ขบวนผู้หญิงปฏิรูปฯ ชำแหละสารพัดรูรั่วร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ มีชัย

1 ก.พ. 2559 ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (WeMove) สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย (ตพส.ไทย) โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเวที “เสียงประชาชนต่อการร่างรัฐธรรมนูญ” เมื่อวันที่ 30-31 ม.ค. ที่รัฐสภา โดยมีข้อเสนอเบื้องต้นต่อร่างรัฐธรรมนูญ โดยย้ำว่า “สิทธิเสรีภาพของบุคคล ชุมชน ความเสมอภาคในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของประชาชนทุกเพศในทุกมิติทุกระดับ  ต้องเป็นหลักพื้นฐานสำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญ” รายละเอียดมีดังนี้

00000

ข้อเสนอเบื้องต้นของขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (WeMove):
 
“สิทธิเสรีภาพของบุคคล ชุมชน ความเสมอภาคในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการไม่ถูกเลือกปฏิบัติ และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของประชาชนทุกเพศในทุกมิติทุกระดับ  ต้องเป็นหลักพื้นฐานสำคัญที่สุดของรัฐธรรมนูญ”
  
  
ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (WeMove) สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย (ตพส.ไทย) โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเวที “เสียงประชาชนต่อการร่างรัฐธรรมนูญ” ซึ่งมาจากทุกภาคทั่วประเทศในวันเสาร์ที่ 30 และวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม 2559 ที่รัฐสภา สนับสนุนโดย UN Women และองค์กรอื่นๆ ด้วยเจตนารมณ์ที่มุ่งหวังให้สังคมไทยมีการเปลี่ยนผ่านช่วงแห่งความขัดแย้งและสถานการณ์การเมืองที่ชะงักงัน เพื่อก้าวต่อไปสู่ระบอบประชาธิปไตยและการปฏิรูปประเทศที่มีประชาชนทุกเพศทุกวัยเป็นศูนย์กลาง โดยมีรัฐธรรมนูญอันเป็นกฎหมายสูงสุดเป็นที่ยอมรับของประชาชน
 
ในสถานการณ์ของประเทศไทยขณะนี้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของการกลับ ไปสู่ระบอบประชาธิปไตย ประชาชนมีความมุ่งมั่นที่ชัดเจนว่า ต้องการรัฐธรรมนูญที่พัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม ควรต้องให้ดีกว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2540 และ 2550 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลักสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วมของประชาชน ดังนั้น ก่อนจะมีร่างรัฐธรรมนูญฉบับสุดท้ายที่นำมาสู่การจัดทำประชามติ ประชาชนทุกเพศทุกกลุ่มจึงมีการนำเสนอหลักการแนวคิดต่างๆ และเรียกร้องให้มีการรับฟังความเห็นอย่างจริงจังในช่วงการแก้ไขปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญ โดยที่กระบวนการรับฟังที่มีการถกเถียงในสาระสำคัญอย่างกว้างขวางและต่อเนื่องในประเด็นต่างๆ ของรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นน้อยมาก ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (WeMove) และองค์กรร่วมจัด จึงเร่งรัดจัดเวทีเพื่อศึกษา วิเคราะห์ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับอย่างเร่งด่วน

ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (WeMove) สมาคมติดตามการพัฒนาสตรีในประเทศไทย (ตพส.ไทย) โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีข้อเสนอเบื้องต้นต่อร่างรัฐธรรมนูญ ดังนี้

1) ในบททั่วไปซึ่งเป็นเจตนารมณ์ชี้นำต่อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ขาดมาตราหัวใจสำคัญ คือ มาตรา 4 ใน รัฐธรรมนูญปี 2540 และ2550 : “ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง” ซึ่งประชาชนและสถาบันต่างๆ ในสังคมไทยได้มีกระบวนการเรียนรู้ความหมายของการเคารพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ จนมีพัฒนาการที่หยั่งรากลึกเป็นจิตวิญญาณ เป็นวัฒนธรรม และได้ดูแลบุคคลทุกกลุ่ม ที่อยู่ในประเทศไทยโดยไม่จำกัดเฉพาะผู้ที่มีสัญชาติไทย ดังนั้นจึงมีความหมายและความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องนำ มาตรา 4 เดิมนี้คืนมา

2) การบัญญัติถึงความผูกพันต่อกติกาและอนุสัญญาระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 รวมถึงรัฐธรรมนูญชั่วคราวแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2557 ได้บัญญัติไว้ในมาตรา 4

3) ต้องมีหลักประกันในการตรากฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน โดยเฉพาะในมาตรา 25 และมาตรา 26 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังมีความไม่ชัดเจนในหลักทั่วไปนี้

4) ต้องมีหลักประกันในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาคและการมีส่วนร่วมของประชาชน
    
4.1) ข้อขัดแย้งที่สำคัญคือ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้นำบทบัญญัติที่รับรองเรื่องสิทธิเสรีภาพของ บุคคลและชุมชน เปลี่ยนเป็นการมาบัญญัติไว้ในหมวด 5 “หน้าที่ของรัฐ” ซึ่งเป็นฐานคิดที่ขัดแย้งกับความมุ่งหวัง ของประชาชนที่ต้องการให้บัญญัติเป็นสิทธิเสรีภาพ เนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่กฎหมายและการ กระทำใดๆจะขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญมิได้ อันจะก่อให้เกิดผลผูกพันต่อองค์กรผู้ใช้อำนาจรัฐ ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายสภา องค์กรตุลาการ รวมถึงองค์กรอิสระ และเป็นหลักประกัน ให้ประชาชนสามารถอ้างสิทธิต่างๆ นี้ในการผลักดันให้เกิดการปฏิบัติตามสิทธิ ทั้งนี้ การตระหนักและปกป้องสิทธิของประชาชนเป็นหลักประกันพื้นฐานของการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และการบังคับใช้รัฐธรรมนูญในทุกมิติและทุกระดับ รวมถึงการมีจิตสำนึกที่เคารพและไม่ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นด้วย
 
ดังนั้น จึงควรที่จะนำบทบัญญัติเรื่องสิทธิเสรีภาพที่มีอยู่กว้างขวางในรัฐธรรมนูญ 2540 และ 2550 มาอยู่ในหมวดสิทธิเสรีภาพเช่นเดิม และปรับปรุงเนื้อหาบางประการให้ดีกว่าเดิมตามที่มีการเสนอมาอย่างต่อเนื่อง โดยอาจบัญญัติควบคู่เป็นหน้าที่ของรัฐหรือแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐด้วย
 
4.2) ประเด็นที่ห่วงใยซึ่งเป็นหลักการที่ปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญปี 2540 และปี 2550 เช่น   
4.2.1) ความเสมอภาคและการไม่ถูกเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ในมาตรา 27 ซึ่งตัดทอนเหตุแห่งความแตกต่าง 12 ประการในมาตรา 30 ของรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 ซึ่งเป็นมาตราหลักที่สำคัญของความเสมอภาค จึงควรที่จะบัญญัติตามเดิม คือ      
“บุคคลย่อมเสมอกันตามกฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน
หญิงและชายมีสิทธิเท่าเทียมกัน
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ภาษา เพศ เพศสภาพ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดเห็นทางการเมืองอันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ จะกระทำมิได้
มาตรการที่รัฐกำหนดขึ้นเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่น ย่อมไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม”    
และควรเพิ่ม “การคุ้มครองสิทธิของบุคคลทุกเพศสภาพ” ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ไม่ผ่านการเห็นชอบ ของสภาปฏิรูปแห่งชาติด้วย
 
4.2.2) สิทธิในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประชาชนเรียกร้องต้องการสิทธิพื้นฐานหลักนี้อย่างยิ่ง ตามที่รัฐธรรมนูญปี 2540 ได้บัญญัติไว้โดยละเอียด เพราะประกันความยุติธรรมต่อคนทุกกลุ่มทั้งที่มีสัญชาติไทย และไม่มีสัญชาติไทย และรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 40(6) ได้รับรองสิทธิได้รับความคุ้มครองในการดำเนินกระบวน พิจารณาคดีอย่างเหมาะสม และย่อมมีสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม ในคดีที่เกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ และความรุนแรงในครอบครัว
 
4.2.3) สิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมากในการปกป้องคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของชุมชน โดยเฉพาะมาตรา 66 และ 67 ที่เคยบัญญัติไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ ปี 2540 และปี 2550 โดยบัญญัติให้ต้องมีองค์กรอิสระสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ขณะที่ในร่างรัฐธรรมนูญนี้บัญญัติสิทธิชุมชนอย่างจำกัดมาก
 
4.2.4) สิทธิในหลักการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและชุมชน ซึ่งมีการเสนอทิศทางการปฏิรูปในภาพรวมชัดเจนว่า “ต้องลดอำนาจรัฐส่วนกลาง เพิ่มอำนาจประชาชนและท้องถิ่น” แต่ในร่างรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ชัดเจน และไม่มีหลักการสำคัญที่เคยปรากฏ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และการให้มีองค์กรปกครองท้องถิ่นเต็มพื้นที่ทั้งจังหวัด ตามความพร้อมและตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นนั้น
 
4.2.5) สิทธิในสวัสดิการสังคม เช่น การศึกษา สาธารณสุข เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ ผู้พิการฯลฯ ที่ถูกนำไปบัญญัติใน “หน้าที่ของรัฐ” ทั้งที่ต้องตั้งฐานคิดก่อนว่าประชาชนกลุ่มต่างๆมีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆ และบางสิทธิจำเป็นต้องดูแลทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย และต้องมีการบริหารจัดการการคลังเพื่อสังคม
 
4.2.6) สิทธิแรงงาน ไม่มีบทบัญญัติทั้งสิทธิแรงงาน สิทธิแรงงานข้ามชาติ การคุ้มครองแรงงาน หญิง และเสรีภาพในการชุมนุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่บัญญัติถึงการผูกพันและปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี
 
4.2.7) สถาบันการเมืองและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มีข้อสังเกตว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้มุ่งปราบปรามและป้องกันการทุจริต โดยเน้นที่นักการเมืองเป็นสำคัญ ขณะที่ในสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย การทุจริตมีความเชื่อมโยงและสลับซับซ้อน ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ และกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ที่สำคัญคือการปราบปรามและป้องกันการทุจริตที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือการส่งเสริมให้ประชาชนทุกกลุ่มมีความเข้มแข็งและมีบทบาทในการตรวจสอบการทุจริตทุกมิติทุกระดับ 
 
4.2.8) ความเสมอภาคระหว่างเพศ ซึ่งเป็นการจัดสรรปันส่วนอำนาจเพื่อความเสมอภาคต่อเจ้าของอำนาจอธิปไตย ในฐานะที่ผู้หญิงมีจำนวนมากกว่าผู้ชายถึง 2 ล้านคน ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (WeMove) ได้ขับเคลื่อนและรณรงค์สัดส่วนการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในการตัดสินใจในทุกมิติทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสรรงบประมาณที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรและบริหารงานภาครัฐอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมในสังคม ต้องคำนึงถึงหลักความเสมอภาคระหว่างเพศ (Gender Budgeting) อันเป็นหลักการสากลที่มีการดำเนินการในหลายประเทศ เพื่อสร้างความสมดุลและเป็นการป้องกันปัญหาความไม่เท่าเทียมกัน

การกำหนดสัดส่วนหญิงชายที่เท่าเทียมกันในการตัดสินใจทุกมิติทุกระดับ ควรจะต้องนำมาบัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญเพื่อความชัดเจน ทั้งในการส่งผู้สมัครบัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง การกำหนดผู้บริหารในองค์กรปกครองท้องถิ่น การสรรหากรรมการองค์กรอิสระ องค์กรตามรัฐธรรมนูญและองค์กรระดับต่างๆ ของรัฐ

บทสรุป ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (WeMove) ขอเสนอหลักการสำคัญต่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในเบื้องต้น โดยจะมีการจัดเวทีระดับภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ รวมทั้งเวทีระดับชาติ ครั้งที่ 2 เพื่อให้เกิดความตระหนักร่วมกันของสังคมไทย ถึงความสำคัญของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคระหว่างเพศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทุกมิติทุกระดับ และการขจัดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในสังคม เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ และทิศทางการปฏิรูป ประเทศต่อไป

ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย (WeMove) จะเกาะติดการปรับปรุงแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ และมีข้อเสนอต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง จนถึงขั้นตอนการทำประชามติ
 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์