วิจักขณ์ พานิช: ว่าด้วยการอ้างธรรมวินัยของพุทธอิสระ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ฟังพุทธอิสระอ้างความถูกต้องตามพระธรรมวินัย โดยบอกว่าไม่ยอมรับมติมหาเถรเพราะสิ่งที่มหาเถรทำไม่ตรงตามหลักธรรมวินัย

สมมติว่าเอาตามที่พุทธอิสระว่า พระทุกรูปที่เห็นต่างจากมหาเถรก็สามารถอ้างหลักเดียวกันได้หมด ประมาณว่าที่มึงทำไม่ตรงตามธรรมวินัย ที่กูทำสิตรง

สมมติว่าวันนึงพุทธอิสระขึ้นมาเป็นสังฆราชเองเลย มีพระรูปนึงบอกว่าจะไม่เอาพุทธอิสระ อ้างหลักเดียวกันนี้ก็ได้ ฉันไม่เอาแกเพราะสิ่งที่แกทำไม่ตรงตามธรรมวินัย สิ่งที่ฉันทำต่างหากคือธรรมวินัย ในบริบทของโลกสมัยใหม่ การจะทำให้ทุกสำนักเห็นตรงกันในเรื่องธรรมวินัย ผมว่าเป็นไปไม่ได้ ถึงจะพยายามสังคายนาอะไรกันยังไงก็เป็นไปไม่ได้ ยังไงการเห็นต่างก็ต้องเกิดขึ้นแน่ๆ

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ธรรมวินัย แต่อยู่ที่ "อำนาจรวมศูนย์" ที่พยายามมาควบคุมธรรมวินัย

เพราะธรรมวินัยไม่ใช่ความจริงสูงสุดแต่เป็นหลักประพฤติปฏิบัติตน มันจึงต้องผ่านการตีความเสมอ และเมื่อผ่านการตีความ ธรรมวินัยจึงมีความหลากหลาย ใช้ประยุกต์ในสถานการณ์ได้ต่างกัน ธรรมวินัยมีชีวิต ทำให้พุทธะมีชีวิต การที่แต่ละสำนักประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมวินัยไม่เหมือนกันในรายละเอียดจึงเป็นเรื่องธรรมดา สำคัญคือสำนักนั้นๆ สามารถใช้หลักธรรมวินัยในการตรวจสอบตัวเองและตรวจสอบกันเองเพื่อการอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่เอาธรรมวินัยไปใช้ควบคุมจัดการคนอื่นที่เห็นต่างจากตน

ธรรมวินัยแบบที่พระผู้มีอำนาจเอามาอ้างกันตอนนี้ คือ "ธรรมวินัยแบบรัฐ" ที่เป็นผลผลิตของอำนาจรวมศูนย์ในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่ทำให้กฏหมู่ของพระทำหน้าที่เหมือนกฏหมาย แล้วพยายาม apply การตีความกฏหมายจากคนกลุ่มหนึ่งให้มีอำนาจควบคุมจัดการคนกลุ่มอื่นๆ เมื่อธรรมวินัยกลายเป็นกฏหมายจารีตระดับรัฐ มันก็เละเทะอย่างที่เห็น และหมดสิ้นความเป็นธรรมวินัยในความหมายแรกเริ่ม

ธรรมวินัยคือกฏหมู่ ไม่ใช่กฏหมาย และการตีความธรรมวินัยมาใช้ปฏิบัติตนและปฏิบัติต่อกันมันขึ้นอยู่กับความเต็มใจของกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ กลุ่มนั้นๆ ธรรมวินัยเป็นเรื่องที่ต้องศึกษา ตีความ นำไปปฏิบัติ ตรวจสอบตัวเองและตรวจสอบกันเองในหมู่ผู้ปฏิบัติ ดังนั้นมันจึงต้องมีบรรยากาศของความไว้วางใจกันเป็นพื้นฐาน แล้วทุกวันนี้ที่เราเห็นพระแต่ละวัด แต่ละสำนัก ที่ไม่เคยมีสังฆกรรมร่วมกันสักอย่าง ไม่ได้รู้จักกัน แถมยังไม่ชอบขี้หน้ากันด้วย แต่กลับอ้างธรรมวินัย "ชุดเดียวกัน" ผมว่าเป็นเรื่องตลกมาก ....ที่อ้างธรรมวินัยกันก็เพราะต้องการมี "อำนาจระดับรัฐ" มากกว่า ไม่ได้สนใจธรรมวินัยตามจิตวิญญาณดั้งเดิมของมันหรอก

ทางเดียวที่จะทำให้ธรรมวินัยกลับมาฟังก์ชั่น เป็นธรรมวินัยในความหมายดั้งเดิมที่เอามาศึกษา ตีความ ตรวจสอบตัวเองและตรวจสอบกันเอง ก็คือการ แยกศาสนาออกจากอำนาจรัฐ แต่ละสำนักมีเสรีภาพในการตีความคำสอนและตีความธรรมวินัย เพื่อที่จะนำมาประพฤติปฏิบัติในวัดหรือในสำนักของตัวเอง ธรรมวินัยที่ decentralized แบบนี้มันสอดคล้องกับหลักเสรีภาพ และจะช่วยให้พุทธศาสนามีการตรวจสอบตัวเองและตรวจสอบกันเองอย่างเป็นออแกนิค มีการเสวนา แลกเปลี่ยน เรียนรู้จากกัน (เฉพาะกลุ่มที่อยากจะเรียนรู้จากกัน) โดยไม่พยายามเอาอำนาจการตีความธรรมวินัยของสำนักใดสำนักหนึ่งมาครอบงำหรือควบคุมจัดการเพื่อทำให้พุทธศาสนาเป็นมาตรฐานเดียวตามความเชื่อของตน
 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์