ไม่อย่างนั้นพังไปตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว อย่าหาว่าทวงบุญคุณอีก ในเรื่องของการปฏิรูปเศรษฐกิจ เรื่องยาง ทำไรก็ผิดหมด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเกษตรฯ ก็เต็มที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็เต็มที่ เพียงแต่ผมต้องมาขับเคลื่อนแนวใหม่ ต้องใช้เวลา ให้เขาเปลี่ยน ให้เขาสร้างความเข้มแข็ง ให้เขาเข้าใจที่สั่งก่อน และนำไปสู่การปฏิบัติ วันนี้ก็ยังมีปัญหาอยู่ ช้าบาง แต่ไม่ได้ช้าที่ข้าราชการ ไม่ได้ช้าที่รัฐบาล ช้าที่ข้างล่างด้วย คือ เกษตรกร ประชาชน ไม่ค่อยร่วมมือ ไม่ชอบจัดระเบียบ หาว่าใช้การปกครอง ไม่ได้ปกครอง เพียงขอให้ขึ้นทะเบียนให้ได้ วันนี้จ่ายเงิน 1,500 บาทไม่ได้ เพราะว่าจดทะเบียนไว้ 4 แสน ที่เหลือไม่ได้จด ที่ถูกต้องกฎหมายมีส่วนหนึ่ง ที่ไม่ถูกต้องผิดกฎหมายก็มีส่วนหนึ่ง นี่ยากไหมในการบัญชาการ ถ้าทำผิดมา ทุจริตอีก คุณต้องร่วมมือกับผม เขาเรียกว่าการจัดกลุ่มให้ได้ การบูรณาการให้ได้ จ่ายเงินให้ได้ วันหน้าส่งเสริมให้ได้ ก็เป็นกลุ่มไป วันนี้ก็เละไปหมดใช้เงินบานปลายไปหมดทุกเรื่อง เพราะไม่ชัดเจน เป็นผลงานของใคร ผมไม่รู้เหมือนกัน ต้องมาแก้ทุกอย่าง และมาเริ่มต้น เวลาจำกัดด้วย พยายามทำให้เสร็จเร็ว ๆ เล็กง่ายทำให้เร็ว กลาง ๆ ก็เริ่มทำให้ ไปทำต่อไปภาย 5 ปี 10 ปี ถ้าปัญหาใหญ่ต่อเนื่อง สถานการณ์ภายนอก ปัจจัยภายนอก ไปปรับได้ตลอดเวลา ปรับยุทธศาสตร์ ตลอดเวลา 15 ปี 20 ปี ก็ประเมินได้ ไม่อยากให้ทุกคนเอาแต่ใจ อยากได้อยากมี แต่ไม่ร่วมมือ มาช่วยกันสร้างความเข้าใจ สร้างความขัดแย้ง การปฏิรูปตนเอง สื่อก็ไม่เข้าใจ หน่วยงาน หรือธุรกิจตนเอง ก็จะหากำไรมากที่สุดในเวลานี้ เพราะรายได้ตกทั้งหมด ตัวเองต้องไปพัฒนาให้รายได้สูงขึ้นมากกว่าคนอื่นให้ได้ ก็เดือดร้อนคนอื่นหมด ทำอย่างไรถึงจะประคับประคองธุรกิจให้ได้ ทำอย่างไรจะเสียสละให้ประเทศชาติ ดูแลคนจนบ้าง ก็จะแบ่งเบาภาระรัฐบาลไปได้มากมาย

ขอครูอาจารย์อย่ามาใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือทางการเมือง 

บรรดานักวิชา นิสิต นักศึกษา นักเรียน ครู ช่วยกันปฏิรูปตัวเอง ปฏิรูปการเรียนการสอน ปฏิรูปตามคำสอน พัฒนาตัวเอง ไม่ใช่เน้นปริญญาและก็ไม่มีงานทำ รัฐบาลเดือดร้อน เพราะฉะนั้นต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้ได้ ส่วนการปลูกฝัง เด็ก เยาวชน นิสิต นักศึกษา ถ้าเราเน้นเรื่องของการประกอบอาชีพ ไปได้หมด วันหน้าเราก็เป็นประเทศที่มีทรัพยากร เป็นมนุษย์ที่เข้มแข็ง วันนี้รู้สึกจะบางที่ บางอาจารย์จะสอนเรื่องสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตยอยู่นั่นแหละขัดแย้ง ต้องคิดเห็นต่างทุกเรื่อง ผมไม่ได้บอกว่า เห็นต่างไม่ได้ แต่ต้องร่วมมือ เห็นต่างทุกเรื่อง ไปอย่างไร อย่ามาใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือทางการเมือง นักศึกษารู้หรือเปล่าว่าเป็นเครื่องมือ หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม ไม่ได้เป็นตายเวลานี้ ตัวคุณจะตายเองติดคุก และไม่มีอนาคต และมาโทษผมอีก กฎหมายมีไว้ทำไม ไว้จับใครสักคน เลือกจับได้ไหม เลือกขังได้ไหม ก็ผิดกฎหมายอันเดียวกันเรื่องของความเท่าเทียม เพราะฉะนั้นอย่าไปให้ประเทศเสียหาย กฎหมายเสียหาย การสร้างความไม่เท่าเทียมและโยนความคิดมาให้รัฐบาล คสช. รู้อยู่ว่าทำอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นต้องอาศัยเวลา มีคุณธรรมทุกคน สร้างองค์กรที่มีจริยธรรมที่ดีงามทั้งหมด มีวัฒนธรรม ขอร้องทุกคน นี่ใจผมนอนไม่หลับอยู่แล้วคิดทุกวัน รัฐมนตรีก็นอนไม่หลับ แถมจะมีคนไล่รัฐมนตรีอีก ไม่ต้องไล่ ถึงเวลาก็ไปกันหมด เหลือผมคนเดียว แทนที่เขาก็ทำเหน็ดเหนื่อยแสนเข็น ข้าราชการก็กำลังปรับตัวอยู่ อันนี้ไล่ออก เพราะฉะนั้นก็ต้องไล่ย้อน หลายไล่ ไล่ละ 20 ปีที่แล้วด้วย ไม่ได้ วันนี้ต้องลืมของเก่า เริ่มต้นอนาคตใหม่ให้ได้ วันนี้เราต้องฟันฝ่าอุปสรรคข้างหน้าไปร่วมกันให้ได้ ด้วยเราเป็นคนไทยทุกคน เราต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีของประเทศ ของความเป็นคน ขอความเป็นมนุษย์ ถ้าเราไม่รักกัน แล้วใครจะรัก จะให้ต่างประเทศมารัก ไม่มี เราต้องรักกันเองให้ได้ก่อน จะไปสร้างให้คนอื่นมารัก ไม่มี เพราะฉะนั้น ช่วยตัดสินใจหน่อย ที่ผมเข้ามาตัดสินใจถูกหรือผิด และจะสำเร็จหรือเปล่า จะเสียของหรือเปล่า ไม่ใช่คนเดียว ทุกคนต้องช่วยกัน จะให้ทำเป็นง่ายไหม แบบง่ายก็รอเวลาการเลือกตั้ง ไม่ต้องทำไรทั้งสิ้น ประท้วงกันไป เอาเงินกันไป หมดเงิน ก็โดนด่าตามหลังทุกที ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพื่ออนาคตประเทศชาติ ด้วยความห่วงใย และด้วยความตั้งใจ ขอให้ดูแลคณะรัฐมนตรีด้วย อยากจะพูดเล่น ๆ ให้สบายใจ หาว่าเครียด ถ้ามีปัญหามาก รัฐมนตรีมีปัญหามาก ไม่อยากปลดใครออก จะเสนอตั้งรัฐมนตรีพร้อมกับเป็นรองรัฐมนตรีด้วยทั้งหมดเลยได้ไหม เพราะทำงานหนักไง ใจผมเป็นขนาดนั้น แต่ทำไม่ได้อยู่แล้ว คุณก็มาติทุกเรื่อง ปัญหาเกินมา 100 ปี เป็นชาติ เฉพาะที่แก้วันนี้ วันก่อน ครม.พูดกันว่าอย่างไร บอกว่าผมสั่งการไปแล้วเมื่อวาน 15,000 กว่าเรื่อง ก็ย้อนถามกลับไปว่า เสร็จกี่เรื่องแล้ว ออกมา 50 เรื่อง ก็หัวเราะกัน ผมบอกว่าที่สั่งเผื่อชาติหน้าด้วย จะเสร็จหรือเปล่าไม่รู้ ชาติแรกยังไม่เสร็จเลย ยังทะเลาะกันอยู่ 50 เรื่องที่ว่า มีปัญหาตามมาอีก 100 เรื่อง จะเสร็จเมื่อไหร่ ทุกอย่างแก้ปัญหาด้วยคนทุกคน ด้วยใจ ด้วยความร่วมมือ ด้วยจิตสำนึก เลิกเถอะ สร้างปัญหากันสู้รบ ไม่เกิดประโยชน์ ก็เอาตายอยู่อย่างนี้ กฎหมายตัดสินมาว่าอย่างไร ว่าตามนั้น ขอบคุณนะครับ สวัสดีนะครับ วันนี้เป็นคำพูดจากใจผม สวัสดีครับ

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์