อัพเดทล่าสุดเมื่อ 4 ชั่วโมง 27 นาที ที่ผ่านมา

คนริมโขง ยื่นอุทธรณ์คดี กฟผ. ทำสัญญาซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี โดยมิชอบ

เครือข่ายประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ยื่นอุทธรณ์คดี กฟผ. ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าจากเขื่อนไซยบุรี โดยมิชอบ ทนายความชี้ คดีนี้จะเป็นตัวอย่างเรื่องผลกระทบข้ามพรมแดน หวังคำพิพากษาที่มีความก้าวหน้า

25 ม.ค. 2559 เวลา 10.30 น. ที่ศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ เครือข่ายประชาชน 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง พร้อมด้วย ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความและผู้รับมอบอำนาจ ได้เข้ายื่นคำร้องขออุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ในคดีชาวบ้านฟ้อง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต(กฟผ.) และ 4 หน่วยงานรัฐ ในกรณีลงนามซื้อขายไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรี จากสาธารณะรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว(สปป.ลาว) โดยมิชอบ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2558 ศาลปกครองได้พิพากษายกฟ้องคดีความดังกล่าว โดยเห็นว่า กฟผ. ได้ทำตามเงื่อนไขของมติคณะกรรมการพลังงานฯ แล้ว (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)

ส.รัตนมณี กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่จะเป็นคดีตัวอย่างสำหรับคดีข้ามพรมแดนอื่นๆ ซึ่งจะเกิดมากขึ้นเรื่อยๆ หลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งศาลสามารถที่จะออกแนวปฏิบัติโดยใช้คำพิพากษาเป็นแนวทางในการคุ้มครอง ปัญหาผลกระทบข้ามพรมแดนได้ ซึ่งเชื่อว่าศาลปกครองสูงสุด จากที่เคยวินิจฉัยรับคำฟ้องไว้ ได้เห็นปัญหานี้ วันนี้ที่มายื่นอุทธรณ์ จึงมีความหวังที่จะเห็นคำพิพากษาที่มีความก้าวหน้าในการคุ้มครองปัญหาผล กระทบข้ามพรมแดน

ด้าน ฐาปณี เมืองโคตร หนึ่งในผู้ฟ้องคดี จากบ้านป่งขาม ตำบลป่งขาม อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร กล่าวว่า เมื่อวานนี้ในช่วงเย็นเวลาราว18.00 น.ตนได้นั่งรถรับจ้างเดินทางมาจากบ้านซึ่งอยู่ริมแม่น้ำโขง โดยนั่งรถทัวร์มาถึงสถานีขนส่งหมอชิตตอนเช้ามืด และต่อมายังที่ศาลปกครอง โดยตนยังมีความหวังและมั่นใจว่าศาลจะเป็นที่พึ่งของประชาชนและให้ความเป็น ธรรมกับประชาชนลุ่มน้ำโขง เนื่องจากเชื่อในคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่รับฟ้องเมื่อเดือน มิ.ย. 2557 และมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรม

เนื้อหาส่วนหนึ่งในคำอุทธรณ์ขอให้ศาลมีคำสั่งกลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น โดยพิพากษาบังคับให้เป็นไปตามคำขอท้ายฟ้องของผู้ฟ้องคดี โดยพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และมติของรัฐบาล รวมทั้งการแจ้งข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเหมาะสม การรับฟังความคิดเห็นอย่างพอเพียงและจริงจัง การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคม ทั้งในฝั่งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากอันตรายข้ามพรมแดน ก่อนจะดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับการจัดซื้อไฟฟ้าจากโครงการเขื่อนไซยะบุรี

นอกจากนี้คำอุทธรณ์ยังระบุว่า คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ของสหประชาชาติ ได้มีการตั้งคำถามกับรัฐบาลไทยเกี่ยวกับปัญหาข้ามพรมแดนนี้ และมีการยกประเด็นเขื่อนไซยะบุรี ว่ารัฐบาลจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

ฐาปณี กล่าวเพิ่มเติมว่า สวนไผ่เลี้ยงริมน้ำโขงของตนได้รับผลกระทบจากความผันผวนของระดับน้ำโขงมาตลอด หลายปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการสร้างเขื่อนแม่น้ำโขงตอนบนในประเทศจีน โดยน้ำขึ้นๆ ลงๆ ผิดปกติ ทำให้ตลิ่งพัง ทำให้สูญเสียที่ดินริมแม่น้ำไปแล้ว 2-3 ไร่ กลุ่มเกษตรกรที่ปลูกพืชผักริมโขงยิ่งเสียหายกว่านี้ ปลูกผักไว้น้ำก็บ่าลงมาท่วมผิดฤดู

"ในเดือนที่ผ่านมาระดับน้ำโขงขึ้นๆ ลงๆ อย่างมาก เห็นข่าวว่าจีนกักน้ำในเขื่อน นี่หากสร้างเขื่อนไซยะบุรีเสร็จ อยู่ใกล้พรมแดนไทยที่อำเภอเชียงคาน เพียงร้อยกว่ากิโลเมตร คงจะยิ่งเกิดความเสียหายกับระบบนิเวศและชาวบ้านริมโขงสาหัสมากกว่านี้" ฐาปณีกล่าว

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai