กฤษฎีกาชี้ 'เด็กไร้สัญชาติ' เป็น 'บุตรบุญธรรม' ได้

คณะกรรมการกฤษฎีกามีคำวินิจฉัยตอบข้อหารือของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ระบุ คณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีอำนาจและมีมติรับเด็กไร้สัญชาติเป็นบุตรบุญธรรมได้

26 ก.พ. 2559 สุรพงษ์ กองจันทึก อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความเปิดเผยว่า ปัจจุบันมีเด็กถูกทอดทิ้งจำนวนมาก โดยมีทั้งเด็กที่มีบิดามารดาเป็นผู้มีสัญชาติไทย สัญชาติเมียนมา รวมทั้งไม่ทราบสัญชาติ สถานที่เด็กถูกทอดทิ้งมีหลากหลาย อาทิ โรงพยาบาลหลังจากการคลอดทารก สถานรับเลี้ยงหรือดูแลเด็ก บ้านนายจ้าง หรือให้ผู้อื่นดูแลเด็กแล้วทิ้งเด็กไป ซึ่งผู้ที่ช่วยเหลือปกครองดูแลเด็กต้องการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม เพื่อเด็กจะได้มีครอบครัวที่ถูกต้องตามกฎหมายและได้รับสิทธิที่บิดามารดาบุญธรรมมอบให้ แต่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมไม่มีแนวทางชัดเจนในเรื่องเหล่านี้ จึงได้หารือไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกา

ล่าสุด คณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาเป็นเรื่องเสร็จที่ 53/2559 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2559 ระบุว่าคณะกรรมการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมมีอำนาจพิจารณาและมีมติในการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม สำหรับกรณีเด็กที่ไร้สัญชาติที่เกิดในประเทศไทยซึ่งมีบิดามารดาของเด็กเป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา และกรณีเด็กที่มีสัญชาติเมียนมาเป็นบุตรบุญธรรมได้ โดยเห็นว่า การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และพระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 ได้บัญญัติไว้เป็นการทั่วไป และไม่มีบทบัญญัติใดให้ใช้บังคับเฉพาะเด็กที่มีสัญชาติไทยหรือสัญชาติของประเทศหนึ่งประเทศใดเท่านั้น

นอกจากนี้ การที่พระราชบัญญัติการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม พ.ศ. 2522 มีหลักการเหตุผลเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่า เป็นการแสดงให้เห็นว่ากฎหมายมุ่งประสงค์จะคุ้มครองเด็กที่จะเป็นบุตรบุญธรรมเป็นหลัก โดยไม่คำนึงว่าเด็กจะมีสัญชาติไทยหรือสัญชาติของประเทศหนึ่งประเทศใดหรือไม่ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

สุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาสอดคล้องกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน, กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม, กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซึ่งเป็นกฎหมายระหว่างประเทศที่ประเทศไทยลงนามเป็นรัฐภาคี ในเรื่องการคุ้มครองดูแลเด็กและครอบครัว ตลอดจนหาครอบครัวให้เด็ก อันจะเป็นการแก้ไขปัญหาเด็กถูกทอดทิ้งจำนวนมากให้มีครอบครัวบุญธรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์