จตุพรออกจากกองทัพภาคที่ 1 แล้ว 'ประยุทธ์' ถาม "ด่ารัฐบาลทุกวันผิดหรือเปล่า"

2 ก.พ. 2559 หลังจากวันนี้ที่ช่วงเที่ยง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้เดินทางเข้าไปกองทัพภาคที่ 1 หลังเจ้าหน้าที่ทหาร ได้โทรศัพท์มาเพื่อขอเชิญตนมาพูดคุยร่วมกับ พล.ท.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ แม่ทัพภาคที่ 1 นั้น

จตุพรเผยออกจากค่ายทหารแล้ว รายละเอียดจะไปเล่าให้ฟังที่ท่าเรือเย็นนี้

ล่าสุดเมื่อเวลา 14.49 น.ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์' ของนายจตุพร โพสต์ว่า "ขอขอบคุณพี่น้องทุกท่านที่เป็นห่วง ขณะนี้ผมออกมาจากกองทัพภาคที่ 1 แล้ว ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไร ผมจะไปเล่าให้ฟังที่ท่าเรือเย็นนี้ครับ" 

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ นายจตุพร ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ นายมีชัย ฤทธิ์ชุพันธ์ อย่างเข้มข้น อีกทั้งจะมีการจัดกิจกรรมล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งที่ 2 ที่ท่าน้ำสี่พระยาด้วย

ประยุทธ์ ถามจะปล่อยให้ด่ารัฐบาลทุกวันหรือ แล้วตนไม่มีสิทธิปกป้องตัวเองหรืออย่างไร

ขณะที่ มติชนออนไลน์ รายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีการเชิญตัว นายจตุพร ดังกล่าวว่า “เรียกเขาทำผิดหรือไม่ แสดงความคิดเห็นแต่ดูถูกเหยียบย่ำผม ความเห็นแบบนี้มีหรือ ทำได้หรือไม่ ด่ารัฐบาลทุกวันผิดหรือเปล่า ไม่ใช่เรื่องของผม ผมไม่ต้องสั่ง เพราะคสช.และฝ่ายกฎหมายดูอยู่ ผิดก็ดำเนินการทางกฎหมาย กฎหมายประกาศไว้ก่อนแล้ว ถ้าคุณแบบนี้โกรธหรือไม่ ผมไม่มีสิทธิปกป้องตัวผมเองหรืออย่างไร คุณก็ข้างคนแบบนี้อยู่ได้ ดูถูกดูแคลนกันทุกคน คุณจะไปเป็นเครื่องมือให้เขาหรืออย่างไร” 

วินธัย ยัน คสช.ไม่เคยห้ามวิจารณ์ แต่บางคนก็พูดแรงผิดธรรมชาติ ดูไม่สร้างสรรค์ 

MGR Online รายงานด้วยว่า พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า คสช.ไม่เคยห้ามวิจารณ์ หรือแสดงความเห็นเพียงแต่การให้ความเห็นของบางกลุ่มบางบุคคล มีลักษณะการใช้กริยาวาจาที่ดูรุนแรงผิดธรรมชาติ ดูไม่สร้างสรรค์ บางครั้งอาจมีลักษณะเหมือนจะปลุกปั่นให้เกิดความเกลียดชัง หรือเกิดขัดแย้ง ซึ่งอาจจะเป็นการทำลายบรรยากาศได้ ดังนั้นการอยากให้การให้ความเห็นใดควรอยู่ในกรอบช่องทางที่เหมาะสม การใช้คำพูดคำจาควรให้เกียรติรักษาน้ำใจซึ่งกันและกันบ้าง
 
“คสช.อยากให้ประชาชนได้ศึกษาทำความเข้าใจในรายละเอียดเนื้อหารัฐธรรมนูญโดยรวมก่อนเป็นลำดับแรก เพราะมีหลายความเห็นเชื่อว่าเหมาะสมสอดคล้องกับบริบททางสังคมไทยในปัจจุบัน โดยเฉพาะเน้นการสร้างบรรทัดฐานใหม่ในเรื่องการปราบทุจริต ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของอดีตที่ผ่านมา มีผลกระทบต่อสังคมไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ไม่อยากให้เชื่อหรือคล้อยตามคำชี้นำของกลุ่มหรือบุคคลอื่น ขณะนี้เรื่องของร่างรัฐธรรมนูญกำลังอยู่ในช่วงการรับฟังความคิดเห็น เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาปรับตามความเหมาะสม ก่อนที่จะสรุปเป็นร่างที่สมบูรณ์แล้วนำออกให้ประชาชนได้มาใช้สิทธิ์เพื่อลงประชามติ” พ.อ.วินธัย กล่าว

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์